วันที่ 13: การใช้งาน EA และการบริหารเงิน – คิดถึงการหลีกเลี่ยงการขาดทุนเป็นอันดับแรก
จากนี้ไปเป็นหัวข้อที่เป็นแก่นสารมากขึ้นด้านการใช้งานจริงการบริหารจัดการเงินทุนที่เราจะให้ความสำคัญ
ในการใช้ EA เพื่อมุ่งหารายได้ที่มั่นคง สิ่งที่สำคัญคือทัศนคติการจัดการความเสี่ยงที่ไม่ทำให้เกิดการขาดทุนมากเกินไป
ทำไมถึงให้การหลีกเลี่ยงการขาดทุนเป็นลำดับแรก
การบริหารจัดการเงินทุนในการเทรดมักเน้นไปที่ “การหลีกเลี่ยงความล้มเหลวครั้งใหญ่” มากกว่าการ “ชนะมากๆ”
เพราะหากสูญเสียทุนมากในครั้งเดียว การกลับมาฟื้นฟูต้องใช้เวลาและพลังจิตมาก และเชื่อมโยงโดยตรงกับความเสี่ยงที่จะ “ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้”
-
ผลกระทบของโดรดาวน์ต่อเงินทุน
ตัวอย่าง หากเงินทุนลดลง 50% เพื่อกลับสู่สภาพเดิม ต้องทำให้สินทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ยิ่งขาดทุนลึก ยิ่งการฟื้นตัวยากขึ้น -
แม้บน EA ก็อาจเกิดการขาดทุนครั้งใหญ่ได้
การเทรดอัตโนมัติไม่ใช่ไม่มีความเสี่ยง เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสูญเสียที่ต่อเนื่องก็อาจเกิดขึ้นได้
การตั้งค่า Lot Size และระดับความยอมรับความเสี่ยง
สิ่งสำคัญในการทำงานของ EA คือการกำหนดขนาดล็อตอย่างไรคือส่วนที่ต้องพิจารณา
หากตั้งล็อตใหญ่เกินไป จะมีผลเสียมากเมื่อเกิดแพ้ต่อเนื่อง
-
คิดถึง“ความเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้ง” ก่อน
-
ตัวอย่าง เช่น กำหนดความเสี่ยง 1–2% ของเงินทุนทั้งหมด ซึ่งเป็นพื้นฐานของการบริหารความเสี่ยง
-
พิจารณาความกว้างของจุดตัดขาดและความถี่ในการเข้า EA เพื่อให้โดรดาวน์สูงสุดที่คาดไว้ไม่เกินขอบเขตที่ตนยอมรับ
-
-
เมื่อใช้งาน EA หลายตัว ให้ตรวจสอบความเสี่ยงรวม
-
หาก EA ที่ใช้งานพร้อมกันมีสถานะขยับขึ้นพร้อมกัน ให้คำนวณความเสี่ยงรวมทั้งหมด
-
แม้จะตั้งความเสี่ยง 1% ต่อ EA แต่หากมี 5 EA ที่เปิดสถานะพร้อมกัน ความเสี่ยงรวมอาจพุ่งไปถึง 5%
-
การกำหนดจุดตัดขาดและการประสานกับจิตใจ
EA มักมีฟังก์ชันตั้งค่าจุดตัดขาดไว้โดยอัตโนมัติ แต่การกำหนดขอบเขตนั้นขึ้นกับผู้เทรดเอง
-
การตั้งจุดตัดขาดที่ไม่รัดกุมจะทำให้โดรดาวน์ขยายได้ง่าย
หากยืดหยุ่นต่อการขาากลับ การแพ้ครั้งเดียวจะใหญ่ขึ้น -
การตัดขาดที่รัดกว่าก็อาจะก่อให้เกิดการขาดทุนบ่อย
หากตั้งจุดตัดขาดเล็กเกินไป การแพ้ต่อเนื่องอาจสะสม การหาจุดสมดุลตามลักษณะตรรกะของ EA จึงเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา
ด้านจิตใจก็เช่นกัน หากยึดขอบเขตการตัดขาดที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ก็คิดว่าเป็น “ผลลัพธ์ตามตรรกะ” ได้ง่ายขึ้น
ในทางกลับกัน หากเกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วโดยไม่คาดคิด ความมั่นใจว่า “สามารถจำกัดการขาดทุนให้น้อยที่สุด” ก็มีความหมายสำคัญต่อการดำเนินการเทรดต่อไป
ตัวอย่างกฎการบริหารเงินทุน
-
การตั้งค่าขีดไฟโดรดาวน์
-
ตัวอย่าง เช่น หยุดชั่วคราวเมื่อทุนลดลง 10% แล้วกลับมาทำการตรวจสอบ หรือหยุดอัตโนมัติเมื่อทุนลดลง 20% เป็นต้น โดยกำหนดเป็นตัวเลขที่ชัดเจน
-
เมื่อตลาดเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง จะมี_rule ที่ช่วยลดความลังเลและการตัดสินใจทางอารมณ์
-
-
ปรับขนาดล็อตอัตโนมัติตามระดับความเสี่ยง
-
ใช้สูตรเช่น “ทุนบัญชีปัจจุบัน × 1%” เพื่อกำหนดพารามิเตอร์ EA และปรับล็อตอัตโนมัติตามการเปลี่ยนแปลงของทุน
-
เมื่อทุนเพิ่ม ความเสี่ยงที่สามารถรับได้จะเพิ่มขึ้น ในทางกลับกันหากทุนลด ความเสี่ยงจะลดลง ทำให้ป้องกันวิกฤติได้ง่ายขึ้น
-
-
ความสมดุลระหว่างคู่สกุลเงินหลายคู่และหลาย EA
-
อย่างที่กล่าวไป ก่อนหน้านี้ หากสภาวะตลาดเดียวกัน มีการเปิดสถานะพร้อมกันหลายคู่ ควรลดล็อตหรือกำหนดขีดสูงสุดการเข้าในคู่สกุลเงินบางคู่เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบมากเกินไป
-
สรุปวันนี้และการแจ้งข่าวสำหรับครั้งต่อไป
-
การบริหารเงินทุนที่ไม่แพ้มากเป็นกุญแจที่สำคัญที่สุดในการใช้งาน EA
-
ปรับขนาดล็อตและการตั้งค่าการตัดขาดให้สอดคล้องกับตรรกะ เพื่อไม่ให้ทำเกินขอบเขตและประสบความสำเร็จระยะยาว
-
ตั้งขีดไฟโดรดาวน์ล่วงหน้า และมีแนวทางเชิงสถิติ เพื่อควบคุมอารมณ์ไม่ให้เบี่ยงเบน
ในวันถัดไป (DAY 14) จะลงลึกในหัวข้อ “การตั้งค่าการตัดขาดและอัตราส่วนความเสี่ยง-ผลตอบแทนในการใช้งาน EA” เพื่อดูวิธีตัดขาดและการประสานอัตราส่วนความเสี่ยง-ผลตอบแทนที่ชัดเจนมากขึ้น มาคิดร่วมกันว่าความได้เปรียบในการดำเนินการอัตโนมัติของ EA จะถูกเพิ่มสูงสุดได้อย่างไร
แนะนำ EA ที่ฉันจำหน่าย
เมื่อใช้งาน EA โดยให้ความสำคัญกับการบริหารเงินทุน คงจะดีถ้าคุณพิจารณา EA ที่ฉันจำหน่ายด้วย
https://www.gogojungle.co.jp/users/147322/products
ถ้าเลือก EA ที่สามารถปรับการตัดขาดและการตั้งค่ารล็อตได้ยืดหยุ่น ก็จะเปิดโอกาสให้ควบคุมความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมและยังคงเทรดต่อไปได้
บทความถัดไปจะขยายความเข้าใจถึงวิธีปรับการตั้งค่าการตัดขาดและอัตราส่วนความเสี่ยง-ผลตอบแทนของ EA อย่างละเอียดมากขึ้น
กรุณากด “อ่านต่อ” เพื่ออ่านเพิ่มเติมด้วย