「ทำไมแม้ได้เงินเดือนเท่ากันแต่ถึงมีสินทรัพย์ต่างกัน」
เข้าสู่บริษัทเดียวกัน ทำงานแบบเดียวกัน ได้เงินเดือนเหมือนกัน ระดับชีวิตก็ไม่ต่างกันมาก หากมองจากภายนอก เหมือนคนสองคนที่เริ่มชีวิตด้วยเงื่อนไขที่ใกล้เคียงกัน ได้ยืนอยู่ในจุดที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงหลังจากผ่านไป10 ปี อย่างไรก็ตาม จะมีคนยืนอยู่ในสถานที่ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
) 10)ด้านหนึ่งมีเงินออมเกือบจะไม่มีเลย และทุกเดือนมีเงินเดือนเข้าแล้วก็หายไปในชีวิตประจำวัน ส่วนอีกด้านหนึ่งมีทรัพย์สินหลายล้านเยน บางครั้งมากกว่า 1000万 เยน ต่อยอดสะสมอย่างเงียบๆ ความต่างนี้มาจากอะไร万
ไม่ใช่เรื่องของรายได้ไม่เท่ากัน ไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์ ไม่ใช่เรื่องของการศึกษา ไม่ใช่โชคลาภ เนื่องจากทั้งคู่ได้เงินเดือนเท่ากัน ทำไมจึงมีความต่างมากขนาดนี้ หากตอบตรงๆ ก็คือ “วิธีใช้เงิน” และ “แนวคิด” และ “เวลา” สามสิ่งที่กำหนดผลลัพธ์
บทความนี้จะอธิบายเหตุผลที่ทำให้เกิดความแตกต่างขนาดใหญ่ในทรัพย์สิน แม้จะได้เงินเดือนเท่ากัน โดยพยายามเขียนให้ละเอียดที่สุดและตรงไปตรงมา ไม่ใช่เรื่องที่เคยได้ยินมาก่อน แต่เป็นการสะสมจากการเลือกเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน จนเห็นผลต่างอย่างชัดเจน ความยินดีหากอ่านจนจบแล้วรู้สึกว่า “อ๋อ อย่างนี้เอง”
ในที่ที่มองไม่เห็น ความต่างได้เริ่มต้นแล้ว
10เมื่อพบเพื่อนร่วมชั้นที่ไม่ได้ตั้งใจมาก แต่ดูเหมือนมีความสบายใจอยู่เสมอได้มีประสบการณ์นี้หลายคนใช่ไหม หลังจากทำงานที่เดียวกันในปีเดียวกันแล้วถามว่ารายได้ไม่ต่างกันมาก แต่ทำไมมีบางอย่างที่ต่างกัน คอนโดที่อยู่ ของที่สวมใส่ เนื้อหาการสนทนา บางอย่างไม่สามารถบอกได้แน่ชัดแต่มีช่วงเวลาที่รู้สึกว่า “คนนี้มีความพร้อมมากกว่า”
หรือในทางกลับกัน หากเราได้เงินเดือนสูงกว่ากลับเพื่อนแต่เพื่อนมีชีวิตที่มั่นคงกว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น หากคิดก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ผู้อ่านที่เคยสัมผัสความรู้สึกถูกต้องคงเข้าใจในสิ่งที่จะเขียนต่อไปนี้
ความแตกต่างด้านทรัพย์สินไม่ได้เกิดจากวันหนึ่ง วินาทีเดียว การเลือกเล็กๆ รายวันที่ผ่านไปจะสะสมเป็นรอบเดือนและรอบปี จนเมื่อมองกลับมา ความต่างก็ปรากฏอย่างใหญ่หลวง และระดับต่างๆก็มักมองไม่เห็นจากภายนอก ทำให้ยิ่งต้องระวัง เมื่อเก็บเงินไว้พูดกับคนอื่นๆไม่บ่อย และการลงทุนก็แทบไม่แสดงออกทางภายนอก ความต่างแพร่กระจายอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่มีใครสังเกต
ช่วงปีแรกๆ ความต่างแทบจะไม่เห็น หากได้ค่าจ้างเท่ากันและใช้ชีวิตคล้ายคลึงกัน1 ปีหรือ2 ปีจะไม่มีความแตกต่างมากนัก อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่าน55 ปีไปแล้ว10 ปี ความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันจะสะสมเป็นความต่างที่ยิ่งใหญ่และแสดงออกมาเป็นความต่างอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อถึงจุดนั้นแม้จะรู้ว่า “ทำไมถึงต่างกันมากขนาดนี้” เวลาในการสะสมที่ผ่านมาก็ไม่สามารถทดแทนได้
การใช้อย่างเป็นระบบคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
เหตุที่ทำให้ทรัพย์สินมีความแตกต่างตั้งแต่แรก แม้จะได้เงินเดือนเท่ากัน มาจากการใช้อย่างไร้ขอบเขตของเงิน ไม่ใช่แค่การประหยัดหรือลดรายจ่าย แต่มาจากค่านิยมพื้นฐานว่า “ควรใช้อย่างไร”
การใช้ง money นั้นแบ่งได้เป็นสามประเภทหลัก ได้แก่ การบริโภค การฟุ่มเฟือย และการลงทุน การบริโภคคือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต เช่น ค่าอาหาร ค่าอยู่อาศัย ค่าเดินทาง ค่าไฟฟ้าและน้ำ ค่าเหล่านี้เป็นการใช้งจ่ายที่จำเป็น การฟุ่มเฟือยคือค่าใช้จ่ายที่ไม่สอดคล้องกับความพึงพอใจหรือคุณค่าที่ได้ และมักเป็นการซื้อที่ไม่จำเป็น เช่น ซื้อของที่ไม่จำเป็น บริการที่ไม่ได้นำไปใช้งานจริงๆ ค่าสมุดจ่ายที่ซื้อเพื่อคลายเครียด การลงทุนคือการซื้อที่ให้คุณค่าหรือประโยชน์ในอนาคต เช่น การได้ใบประกาศนียบัตร พัฒนา ทักษะ การดูแลสุขภาพ และรวมถึงการลงทุนทางการเงินด้วย
เมื่อดูงบครอบครัวของคนที่ทรัพย์สินไม่เพิ่มขึ้น จะเห็นว่าอัตราการบริโภคกับฟุ่มเฟือยสูงกว่าการลงทุนอย่างมาก ซึ่งรายได้แต่ละเดือนแทบจะหมดไปกับการบริโภคและฟุ่มเฟือย ทำให้ไม่สามารถทำให้อนาคตมีเงินสำหรับการดำเนินการต่อไปได้ นี่คือสาเหตุที่ทำให้ไม่ออม
ในทางกลับกัน ผู้ที่สะสมทรัพย์สินมักจะมีเงินเมื่อมีรายได้เข้ามา เขาจะหักส่วนหนึ่งไว้ล่วงหน้าเพื่อออมหรือลงทุนก่อน ก่อนใชจ่ายเงินส่วนที่เหลือ แนวคิดนี้เรียกว่า “การออมอัตโนมัติ” เป็นการกันเงินไว้ก่อนไม่ใช่เก็บหลังจากใช้เงิน เพื่อให้การใช้จ่ายอยู่ในกรอบของรายได้
มีสมการว่า รายได้ − ค่าใช้จ่าย = ทรัพย์สิน เป็นเรื่องที่เห็นได้ชัด แต่มนุษย์จำนวนมากมักคิดว่า “การเพิ่มรายได้ก่อนดีกว่า” จึงมักละเลยการลดค่าใช้จ่าย รายได้ 30 ล้านเยนแล้วค่าใช้จ่าย 28 ล้านเยน กับรายได้ 40 ล้านเยนแต่ค่าใช้จ่าย 40 ล้านเยน ต่างกันอย่างไรในมุมของการสร้างทรัพย์สิน ในมุมของการสร้างทรัพย์สิน ผู้ที่มีส่วนที่เหลืออยู่มากกว่าจะมีความได้เปรียบมากกว่า
การทบทวนค่าใช้จ่ายที่มีผลมากคือค่าใช้จ่ายที่แน่นอน เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าประกัน และค่าบริการสมัครสมาชิกต่างๆ หากตัดสินใจปรับลดได้ ก็จะลดลงในทุกเดือน และสามารถนำไปลงทุนได้มากขึ้น ซึ่งจะสร้างความต่างในระยะยาว
หากเปลี่ยนแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตมือถือจาก 8000 เยนต่อเดือนเป็น 2000 เยนต่อเดือน จะช่วยประหยัดได้ประมาณ 7 แสนเยนในหนึ่งปี และหากยกเลิกหนี้ชื่อฟิตเนสที่ไม่ได้ใช้งาน จะช่วยประหยัดได้ประมาณ 6 แสนเยนต่อปี การทบทวนประกันที่สมัครไว้โดยไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดอาจลดได้หลายหมื่นถึงหลายแสนเยนต่อปี และถ้านำมาลงทุนจะให้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวการทบทวนค่าใช้จ่ายไม่ใช่การอดทนอดกลั้น แต่เป็นงานตรวจสอบว่าเงินที่เราใช้จริงๆ ทำให้รู้สึกพอใจหรือมีคุณค่าไหม การเลิกใช้เงินที่ใช้อยู่แบบเป็นนิสัยและเปลี่ยนไปใช้อย่างมีความหมายมากขึ้นจะไม่ลดคุณภาพชีวิต แต่จะทำให้ดีขึ้นเมื่อเงินออมกับการลงทุนต่างกัน ความแตกต่างใน 10 ปีจะต่างไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อคุณทบทวนการใช้งเงินและเงินที่เหลือติดมือมากขึ้น สิ่งต่อไปคือ “จะจัดการเงินนั้นอย่างไร” คำตอบในส่วนนี้จะเป็นปัจจัยที่ขยายความแตกต่างในทรัพย์สินอย่างเด็ดขาดหากฝากในบัญชีเงินฝากธนาคารทั่วไป อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันแทบเป็นศูนย์ ถ้าเงิน 100 ล้านเยนฝากไว้ ดอกเบี้ยที่ได้รับในหนึ่งปีจะอยู่ไม่กี่ร้อยเยน หากอัตราเงินเฟ้อปีละ 2% ราคาสินค้าจะสูงขึ้นและมูลค่าเงินจริงๆ ของเงินฝากจะลดลงทุกปี “ความมั่นใจในการออมมีอยู่ แต่ทรัพย์สินแท้จริงจะลดลงเรื่อยๆในทางกลับกัน หากลงทุน 100 ล้านเยนในอินเด็กซ์ฟันด์ คาดว่าสิทธิ์ผลตอบแทนระยะยาวจะอยู่ระหว่าง 5–7%% ต่อปี แน่นอนว่าไม่สามารถรับประกันแบบนี้ทุกปี และบางปีอาจต่ำลง แต่โดยรวมในระยะยาวจะอยู่ในระดับนี้100 ล้านเยนในปีปฏิบัติงานที่ 5%% ต่อปี หากนำเงิน 100 ล้านบาทไปลงทุนในธนาคารในรูปแบบออมทรัพย์ เงินจะไม่เปลี่ยนแปลงมากในอีก 10 ปีในมุมมองของการสะสมแบบรายเดือน ความแตกต่างนี้จะยิ่งใหญ่ขึ้น เมื่อเดือนละ 3 ล้านบาทถูกนำไปลงทุนด้วยอัตราดอกเบี้ยปีละ 5%% ในระยะเวลา20 ปี ทรัพย์สินสุดท้ายจะประมาณ1,230 ล้านบาท จำนวนเงินต้นรวมที่สะสมคือ 720 แสนเยน แต่ด้วยดอกเบี้ยทบต้นจะมีประมาณเพิ่มขึ้นอีก510 แสนเยน หากนำเงินเดือนละ 3 ล้านบาทมาสะสม 20 ปีในตู้นิทชีวิตจะได้ทรัพย์สิน 7 แสนเยน คาดว่าเงินก้อนที่สะสมได้จะสูงกว่าเดิมประโยชน์ของดอกเบี้ยทบต้นจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป โดยต่างกันระหว่างช่วงแรกกับช่วงหลังยิ่งนาน ยิ่งมาก ช่วงเริ่มต้นควรเริ่มเร็วที่สุดและควรทำต่อเนื่องให้นานที่สุดเงินมีสามสถานะ คือ ใช้ เก็บ อนุรักษ์ และเพิ่มขึ้น การใช้จะหายไปเมื่อใช้งาน เก็บไว้จะรักษาปัจจุบันแต่ค่าครองชีพจะลดลงเพราะเงินเฟ้อ และหากเพิ่มขึ้นจะยิ่งคงไปตามเวลา เช่นเดียวกับที่สองคนที่ได้เงินเดือนเท่ากัน แต่คนหนึ่งใช้เงินให้ลงทุนและอีกคนเก็บเงินไว้ เผื่อในอนาคต ความต่างหลังจาก 10 ปีจะมีหลายล้านเยนเมื่อคนส่วนใหญ่คิดว่าInvestment เป็นเรื่องที่ยาก แต่การสะสมทุนผ่านอินเด็กซ์ฟันด์เป็นวิธีที่ง่ายมาก เพียงเปิดบัญชีหลักทรัพย์ออนไลน์ เลือกอินเด็กซ์ฟันด์ที่ติดตามดัชนีโลกเช่น S&P500 และตั้งการสะสมอัตโนมัติ และเพียงเท่านี้ ไม่มีความจำเป็นต้องวิเคราะห์มากมาย หรือดูราคาในแต่ละวัน บางครั้งอยู่ในระบบเดียวแล้วก็ปล่อยให้มันทำงานเวลาความต่าง ทำให้ทุกความต่างเงินเดือนเดียวกัน ระดับชีวิตเดียวกัน วิธีลงทุนเดียวกัน แต่หากผลลัพธ์ต่างกัน ปัจจัยเดียวที่คงเหลือคือ “เมื่อเริ่มต้น”25 ปี ตั้งแต่เริ่มสะสมเปรียบเทียบกับคนที่เริ่มต้นที่35 ปี ทั้งคู่สะสมเดือนละ3 ล้านบาทด้วยดอกเบี้ย 5% และต่อเนื่องจนถึงอายุ60 ปี จากนั้นคนที่เริ่มตอนอายุ 25 ปีจะมีทรัพย์สินประมาณ3400 ล้านบาท ในขณะที่ผู้เริ่มตอนอายุ 35 ปีจะมีทรัพย์สินประมาณ1700 ล้านบาท ความต่างเมื่อระยะเวลาที่สะสมต่างกัน 10 ปี จะทำให้ทรัพย์สินต่างกันประมาณสองเท่า หากยังคงสะสมเดือนละ 3 ล้านบาทและอัตราผลตอบแทนเท่ากัน ความต่างนี้เกิดขึ้นเพราะการทบต้นมีเวลามากขึ้น10 ปีที่เริ่มต้นเร็วจะให้ผลประโยชน์ที่แตกต่างไม่ใช่แค่ผลรวมของเงินสะสมใน 10 ปี10 ปี เพราะดอกเบี้ยทบต้นจะสะสมยาวขึ้นเท่านั้น10 ปีที่เริ่มเร็วจะทำให้การสะสมในอีก25 ปีถัดไปเติบโตด้วยดอกเบี้ยทบต้น1 ปีของความต่างอาจดูเป็นการเกินจริง แต่มองด้วยตัวเลขแล้วใกล้เคียงจริง ทั้งนี้หากเริ่มปีนี้หรือปีหน้า ความมั่งคั่งเมื่ออายุ 60 จะต่างกันหลายหมื่น/แสนถ้าคิดเป็นมูลค่าเวลาเป็นทรัพยากรเดียวที่ไม่สามารถซื้อด้วยเงินได้ แม้รายได้จะน้อยหรือความรู้จะไม่สมบูรณ์ หากมีเวลาพอจึงมักสามารถทดแทนสิ่งอื่นได้มากมาย แต่เวลาเดียวกันนี้ไม่อาจซื้อคืนได้เลย ความอายุนั้นไม่ใช่พรสวรรค์ แต่เป็นทรัพย์สินที่ใหญ่ที่สุด30 ยุค,40 ยุค ก็ไม่ใช่เรื่องล้าช้าในการเริ่มลงทุน ทั้งนี้ยิ่งเริ่มเร็ว ดอกเบี้ยทบต้นยิ่งทำงานมาก เวลาในชีวิตนี้คือช่วงที่อายุน้อยที่สุดสำหรับทุกคน และการเริ่มวันนี้คือการเลือกดีที่สุดถึงแม้จะมีความรู้ ก็ต้องลงมือทำจึงจะได้ผลบางครั้งมีคนมาบอกว่า “สนใจการลงทุน แต่ยังขอศึกษาเพิ่มเติมก่อนเริ่ม” พวกเขาอ่านหนังสือมากมายบนเรื่องการลงทุน ดู YouTube เพื่อศึกษา และค้นหากองทุนที่ดี แต่ยังไม่ได้เปิดบัญชี หรือเริ่มการสะสมการมีความรู้กับการที่ทรัพย์สินจริงๆ เพิ่มขึ้นเป็นคนละเรื่องกัน นักลงทุนที่มีความรู้ในเรื่องอินเด็กซ์และมีการสะสมทุกเดือนแม้จะเพียง 3000 บาท ก็จะได้เปรียบมากกว่าคนที่มีความรู้ศูนย์และไม่เริ่มลงทุนเลย ความรู้ให้ผลตอบแทนเป็นศูนย์จริงๆ เงินที่ลงทุนนั้นเท่านั้นที่ทบต้นได้แนวคิดที่ว่า “ขอศึกษาเพิ่มอีกหน่อยก่อน” แท้จริงมีข้อผิดพลาด ทุกรู้เรื่องการลงทุนไม่มีวันหมด ความรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์ไม่สามารถทำนายตลาดได้อย่างแม่นยำ แม้ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพก็ไม่สามารถเอาชนะดัชนีเฉลี่ยในระยะยาวได้ เมื่อคิดอยากรู้ครบถ้วนแล้วเริ่มต้นจะไม่เกิดขึ้นความรู้ที่จำเป็นสำหรับการลงทุนในระยะยาวจริงๆ ไม่มากนัก คือ ความหมายของอินเด็กซ์ฟันด์ คืออะไร ดอกเบี้ยทบต้นคืออะไร และทำไมการถือหุ้นระยะยาวถึงได้ผล เมื่อเข้าใจสามแนวคิดนี้แล้วการลงทุนระยะยาวพื้นฐานสามารถเริ่มได้ ความรู้ที่เหลือสามารถเรียนรู้ไปพร้อมกับการกระทำจริงการลงมือทำให้ได้เรียนรู้ต่างจากการอ่านหนังสือหรือดู YouTube เพราะเมื่อเปิดบัญชีจริงๆ และตั้งค่าออมอัตโนมัติ พร้อมรับรู้การเปลี่ยนแปลงของราคา จะทำให้ความคิดที่เคยรู้เป็นความรู้ที่รู้สึกได้จริง สัมผัสเมื่อประสบวิกฤตก็มาคล้ายกัน ความรู้สึกจากประสบการณ์นี้เป็นส่วนสำคัญที่สุดในการพัฒนาตัวเองเป็นนักลงทุนระยะยาวความต่างของทรัพย์สินคือความต่างของพฤติกรรม ไม่ใช่ความรู้ ความรู้สึกของสองคนที่ได้เงินเดือนเท่ากันและมีการสืบค้นข้อมูลร่วมกันแต่คนหนึ่งเปิดบัญชีและสะสมทุกเดือน ขณะที่อีกคนยังอยู่ในระหว่างการศึกษาเมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่ปีจะมีต่างกันอย่างชัดเจน ความรู้กับการลงมือทำมีผนังกั้นอยู่บ้าง แต่ผู้ที่ก้าวข้ามได้จะได้รับประโยชน์จากการสร้างทรัพย์สินนิสัยที่สร้างทรัพย์สิน และนิสัยที่ทำลายทรัพย์สินเพราะเรื่องเงิน นิสัยคือความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดในท้ายที่สุด การบริหารรายได้ ประเมินค่าใช้จ่าย และการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้สะสมไปจนกลายเป็นความต่างของทรัพย์สินในระยะยาวหลายคนที่ทรัพย์สินไม่เติบโตมักมีรูปแบบการใช้เงินตามอารมณ์ เช่น ซื้อของตามอารมณ์ ชวนเพื่อนกินข้าวนอกบ้านบ่อยจนเกินไป หรือชำระเงินที่ไม่ได้ใช้งาน ปล่อยให้ของที่ลดราคาอยู่ในบ้าน ไม่ใช้จ่ายแบบมองเห็นได้ชัดเจน ความอยากรู้อยากลองและการซื้อที่ไม่จำเป็นรวมถึงการใช้จ่ายเพื่อบรรเทาความเครียด ล้วนเป็นการสะสมของค่าใช้จ่ายที่แม้ละมุนแต่เมื่อสะสมแล้วจะกลายเป็นจำนวนมากในทางตรงกันข้าม ผู้ที่สะสมทรัพย์สินมีกรอบการใช้งเงินที่ชัดเจน ไม่ใช่ใช้งานจากอารมณ์แต่ใช้ตามกฎ กฎจึงให้วางแผนการเงินและสนุกกับการใช้เงินได้จริง โดยการสะสมเป็นระบบอัตโนมัติ หากการสะสมถูกทำให้เป็นอัตโนมัติ ไม่ต้องคิดมากว่าควรลงทุนหรือไม่นิสัยมีอำนาจเมื่อผลลัพธ์ไม่เห็นชัด เช่น หากเป็นการสะสมเดือนละ 3 ล้านบาทต่อเดือนเป็นเวลา 1 ปี คุณจะไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงมากในช่วงแรก แต่หากทำต่อเนื่อง 5 ปี 10 ปี แล้วจะพบว่าทรัพย์สินสะสมขึ้นอย่างมาก เมื่อคิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา และทำให้เข้าใจว่า “สิ่งที่ทำมาตลอดมันมีผล”นิสัยที่ไม่ดีเช่น ซื้อของด้วยความอยากตามโปรโมชั่นก็จะสะสมเป็นจำนวนเล็กๆ แต่เมื่อสะสมทั้งปีจะกลายเป็นหลายแสนถึงล้านเยนการเปลี่ยนแปลงนิสัยไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันเป็นไปได้ สิ่งที่สำคัญคือไม่พยายามเปลี่ยนด้วยแรงจูงใจแต่เปลี่ยนด้วยโครงสร้าง เช่น ตั้งการสะสมอัตโนมัติ จะทำให้ไม่ต้องคิดถึงการสะสมทุกเดือน และการทบทวนค่าใช้จ่ายที่แน่นอนเพียงครั้งเดียวก็จะทำให้มีผลต่อเนื่องไปในทุกเดือน โครงสร้างนี้จะทำให้นิสัยที่ดีดำเนินต่อไปโดยอัตโนมัติ“幻想ที่รายได้สูงขึ้นจะทำให้รวยขึ้น”ความคิดว่า “ถ้าได้รายได้สูงกว่านี้จะออมได้มากขึ้น” หรือ “ถ้ารายได้จากเงินเดือนสูงกว่านี้จะเริ่มลงทุน” เป็นความคิดที่หลายคนเคยมี แต่อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติมักเป็นเพียงความฝันเมื่อรายได้สูงขึ้น ในหลายกรณี ค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเรียกว่า “เงินเฟ้อรูปแบบชีวิต” หากรายได้เพิ่มขึ้น 5 แสนเยนต่อปี ราคาบ้าน รถ และอาหารจะปรับสูงขึ้น และสุดท้ายเงินออมจริงๆ จะลดลง หรืออย่างน้อยก็ลดลงไม่มากนักเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มแม้มีรายได้สูงแต่ทรัพย์สินไม่สูงก็มีจริง และคนที่มีรายได้น้อยแต่สะสมทรัพย์สินได้ก็มีจริง ความแตกต่างนี้ไม่ใช่จากรายได้ แต่เกิดจากสามองค์ประกอบที่กล่าวมาข้างต้น: วิธีใช้งิน วิธีเพิ่มทรัพย์สิน และวิธีใช้เวลา ถ่ายทอดโดยการสะสมรายเดือน ผู้ที่มีรายได้สูงแต่ไม่ลงทุนหรือนำเงินไปลงทุนอย่างเหมาะสมจะไม่ได้รับประโยชน์ในระยะยาวเท่าผู้ที่นำเงินไปลงทุนการลงทุนอาจดูเป็นเรื่องยากสำหรับหลายคน แต่การสะสมทุนผ่านอินเด็กซ์ฟันด์เป็นวิธีที่เรียบง่ายมาก เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์ เลือกอินเด็กซ์ฟันด์ที่ติดตามดัชนีทั่วโลก เช่น S&P500 และตั้งการสะสมแบบอัตโนมัติ เพียงเท่านี้ ไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์หรือเฝ้าดูราคาทุกวัน คงทำแค่ตั้งค่าและปล่อยให้มันทำงานความแตกต่างของเวลา ทำให้ทุกความแตกต่างเงินเดือนเดียวกัน ความเป็นอยู่เหมือนกัน วิธีลงทุนเหมือนกัน แต่ถ้าผลลัพธ์ต่างกัน สิ่งเดียวที่เหลือคือ “ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เริ่มต้น”10 ปีหลังจากนี้ การสะสมของคุณกับเพื่อนร่วมงานจะแตกต่างกันอย่างมาก การนำเงินไปลงทุนหรือไม่ และเริ่มเมื่อไหร่การเลือกในแต่ละวันเหล่านี้ย่อมดูไม่สำคัญในตอนนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปและสะสมเป็นเดือนเป็นปี จะกลายเป็นช่องว่างที่ยากจะกวาดกลับด้วยความแตกต่างค่อยๆ ขยายอย่างเงียบๆ ไม่มีใครกลายเป็นคนรวยในคืนเดียว ไม่มีใครกลายเป็นยาจกในคืนเดียว ความต่างที่เกิดจากการเลือกที่เล็กน้อยในแต่ละวันสะสมเป็นปีกับปีจนเกิดผลในวันหนึ่งที่มองเห็นได้ชัดทรัพย์สินไม่ได้ถูกกำหนดโดยรายได้ แต่ขึ้นกับนิสัย เงินต่างหากที่เป็นผลจากการกระทำ ความต่างในอนาคตไม่ขึ้นกับว่าคุณได้เงินมากน้อยเพียงใด แต่ขึ้นกับการกระทำสามคำนี้อย่างที่บทความนี้ต้องการสื่อยังไงก็สามารถมีชีวิตต่อไปได้ โดยมีค่าใช้จ่ายรายเดือนจากเงินเดือน และคิดว่าบำนาญจะช่วยชีวิตในวัยเกษียณ อันที่จริงแล้วในปัจจุบันความมั่นคงของบำนาญสาธารณะกำลังลดลง และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุกำลังเพิ่มขึ้น หากไม่ลงมือทำ ความแตกต่างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจะยิ่งใหญ่ขึ้น และไม่แน่ใจว่าจะมีเวลาทันที่จะกลับมาทันหรือไม่สิ่งที่สามารถเปลี่ยนได้ตั้งแต่วันนี้ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องยาก เกือบทุกอย่างเริ่มต้นได้อย่างง่ายดายตั้งแต่วันนี้อันดับแรกคือการทบทวนค่าใช้จ่าย ตรวจสอบใบเรียกเก็บค่าใช้จ่ายรายเดือนเพื่อหาค่าใช้จ่ายคงที่ที่คุณไม่เคยสังเกต แล้วดูว่าสิ่งที่คุณไม่ใช้งาน เช่น รายการสมัครรับบริการที่ยังไม่เคยใช้งาน ประกันที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ และค่าอินเทอร์เน็ตที่คุณอาจปรับลดได้ มีบางสิ่งที่คุณพบเจออาจทำให้คุณมีความสามารถในการลงทุนมากขึ้นในแต่ละเดือนต่อมาคือการเปิดบัญชีการลงทุน ในแพลตฟอร์มออนไลน์คุณสามารถเปิดบัญชีได้ภายในไม่กี่วัน และควรเปิดบัญชี NISA พร้อมกัน เพื่อเปิดโอกาสในการลงทุนได้มากขึ้น การเปิดบัญชีเป็นก้าวแรกที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณไปจำนวนเงินที่เริ่มลงทุนไม่จำเป็นต้องมาก คุณสามารถเริ่มต้นด้วย 3,000 เยนต่อเดือนหรือ 5,000 เยนต่อเดือนก็ได้ สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นและทำต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องตั้งจำนวนที่สมบูรณ์ตั้งแต่แรก ความสามารถในการเริ่มและทำต่อเนื่องสำคัญกว่าปริมาณการตั้งออมอัตโนมัติทำให้ไม่ต้องใช้พลังจิตในการรักษาการสะสม ทุกเดือนมีการสะสมอัตโนมัติ ไม่ว่าช่วงเดือนที่ยุ่งหรือมีตลาดตกบ่อย มันจะดำเนินต่อไปด้วยตัวเอง การใช้งานผ่านระบบเป็นสิ่งที่ช่วยให้การลงทุนระยะยาวยืนยาวผู้ที่สังเกตเห็นจะค่อยๆ หลุดออกจากระบบ โดยไม่จำเป็นต้องประกาศ loudly บนสื่อสังคมSNS ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ แค่เปิดบัญชีวันนี้และเริ่มสะสมตั้งแต่เดือนนี้ก็จะสร้างความแตกต่างจากผู้ที่ไม่ลงมือทำเลยการเปลี่ยนแปลงอนาคตขึ้นอยู่กับการกระทำในปัจจุบัน ความรู้เพิ่มขึ้น ความเข้าใจมากขึ้น ที่เหลือคือจะทำหรือไม่ทำ
การทบทวนค่าใช้จ่ายไม่ใช่การอดทนอดกลั้น แต่เป็นงานตรวจสอบว่าเงินที่เราใช้จริงๆ ทำให้รู้สึกพอใจหรือมีคุณค่าไหม การเลิกใช้เงินที่ใช้อยู่แบบเป็นนิสัยและเปลี่ยนไปใช้อย่างมีความหมายมากขึ้นจะไม่ลดคุณภาพชีวิต แต่จะทำให้ดีขึ้น
เมื่อคุณทบทวนการใช้งเงินและเงินที่เหลือติดมือมากขึ้น สิ่งต่อไปคือ “จะจัดการเงินนั้นอย่างไร” คำตอบในส่วนนี้จะเป็นปัจจัยที่ขยายความแตกต่างในทรัพย์สินอย่างเด็ดขาด
หากฝากในบัญชีเงินฝากธนาคารทั่วไป อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันแทบเป็นศูนย์ ถ้าเงิน 100 ล้านเยนฝากไว้ ดอกเบี้ยที่ได้รับในหนึ่งปีจะอยู่ไม่กี่ร้อยเยน หากอัตราเงินเฟ้อปีละ 2% ราคาสินค้าจะสูงขึ้นและมูลค่าเงินจริงๆ ของเงินฝากจะลดลงทุกปี “ความมั่นใจในการออมมีอยู่ แต่ทรัพย์สินแท้จริงจะลดลงเรื่อยๆ
ในทางกลับกัน หากลงทุน 100 ล้านเยนในอินเด็กซ์ฟันด์ คาดว่าสิทธิ์ผลตอบแทนระยะยาวจะอยู่ระหว่าง 5–7%% ต่อปี แน่นอนว่าไม่สามารถรับประกันแบบนี้ทุกปี และบางปีอาจต่ำลง แต่โดยรวมในระยะยาวจะอยู่ในระดับนี้100 ล้านเยนในปีปฏิบัติงานที่ 5%% ต่อปี หากนำเงิน 100 ล้านบาทไปลงทุนในธนาคารในรูปแบบออมทรัพย์ เงินจะไม่เปลี่ยนแปลงมากในอีก 10 ปี
ในมุมมองของการสะสมแบบรายเดือน ความแตกต่างนี้จะยิ่งใหญ่ขึ้น เมื่อเดือนละ 3 ล้านบาทถูกนำไปลงทุนด้วยอัตราดอกเบี้ยปีละ 5%% ในระยะเวลา20 ปี ทรัพย์สินสุดท้ายจะประมาณ1,2301,230 แสนเยน แต่ด้วยดอกเบี้ยทบต้นจะมีประมาณเพิ่มขึ้นอีก510 แสนเยน หากนำเงินเดือนละ ล้านบาทมาสะสม 20 ปีในตู้นิทชีวิตจะได้ทรัพย์สิน 3 7
ประโยชน์ของดอกเบี้ยทบต้นจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป โดยต่างกันระหว่างช่วงแรกกับช่วงหลังยิ่งนาน ยิ่งมาก ช่วงเริ่มต้นควรเริ่มเร็วที่สุดและควรทำต่อเนื่องให้นานที่สุด
เงินมีสามสถานะ คือ ใช้ เก็บ อนุรักษ์ และเพิ่มขึ้น การใช้จะหายไปเมื่อใช้งาน เก็บไว้จะรักษาปัจจุบันแต่ค่าครองชีพจะลดลงเพราะเงินเฟ้อ และหากเพิ่มขึ้นจะยิ่งคงไปตามเวลา เช่นเดียวกับที่สองคนที่ได้เงินเดือนเท่ากัน แต่คนหนึ่งใช้เงินให้ลงทุนและอีกคนเก็บเงินไว้ เผื่อในอนาคต ความต่างหลังจาก 10 ปีจะมีหลายล้านเยน
เมื่อคนส่วนใหญ่คิดว่าInvestment เป็นเรื่องที่ยาก แต่การสะสมทุนผ่านอินเด็กซ์ฟันด์เป็นวิธีที่ง่ายมาก เพียงเปิดบัญชีหลักทรัพย์ออนไลน์ เลือกอินเด็กซ์ฟันด์ที่ติดตามดัชนีโลกเช่น S&P500 และตั้งการสะสมอัตโนมัติ และเพียงเท่านี้ ไม่มีความจำเป็นต้องวิเคราะห์มากมาย หรือดูราคาในแต่ละวัน บางครั้งอยู่ในระบบเดียวแล้วก็ปล่อยให้มันทำงาน
เวลาความต่าง ทำให้ทุกความต่าง
เงินเดือนเดียวกัน ระดับชีวิตเดียวกัน วิธีลงทุนเดียวกัน แต่หากผลลัพธ์ต่างกัน ปัจจัยเดียวที่คงเหลือคือ “เมื่อเริ่มต้น”
25 ปี ตั้งแต่เริ่มสะสมเปรียบเทียบกับคนที่เริ่มต้นที่35 ปี ทั้งคู่สะสมเดือนละ3 ล้านบาทด้วยดอกเบี้ย 5% และต่อเนื่องจนถึงอายุ60 ปี จากนั้นคนที่เริ่มตอนอายุ 25 ปีจะมีทรัพย์สินประมาณ3400 ล้านบาท ในขณะที่ผู้เริ่มตอนอายุ 35 ปีจะมีทรัพย์สินประมาณ1700 ล้านบาท ความต่างเมื่อระยะเวลาที่สะสมต่างกัน 10 ปี จะทำให้ทรัพย์สินต่างกันประมาณสองเท่า หากยังคงสะสมเดือนละ 3 ล้านบาทและอัตราผลตอบแทนเท่ากัน ความต่างนี้เกิดขึ้นเพราะการทบต้นมีเวลามากขึ้น
10 ปีที่เริ่มต้นเร็วจะให้ผลประโยชน์ที่แตกต่างไม่ใช่แค่ผลรวมของเงินสะสมใน 10 ปี10 ปี เพราะดอกเบี้ยทบต้นจะสะสมยาวขึ้นเท่านั้น10 ปีที่เริ่มเร็วจะทำให้การสะสมในอีก25 ปีถัดไปเติบโตด้วยดอกเบี้ยทบต้น
ปีของความต่างอาจดูเป็นการเกินจริง แต่มองด้วยตัวเลขแล้วใกล้เคียงจริง ทั้งนี้หากเริ่มปีนี้หรือปีหน้า ความมั่งคั่งเมื่ออายุ 60 จะต่างกันหลายหมื่น/แสนถ้าคิดเป็นมูลค่า
เวลาเป็นทรัพยากรเดียวที่ไม่สามารถซื้อด้วยเงินได้ แม้รายได้จะน้อยหรือความรู้จะไม่สมบูรณ์ หากมีเวลาพอจึงมักสามารถทดแทนสิ่งอื่นได้มากมาย แต่เวลาเดียวกันนี้ไม่อาจซื้อคืนได้เลย ความอายุนั้นไม่ใช่พรสวรรค์ แต่เป็นทรัพย์สินที่ใหญ่ที่สุด
30 ยุค,40 ยุค ก็ไม่ใช่เรื่องล้าช้าในการเริ่มลงทุน ทั้งนี้ยิ่งเริ่มเร็ว ดอกเบี้ยทบต้นยิ่งทำงานมาก เวลาในชีวิตนี้คือช่วงที่อายุน้อยที่สุดสำหรับทุกคน และการเริ่มวันนี้คือการเลือกดีที่สุด
ถึงแม้จะมีความรู้ ก็ต้องลงมือทำจึงจะได้ผล
บางครั้งมีคนมาบอกว่า “สนใจการลงทุน แต่ยังขอศึกษาเพิ่มเติมก่อนเริ่ม” พวกเขาอ่านหนังสือมากมายบนเรื่องการลงทุน ดู YouTube เพื่อศึกษา และค้นหากองทุนที่ดี แต่ยังไม่ได้เปิดบัญชี หรือเริ่มการสะสม
การมีความรู้กับการที่ทรัพย์สินจริงๆ เพิ่มขึ้นเป็นคนละเรื่องกัน นักลงทุนที่มีความรู้ในเรื่องอินเด็กซ์และมีการสะสมทุกเดือนแม้จะเพียง 3000 บาท ก็จะได้เปรียบมากกว่าคนที่มีความรู้ศูนย์และไม่เริ่มลงทุนเลย ความรู้ให้ผลตอบแทนเป็นศูนย์จริงๆ เงินที่ลงทุนนั้นเท่านั้นที่ทบต้นได้
แนวคิดที่ว่า “ขอศึกษาเพิ่มอีกหน่อยก่อน” แท้จริงมีข้อผิดพลาด ทุกรู้เรื่องการลงทุนไม่มีวันหมด ความรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์ไม่สามารถทำนายตลาดได้อย่างแม่นยำ แม้ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพก็ไม่สามารถเอาชนะดัชนีเฉลี่ยในระยะยาวได้ เมื่อคิดอยากรู้ครบถ้วนแล้วเริ่มต้นจะไม่เกิดขึ้น
ความรู้ที่จำเป็นสำหรับการลงทุนในระยะยาวจริงๆ ไม่มากนัก คือ ความหมายของอินเด็กซ์ฟันด์ คืออะไร ดอกเบี้ยทบต้นคืออะไร และทำไมการถือหุ้นระยะยาวถึงได้ผล เมื่อเข้าใจสามแนวคิดนี้แล้วการลงทุนระยะยาวพื้นฐานสามารถเริ่มได้ ความรู้ที่เหลือสามารถเรียนรู้ไปพร้อมกับการกระทำจริง
การลงมือทำให้ได้เรียนรู้ต่างจากการอ่านหนังสือหรือดู YouTube เพราะเมื่อเปิดบัญชีจริงๆ และตั้งค่าออมอัตโนมัติ พร้อมรับรู้การเปลี่ยนแปลงของราคา จะทำให้ความคิดที่เคยรู้เป็นความรู้ที่รู้สึกได้จริง สัมผัสเมื่อประสบวิกฤตก็มาคล้ายกัน ความรู้สึกจากประสบการณ์นี้เป็นส่วนสำคัญที่สุดในการพัฒนาตัวเองเป็นนักลงทุนระยะยาว
ความต่างของทรัพย์สินคือความต่างของพฤติกรรม ไม่ใช่ความรู้ ความรู้สึกของสองคนที่ได้เงินเดือนเท่ากันและมีการสืบค้นข้อมูลร่วมกันแต่คนหนึ่งเปิดบัญชีและสะสมทุกเดือน ขณะที่อีกคนยังอยู่ในระหว่างการศึกษาเมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่ปีจะมีต่างกันอย่างชัดเจน ความรู้กับการลงมือทำมีผนังกั้นอยู่บ้าง แต่ผู้ที่ก้าวข้ามได้จะได้รับประโยชน์จากการสร้างทรัพย์สิน
นิสัยที่สร้างทรัพย์สิน และนิสัยที่ทำลายทรัพย์สิน
เพราะเรื่องเงิน นิสัยคือความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดในท้ายที่สุด การบริหารรายได้ ประเมินค่าใช้จ่าย และการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้สะสมไปจนกลายเป็นความต่างของทรัพย์สินในระยะยาว
หลายคนที่ทรัพย์สินไม่เติบโตมักมีรูปแบบการใช้เงินตามอารมณ์ เช่น ซื้อของตามอารมณ์ ชวนเพื่อนกินข้าวนอกบ้านบ่อยจนเกินไป หรือชำระเงินที่ไม่ได้ใช้งาน ปล่อยให้ของที่ลดราคาอยู่ในบ้าน ไม่ใช้จ่ายแบบมองเห็นได้ชัดเจน ความอยากรู้อยากลองและการซื้อที่ไม่จำเป็นรวมถึงการใช้จ่ายเพื่อบรรเทาความเครียด ล้วนเป็นการสะสมของค่าใช้จ่ายที่แม้ละมุนแต่เมื่อสะสมแล้วจะกลายเป็นจำนวนมาก
ในทางตรงกันข้าม ผู้ที่สะสมทรัพย์สินมีกรอบการใช้งเงินที่ชัดเจน ไม่ใช่ใช้งานจากอารมณ์แต่ใช้ตามกฎ กฎจึงให้วางแผนการเงินและสนุกกับการใช้เงินได้จริง โดยการสะสมเป็นระบบอัตโนมัติ หากการสะสมถูกทำให้เป็นอัตโนมัติ ไม่ต้องคิดมากว่าควรลงทุนหรือไม่
นิสัยมีอำนาจเมื่อผลลัพธ์ไม่เห็นชัด เช่น หากเป็นการสะสมเดือนละ 3 ล้านบาทต่อเดือนเป็นเวลา 1 ปี คุณจะไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงมากในช่วงแรก แต่หากทำต่อเนื่อง 5 ปี 10 ปี แล้วจะพบว่าทรัพย์สินสะสมขึ้นอย่างมาก เมื่อคิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา และทำให้เข้าใจว่า “สิ่งที่ทำมาตลอดมันมีผล”
นิสัยที่ไม่ดีเช่น ซื้อของด้วยความอยากตามโปรโมชั่นก็จะสะสมเป็นจำนวนเล็กๆ แต่เมื่อสะสมทั้งปีจะกลายเป็นหลายแสนถึงล้านเยน
การเปลี่ยนแปลงนิสัยไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันเป็นไปได้ สิ่งที่สำคัญคือไม่พยายามเปลี่ยนด้วยแรงจูงใจแต่เปลี่ยนด้วยโครงสร้าง เช่น ตั้งการสะสมอัตโนมัติ จะทำให้ไม่ต้องคิดถึงการสะสมทุกเดือน และการทบทวนค่าใช้จ่ายที่แน่นอนเพียงครั้งเดียวก็จะทำให้มีผลต่อเนื่องไปในทุกเดือน โครงสร้างนี้จะทำให้นิสัยที่ดีดำเนินต่อไปโดยอัตโนมัติ
“幻想ที่รายได้สูงขึ้นจะทำให้รวยขึ้น”
ความคิดว่า “ถ้าได้รายได้สูงกว่านี้จะออมได้มากขึ้น” หรือ “ถ้ารายได้จากเงินเดือนสูงกว่านี้จะเริ่มลงทุน” เป็นความคิดที่หลายคนเคยมี แต่อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติมักเป็นเพียงความฝัน
เมื่อรายได้สูงขึ้น ในหลายกรณี ค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเรียกว่า “เงินเฟ้อรูปแบบชีวิต” หากรายได้เพิ่มขึ้น 5 แสนเยนต่อปี ราคาบ้าน รถ และอาหารจะปรับสูงขึ้น และสุดท้ายเงินออมจริงๆ จะลดลง หรืออย่างน้อยก็ลดลงไม่มากนักเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่ม
แม้มีรายได้สูงแต่ทรัพย์สินไม่สูงก็มีจริง และคนที่มีรายได้น้อยแต่สะสมทรัพย์สินได้ก็มีจริง ความแตกต่างนี้ไม่ใช่จากรายได้ แต่เกิดจากสามองค์ประกอบที่กล่าวมาข้างต้น: วิธีใช้งิน วิธีเพิ่มทรัพย์สิน และวิธีใช้เวลา ถ่ายทอดโดยการสะสมรายเดือน ผู้ที่มีรายได้สูงแต่ไม่ลงทุนหรือนำเงินไปลงทุนอย่างเหมาะสมจะไม่ได้รับประโยชน์ในระยะยาวเท่าผู้ที่นำเงินไปลงทุน
การลงทุนอาจดูเป็นเรื่องยากสำหรับหลายคน แต่การสะสมทุนผ่านอินเด็กซ์ฟันด์เป็นวิธีที่เรียบง่ายมาก เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์ เลือกอินเด็กซ์ฟันด์ที่ติดตามดัชนีทั่วโลก เช่น S&P500 และตั้งการสะสมแบบอัตโนมัติ เพียงเท่านี้ ไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์หรือเฝ้าดูราคาทุกวัน คงทำแค่ตั้งค่าและปล่อยให้มันทำงาน
ความแตกต่างของเวลา ทำให้ทุกความแตกต่าง
เงินเดือนเดียวกัน ความเป็นอยู่เหมือนกัน วิธีลงทุนเหมือนกัน แต่ถ้าผลลัพธ์ต่างกัน สิ่งเดียวที่เหลือคือ “ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เริ่มต้น”10 ปีหลังจากนี้ การสะสมของคุณกับเพื่อนร่วมงานจะแตกต่างกันอย่างมาก การนำเงินไปลงทุนหรือไม่ และเริ่มเมื่อไหร่
การเลือกในแต่ละวันเหล่านี้ย่อมดูไม่สำคัญในตอนนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปและสะสมเป็นเดือนเป็นปี จะกลายเป็นช่องว่างที่ยากจะกวาดกลับด้วย
ความแตกต่างค่อยๆ ขยายอย่างเงียบๆ ไม่มีใครกลายเป็นคนรวยในคืนเดียว ไม่มีใครกลายเป็นยาจกในคืนเดียว ความต่างที่เกิดจากการเลือกที่เล็กน้อยในแต่ละวันสะสมเป็นปีกับปีจนเกิดผลในวันหนึ่งที่มองเห็นได้ชัด
ทรัพย์สินไม่ได้ถูกกำหนดโดยรายได้ แต่ขึ้นกับนิสัย เงินต่างหากที่เป็นผลจากการกระทำ ความต่างในอนาคตไม่ขึ้นกับว่าคุณได้เงินมากน้อยเพียงใด แต่ขึ้นกับการกระทำสามคำนี้อย่างที่บทความนี้ต้องการสื่อ
ยังไงก็สามารถมีชีวิตต่อไปได้ โดยมีค่าใช้จ่ายรายเดือนจากเงินเดือน และคิดว่าบำนาญจะช่วยชีวิตในวัยเกษียณ อันที่จริงแล้วในปัจจุบันความมั่นคงของบำนาญสาธารณะกำลังลดลง และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุกำลังเพิ่มขึ้น หากไม่ลงมือทำ ความแตกต่างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจะยิ่งใหญ่ขึ้น และไม่แน่ใจว่าจะมีเวลาทันที่จะกลับมาทันหรือไม่
สิ่งที่สามารถเปลี่ยนได้ตั้งแต่วันนี้
ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องยาก เกือบทุกอย่างเริ่มต้นได้อย่างง่ายดายตั้งแต่วันนี้
อันดับแรกคือการทบทวนค่าใช้จ่าย ตรวจสอบใบเรียกเก็บค่าใช้จ่ายรายเดือนเพื่อหาค่าใช้จ่ายคงที่ที่คุณไม่เคยสังเกต แล้วดูว่าสิ่งที่คุณไม่ใช้งาน เช่น รายการสมัครรับบริการที่ยังไม่เคยใช้งาน ประกันที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ และค่าอินเทอร์เน็ตที่คุณอาจปรับลดได้ มีบางสิ่งที่คุณพบเจออาจทำให้คุณมีความสามารถในการลงทุนมากขึ้นในแต่ละเดือน
ต่อมาคือการเปิดบัญชีการลงทุน ในแพลตฟอร์มออนไลน์คุณสามารถเปิดบัญชีได้ภายในไม่กี่วัน และควรเปิดบัญชี NISA พร้อมกัน เพื่อเปิดโอกาสในการลงทุนได้มากขึ้น การเปิดบัญชีเป็นก้าวแรกที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณไป
จำนวนเงินที่เริ่มลงทุนไม่จำเป็นต้องมาก คุณสามารถเริ่มต้นด้วย 3,000 เยนต่อเดือนหรือ 5,000 เยนต่อเดือนก็ได้ สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นและทำต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องตั้งจำนวนที่สมบูรณ์ตั้งแต่แรก ความสามารถในการเริ่มและทำต่อเนื่องสำคัญกว่าปริมาณ
การตั้งออมอัตโนมัติทำให้ไม่ต้องใช้พลังจิตในการรักษาการสะสม ทุกเดือนมีการสะสมอัตโนมัติ ไม่ว่าช่วงเดือนที่ยุ่งหรือมีตลาดตกบ่อย มันจะดำเนินต่อไปด้วยตัวเอง การใช้งานผ่านระบบเป็นสิ่งที่ช่วยให้การลงทุนระยะยาวยืนยาว
ผู้ที่สังเกตเห็นจะค่อยๆ หลุดออกจากระบบ โดยไม่จำเป็นต้องประกาศ loudly บนสื่อสังคมSNS ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ แค่เปิดบัญชีวันนี้และเริ่มสะสมตั้งแต่เดือนนี้ก็จะสร้างความแตกต่างจากผู้ที่ไม่ลงมือทำเลย
การเปลี่ยนแปลงอนาคตขึ้นอยู่กับการกระทำในปัจจุบัน ความรู้เพิ่มขึ้น ความเข้าใจมากขึ้น ที่เหลือคือจะทำหรือไม่ทำ