[อามิดะ式:โปรไฟล์ปริมาณครองตลาด] บทเรียนที่ 24: Volume Setup #4 (Volume Gap Setup) ชุดอัตราสว่างปริมาณที่ขาดหาย – พลังร่วมจาก “ช่องว่างของปริมาณ”
「เมื่อฤดูกาลว่างตลาดออกว่าง มันคือคำเชิญชวนให้ราคากลับมา และเมื่อมันถูกปฏิเสธ นั่นคือเวลาของการลงมือ」
1. ความร่วมมือด้านความรู้: จากพื้นที่ควบคุมสู่พื้นที่ว่างของตลาด
จนถึงบัดนี้ เราได้สร้างชุดเครื่องมือที่ทรงพลังเพื่อ “อ่าน” ตลาดผ่านโปรไฟล์วอลุ่ม
บทเรียนที่ 21: ชุดตั้งค่าโฟกัสปริมาณรวม– วิธีเข้าออเดอร์อย่างชาญฉลาดจากพื้นที่สะสมปริมาณในช่วงแนวตลาดทรงตัว
บทเรียนที่ 22: ตั้งค่าทิศทางแนวโน้ม– วิธีค้นหาพื้นที่ AOC ที่มีปริมาณรวมอยู่ภายในแนวโน้ม เพื่อขยายระดับการซื้อขาย
บทเรียนที่ 23: ตั้งค่าการดีดกลับ– วิธีจับสัญญาณปฏิเสธจากพฤติกรรมราคาและการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของปริมาณ
อย่างไรก็ตาม โปรไฟล์ปริมาณยังมีด้านที่ยังไม่ลึกซึ้ง นั่นคือพื้นที่ “ว่างเปล่า” ที่ปริมาณการซื้อขายน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย พื้นที่เหล่านี้มักทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดราคา และเมื่อผสมผสานกับสัญญาณแข็งแรงอื่นๆ จะออกฤทธิ์อย่างน่าทึ่ง
หากถามว่า เราจะสังเกตเห็น “ความว่างของปริมาณ” เหล่านี้ได้อย่างไร และจะนำไปใช้ในการซื้อขายอย่างไร และเมื่อรวมกับ “สัญญาณปฏิเสธที่ทรงพลัง” แล้วจะนำไปสู่การซื้อขายที่มี “อำนาจน่ากลัว” อย่างไรบ้าง?
2. ตั้งค่า Volume Gap – สรุปว่า “ความว่างของปริมาณ” คืออะไร?
“Volume Gap Setup (ตั้งค่าช่องว่างปริมาณ)” คือกลยุทธ์การซื้อขายที่เน้นไปยังจุดต่อไปนี้
ระบุ “ความว่างของปริมาณ” (Volume Gap) บนโปรไฟล์ปริมาณ นี่คือพื้นที่ที่แท่งปริมาณลดลงอย่างมาก ซ้ำๆ หรือแทบไม่มีเลย จนเกิดเป็นหุบเขาที่ชัดเจน
เมื่อราคาผ่านผ่านช่องว่างปริมาณนี้ ก็ทำการเทรดทันที
แนวคิดหลักของกลยุทธ์นี้:
ตลาดไม่ชอบ “ช่องว่าง” เมื่อราคาผ่านช่องว่างปริมาณไปอย่างรวดเร็ว มันมักจะกลับมาเพื่อ “เติมเต็ม” หรือ “ทดสอบซ้ำ” ในพื้นที่นั้น ซึ่งนี่คือจุดที่เราค้นหาโอกาสในการเข้าเทรด
3. วิธีใช้ Volume Gap เพื่อเพิ่มอัตราชนะในการเทรด
ไม่มอง Volume Gap เป็นกลยุทธ์เดี่ยว แต่มองเป็น “ขั้นตอนยืนยัน” ในกลยุทธ์ที่เราได้เรียนมาแล้ว
ขั้นตอนที่ 1: ใช้หนึ่งในกลยุทธ์ที่เรียนมาเพื่อหาจุดเข้าเป้าหมาย
ก่อนอื่น เราจะมองหาสัญญาณที่แข็งแกร่งจากกลยุทธ์หลักที่เราได้เรียนมา
กรณีตลาดกรอบแนวนอน (Sideways):
ค้นหาช่วงแนวรับแนวต้านที่ชัดเจนและใช้โปรไฟล์ปริมาณเพื่อAOC/POCระบุตำแหน่ง
หลัง breakoutราคาจะทำการทดสอบซ้ำที่AOC/POCจุดไหนเป็นจุดเข้าเป้าหมาย
กรณีตลาดแนวโน้ม (Trend):
ระบุแนวโน้มหลัก
ใช้โปรไฟล์ปริมาณวัดการปรับฐานหรือต 갯นำที่เกิดขึ้นในแนวโน้มAOC/POC
ราคากลับมาที่AOC/POCจุดที่กลับมาจะเป็นจุดเข้าเป้าหมาย
กรณีสัญญาณการดีดกลับ (Rejection):
มองหาลงทุนที่สำคัญ/แนวรับแนวต้านที่มีแท่งเทียนปฏิเสธอย่างชัดเจน (แท่งหางยาว, รูดแบบ engulfing ฯลฯ)
ใช้โปรไฟล์ปริมาณเพื่อวัด AOC/POC ภายในแท่งเทียนนั้น ราคาที่ทดสอบ AOC/POC จะเป็นจุดเข้าเป้าหมาย
ขั้นตอนที่ 2: หา Volume Gap และยืนยันสัญญาณ
ก่อนวางออเดอร์ ตรวจสอบโปรไฟล์ปริมาณใกล้จุดเข้าเป้าหมาย
สิ่งที่ควรค้นหา:
ใต้ระดับเข้า (ในกรณีแนวโน้มขาขึ้น) หรือเหนือระดับ (ในกรณีแนวโน้มขาลง) ต้องมี Volume Gap หรือไม่
Volume Gap ที่เหมาะคือหุบเขาลึกและกว้างที่บอกว่าราคาผ่านได้ง่าย
พลังของ Volume Gap:
กรณีตลาดกรอบแนวโน้ม: เมื่อ Volume Gap เกิดขึ้นทันทีหลัง Breakout แสดงว่าผู้ซื้อ/ผู้ขายมีอิทธิพลอย่างเด่นชัด ราคาทดสอบกลับมาที่ AOC/POC เมื่อมี Volume Gap แสดงว่าไม่มีแรงต้านในการ breakout
กรณีตลาดแนวโน้ม: เมื่อราคากลับมาที่ AOC/POC และมี Volume Gap ในระหว่างนั้น แสดงว่าขณะนี้ไม่มีแรงต้านต่อแนวโน้มถัดไป ราคาจะผ่าน Volume Gap ได้ง่ายหลังจากกลับไปยังทิศทางแนวโน้ม
กรณีสัญญาณการดีดกลับ (Rejection):นี่คือการจับคู่ที่ทรงพลังที่สุด สัญญาณปฏิเสธที่มาพร้อมกับปริมาณสูง (เช่น Pin Bar ที่มี Volume สูง) ปรากฏขึ้นที่ POC/AOC และมี Volume Gap อยู่ด้านล่าง แสดงว่า Smart Money เข้ามาและไม่มีแรงต้านต่อการเคลื่อนที่ถัดไปอย่างมีนัยสำคัญ
ขั้นตอนที่ 3: ออเดอร์และการบริหารความเสี่ยง
เมื่อยืนยัน Volume Gap แล้ว ให้วางออเดอร์ตามกฎของกลยุทธ์เดิมอย่างมั่นใจ
จุดเข้า:วางคำสั่งจำกัดซื้อ/ขาย (Buy/Sell Limit) ในพื้นที่ AOC/POC ที่ระบุ
Stop Loss:
กฎทั่วไป:วาง Stop Loss ไว้ด้านนอก LVN ล่าสุดหรือนอกพื้นที่ Volume Gap
กรณีตลาดแนวโน้ม:วาง Stop Loss นอกต่ำสุด/สูงสุดล่าสุดที่เกิดการปรับฐาน
กรณีสัญญาณการดีดกลับ:วาง Stop Loss ไว้ถัดจากปลายหางของแท่งเทียนที่ปฏิเสธ
Take Profit:
กฎทั่วไป:Take Profit ที่เป้าหมายเป็น POC/AOC ถัดไป หรือใช้สัดส่วน RR ตามที่ตั้งไว้
ข้อแนะนำ:เริ่มที่ RR 1:1.5 ก่อน แล้วเมื่อคุ้นเคยให้พิจารณาขยับไปที่ 1:2 ขึ้นไป
✅สรุป
Volume Gap ไม่ใช่กลยุทธ์เดี่ยว แต่เป็นเครื่องมือยืนยันที่ช่วยเพิ่มอัตราชนะในการเทรดอย่างมาก เมื่อผสมผสานกับกลยุทธ์ที่เราเรียนมา จะช่วยระบุโอกาสเทรดที่ราคามีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและรุนแรง ซึ่งช่วยให้การทำกำไร และการบริหารความเสี่ยงมีประสิทธิภาพมากขึ้น
?ในครั้งต่อไป (บทเรียนที่ 25) จะสรุปชุดตั้งค่าทั้งสี่ที่เราได้เรียนมา ตั้งแต่การมุ่งเน้นปริมาณ การตั้งค่าตามแนวโน้ม การตั้งค่าการดีดกลับ และ Volume Gap Setups เราจะรวมกลยุทธ์เหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อสร้างระบบการเทรดที่ครอบคลุมและทรงพลังบนโปรไฟล์ปริมาณ
แล้วพบกันในบทเรียนสรุประอบรวมครั้งหน้าค่ะ!