เราได้คิดเกี่ยวกับคำถามที่พบบ่อย! จุดเริ่มต้นที่ทำให้สามารถชนะได้คืออะไร? ระยะเวลาคือเท่าไร?
Q、จนสามารถชนะได้ ใช้เวลานานเท่าไรครับ/ค่ะ และอะไรคือจุดที่ทำให้สามารถชนะได้ จุดที่เปลี่ยนไปก่อนและหลังการชนะมีอะไรบ้าง
A、จนสามารถชนะอย่างมั่นคง ใช้เวลาประมาณ 5 ปี จุดเริ่มต้นคือได้รู้วิธีการเรียน เมื่อสามารถชนะได้ก่อนและหลังมีความแตกต่างกันระหว่างการเล่นการพนันกับไม่ใช่การพนัน คราวนี้ผมอยากสรุปประเด็นนี้
◎จุดเริ่มต้น FX และช่วงที่แพ้
จุดเริ่มต้นของการทำ FX คือเพราะสภาพร่างกายไม่ดี จนไม่สามารถทำงานที่ต้องใช้แรงมากได้ ด้วยเหตุที่เรียนจบแค่ม.ปลายแทบไม่เคยเรียนมาก่อน จึงหันเข้าสู่โลกการลงทุนที่ไม่ต้องมีวุฒิการศึกษา
ช่วงแรกที่เริ่มทำ FX ผมเชื่อว่าถ้าเทรดบ่อยๆจะชนะได้เรื่อยๆ ผมทำการเทรดแบบมั่วๆและเมื่อแพ้ก็มักจะบอกว่า “เป็นประสบการณ์” แล้วเติมเงินเข้าไปอยู่เสมอ มีช่วงเวลานั้นถึงประมาณ 4 ปี
จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว เกิดการชนะทีละนิดๆ จนมั่นคงได้ประมาณหนึ่งปีครึ่ง ดังนั้นทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 5 ปีเศษ
เมื่อมองย้อนกลับไป 4 ปีแรกๆ ผมใช้งบไปกับการใช้งานเงินเปล่าๆ เกือบจะไม่มีประสบการณ์ ถือเป็นช่วงเวลาที่เสียเปล่า
◎วิธีการเรียนที่ทำให้ชนะ
วิธีการเรียนที่ทำให้ชนะถึงแม้ว่าจะไม่ใช่วิธีที่แน่ชัดในการชนะเสมอไป
ในช่วงที่แพ้อย่างต่อเนื่องมา 4 ปี ผมทำเพียงแค่เทรดซ้ำๆเท่านั้น จากนั้นจึงตัดสินใจเข้าเรียนที่ FX สคูลที่ฟูกูโอกะ ที่นั่นได้เรียนรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ FX และวิธีการทำเทรด รวมถึงวิธีการเรียนรู้ที่ไม่เคยเรียนมาก่อน เช่น การเรียนจากวิธีการเรียน ผมได้เรียนรู้หลายอย่าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ยุทธศาสตร์และการทดสอบมีความสำคัญมากกว่าการเทรด”
ออกแบบกลยุทธ์ → เทรด → บันทึกรายการผลลัพธ์ → การทดสอบ → ปรับปรุงกลยุทธ์
การออกแบบกลยุทธ์คือการสร้างเกณฑ์เปรียบเทียบเมื่อทำการเทรด เช่นมักได้ยินว่า “จุดสูงสุดแบบ W” หรือ “จุดต่ำสุดแบบ W” ซึ่งเมื่อเส้น neck line ผ่านก็ให้ขายหรือซื้อ หากทำได้ละเอียดจะดีกว่า เช่น “กราฟ 5 นาที ถ้า 'W ท้อป' ให้ขาย, ถ้า 'W บ๊อม' ให้ซื้อ, สต็อปพินส์ 10 pips”
จากนั้นเป็นการเทรด ตามที่กลยุทธ์กำหนด
เมื่อเทรดแล้ว แน่นอนว่าจะได้ผลลัพธ์ บันทึกผลลัพธ์ไว้ด้วย ควรบันทึกให้ละเอียด เช่น “วันเวลา คู่เงิน” “ขายหรือซื้อ” “ราคาเข้า-ออก” “W ท็อปหรือ W บ๊อม” “กำไร/ขาดทุน” ฯลฯ
เมื่อผลลัพธ์สะสมมากขึ้น ก็ถึงการทดสอบ “อัตราการชนะใน W ท็อป” “อัตราการชนะใน W บ๊อม” “อัตราชนะต่อคู่เงิน” และมองจากหลายมุม เมื่อเห็นแนวโน้มที่ดีจะคงไว้และปรับปรุงสิ่งที่ไม่ดี ปรับปรุงสิ่งที่ได้ผลดีให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การเทรดถัดไป
เมื่อมีแนวคิดกลยุทธ์ใหม่ ก็จะเทรด บันทึก ตรวจสอบซ้ำตามที่กล่าวข้างต้น ทำให้กลยุทธ์ที่ไม่ชนะมาก่อนสามารถชนะได้มากขึ้นในระยะต่อมา เป็นการทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง
◎สคูลช่วยลดเวลาได้
ไม่มีวิธีชนะที่แน่นอนในการเทรด ควรสร้างสไตล์การเทรดของตนเอง ดังนั้นต้องทำการเทรดและทดสอบซ้ำๆ ตามที่กล่าวมา
ในความหมายนี้ สคูลไม่มีความจำเป็นเสมอไป แต่หากต้องสร้างทุกอย่างตั้งแต่ศูนย์ การทำซ้ำด้วยการเทรดและการทดสอบจะใช้เวลาค่อนข้างมาก
ไม่ใช่ว่าสคูลหรือสินค้าเรียนทั้งหมดเป็นตัวชนะทุกอย่าง บางส่วนอาจเป็นการหลอกลวง แต่สคูลและความรู้จากประสบการณ์ของผู้ที่เข้าร่วมมีมาก การนำไปใช้จะช่วยให้ได้ประสบการณ์และความรู้มากขึ้น ดังนั้น สคูลจึงไม่ใช่ที่เรียนวิธีกำไรแบบแน่นอน แต่เป็นสถานที่ที่ช่วยให้คุณได้รับความรู้และประสบการณ์ ลดเวลาที่คุณต้องใช้ในการได้ประสบการณ์ด้วยตนเอง
◎ก่อนและหลังที่ชนะ
ช่วงที่แพ้อย่างต่อเนื่อง การเทรดคือจุดสำคัญ ทุกอย่างมุ่งไปที่การเทรด
จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว ผมให้ความสำคัญกับการบันทึกมากขึ้น
แม้ปัจจุบันที่ชนะแล้วก็ยังให้ความสำคัญกับการบันทึก ไม่ใช่เฉพาะตัวเลข แต่ยังบันทึกลูกเล่นสำคัญด้วย เช่นในเหตุการณ์สำคัญจะบันทึกราคาโดยการถ่ายวิดีโอ
นอกจากนี้ ผมเชื่อว่ากลยุทธ์ การเทรด การบันทึก และการทดสอบไม่มีจุดสิ้นสุด ความสำคัญของการบันทึกจะแปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ การเทรดไม่ใช่เรื่องหลัก แต่กลยุทธ์และการทดสอบเป็นหลัก นี่คือความแตกต่างก่อนและหลังที่ชนะ
ในช่วงที่ให้ความสำคัญกับการเทรดเป็นหลัก ผมมองว่านี่คือการพนัน เมื่อให้ความสำคัญกับกลยุทธ์และการทดสอบมากขึ้น การพนันจะกลายเป็นการลงทุนการลงทุนอย่างต่อเนื่องคือสิ่งที่ผมตั้งใจทำ