ลองตอบคำถามเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยระยะยาว
Q、長期金利นั้นหมายถึงดอกเบี้ยประเภทใดกันแน่? แล้วอะไรที่สำคัญ?
A、ก่อนอื่น โดยทั่วไปแล้วดอกเบี้ยระยะยาวมักหมายถึง “อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี” เราจะมาสรุปเกี่ยวกับดอกเบี้ยระยะยาวกัน
1)ดอกเบี้ยระยะยาวคืออะไร
โดยทั่วไปผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลระยะ 10 ปีของแต่ละประเทศถูกเรียกว่าดอกเบี้ยระยะยาวกันบ่อยๆ เมื่อพูดถึงพันธบัตรจะใช้คำว่า “ราคาพันธบัตร” และ “อัตราผลตอบแทนพันธบัตร”
・ราคาพันธบัตร → ความนิยมสูง=ราคาสูงขึ้น
ความนิยมต่ำ=ราคาตกลง
ในกรณีราคานั้น หากนึกถึงการประมูล จะเข้าใจได้ง่ายว่า เมื่อมีความต้องการสูง ราคาจะขึ้น และเมื่อความต้องการต่ำ ราคาจะลดลง
・อัตราผลตอบแทนพันธบัตร → ความนิยมสูง=อัตราผลตอบแทนลดลง
ความนิยมต่ำ=อัตราผลตอบแทนสูงขึ้น
อัตราผลตอบแทนให้คิดว่าเป็นดอกเบี้ย ประเทศที่มีความน่าเชื่อถือ (ประเทศที่เป็นที่นิยม) จะจ่ายดอกเบี้ยต่ำกว่า ประเทศที่ขาดความน่าเชื่อถือ (ประเทศที่ไม่เป็นที่นิยม) จะจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่า ผันผวนตามความน่าเชื่อถือ
ดังนั้น ในทางกลับกันระหว่าง“ราคา”กับ“อัตราผลตอบแทน” จึงมีความสัมพันธ์ผกผัน
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล เราได้สรุปเพิ่มเติมด้านล่างไว้ด้วยกันเพื่ออ่านประกอบได้
การชำระคืนและดอกเบี้ยของพันธบัตรสหรัฐ
2)ดอกเบี้ยระยะยาวสะท้อนเครดิตของประเทศ
อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะขึ้นลงตามความนิยม
ตัวอย่าง หากญี่ปุ่นและเกาหลีเหนือมีอัตราดอกเบี้ยพันธบัตร 10 ปีเท่ากัน คุณจะซื้อของใคร?
แน่นอน เกาหลีเหนือมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้คืน ดังนั้นจะซื้อพันธบัตรของญี่ปุ่น แต่หากดอกเบี้ยของญี่ปุ่นและเกาหลีเหนือต่างกันมากถึง 100 เท่าก็อาจมีคนซื้อพันธบัตรของเกาหลีเหนือได้ ความเสี่ยงและผลตอบแทนเป็นสมดุล ประเทศที่มีความน่าเชื่อถือสูงจะได้รับการซื้อพันธบัตรในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า ส่วนประเทศที่มีความน่าเชื่อถือต่ำจะต้องจ่ายดอกเบี้ยสูง เพื่อให้มีคนซื้อ ดังนั้นดูอัตราผลตอบแทนก็สามารถประเมินความน่าเชื่อถือของประเทศได้
อัตราผลตอบแทนหมายถึง ความน่าเชื่อถือของประเทศด้วย
แล้วการที่ความน่าเชื่อถูลดลงหมายถึงอะไรนะ? เมื่อเศรษฐกิจถดถอย เกิดเหตุการณ์รุนแรง ความมั่นคงทางการเมือง ความเสียหายจากภัยพิบัติ ความขัดแย้งทางทหาร หรือสงคราม เป็นต้น เหตุการณ์ที่ทำให้การชำระคืนพันธบัตรกังวลจะทำให้ความน่าเชื่อถอลดลง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เมื่อดูอัตราผลตอบแทนระยะยาว หากอัตรายสูงขึ้น ก็แสดงว่าความน่าเชื่อถูลดลง
การดูอัตราผลตอบแทนระยะยาวจะช่วยให้รับรู้ล่วงหน้าเมื่อเกิดเศรษฐกิจถดถอย เหตุการณ์รุนแรง ความไม่สงบทางการเมือง ภัยพิบัติ ความขัดแย้งทางทหาร หรือสงคราม
3)ดอกเบี้ยระยะยาวเป็นการเปรียบเทียบ
ดังที่กล่าวไว้ ดอกเบี้ยระยะยาวสะท้อนความน่าเชื่อถือของประเทศ แต่การดูความน่าเชื่อถือของประเทศเดียวอาจไม่พอที่จะบอกได้ว่ามันสูงหรือต่ำ
ดังนั้น จึงมีการเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ มักพูดถึง “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ญี่ปุ่น-สหรัฐ”
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยญี่ปุ่น-สหรัฐคือ ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยระยะยาวของญี่ปุ่น (ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีญี่ปุ่น) กับอัตราดอกเบี้ยระยะยาวของสหรัฐ (ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีสหรัฐ)
เมื่อความน่าเชื่อถือของสหรัฐลดลง ช่องว่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยญี่ปุ่นและสหรัฐจะหดตัว (ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยระยะยาวของสหรัฐสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยระยะยาวของญี่ปุ่น)
ความน่าเชื่อถือของสหรัฐลดลง → ดอลลาร์สหรัฐขายออก → ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้น → ความต่างอัตราดอกเบี้ยญี่ปุ่น-สหรัฐหดตัวทำให้เยนแข็งขึ้น
นี่คือความสัมพันธ์เช่นนี้
ชุดอัตราดอกเบี้ยที่มีความสัมพันธ์เช่นนี้ยังมีอีกมาก ค่าเงินไม่สามารถซื้อขายได้ด้วยตนเอง ต้องซื้อขายเป็นคู่เงิน ดังนั้นนอกจากความน่าเชื่อถือของประเทศแล้ว ยังต้องดูความต่างของความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศต่างๆ ด้วย
4)ดอกเบี้ยระยะยาวคือการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจ
เมื่ออัตราผลตอบแทนระยะยาวพุ่งสูงขึ้น กล่าวคือ เศรษฐกิจถดถอย ความไม่มั่นคงทางการเมือง ทำให้ความน่าเชื่อถูลดลง ซึ่งเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ไม่ดี
อัตราผลตอบแทนระยะยาวขึ้นอยู่กับสองสาเหตุหลัก คือหนึ่ง คือปัจจัยเชิงลบที่ทำให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น เช่น เศรษฐกิจตกต่ำ อีกหนึ่งคือการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อชะลอฟูร์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการล่วงหน้าคาดการณ์ในอนาคต
เงินเฟ้อ/เศรษฐกิจขยายตัวทำให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นก็มีอยู่ด้วย
มีสองแบบคือการขึ้นที่ไม่ดีและการขึ้นที่ดี จึงต้องระมัดระวังในการตีความ
ดังที่เห็น ดอกเบี้ยระยะยาวมีหลายมุมมอง และแต่ละคู่สกุลเงินที่ทำการซื้อขายก็มีดอกเบี้ยระยะยาวที่ต้องตรวจสอบต่างกัน การสังเกตการเปลี่ยนแปลงจึงต้องตรวจสอบเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอหากพบการเปลี่ยนแปลง อยากให้คิดว่าเป็นโอกาสในการทำธุรกิจโปรดคิดแบบนั้นได้
บันทึกไว้ทุกวันเท่าที่เป็นไปได้ หากสะดวกกรุณาเข้าดู
