[สูตรอมิดะ: การชนะตลาดด้วยโปรไฟล์ปริมาณ] บทเรียนที่ 14: จากความเงียบสู่การลงมือ — ระบบคิดการเคลื่อนไหวของราคาที่อ่านรอยเท้านักลงทุนสถาบัน
1. จุดมุ่งหมายของบทสรุป
ในชุดเลเรียนตั้งแต่เลesson 6 ถึงเลesson 13 เราได้อธิบายองค์ประกอบที่เป็นแกนหลักของการวิเคราะห์ Price Action ตามกระแสเงินทุนของผู้ลงทุนสถาบันทีละขั้นตอน ซึ่งบทสรุปนี้จะจัดเรียงความรู้ที่ได้เรียนมาแล้วและรวมความรู้ที่กระจายอยู่ให้เป็นกรอบการคิดเชิงกลยุทธ์หนึ่งเดียว
นอกจากนี้ จะมีการเสริมสร้างพื้นฐานสำหรับการใช้งาน Volume Profile ในระดับถัดไป
2. หลักการเคลื่อนไหวงตลาดพื้นฐาน
2.1. แนวต้านกลายเป็นแนวรับ แนวรับกลายเป็นแนวต้าน (เล Lesson 6)
เมื่อแนวต้านที่แข็งแรงถูก breakout มักจะกลับตัวเป็นแนวรับ
ในทางกลับกัน หากแนวรับถูกเจาะลง ระดับนั้นจะกลายเป็นแนวต้านใหม่
นี่เป็นกฎพื้นฐานของโครงสร้างตลาด และเป็นแนวคิดสำคัญที่ผู้ลงทุนสถาบันใช้ในการก่อสร้างตำแหน่งและขับเคลื่อตลาด
2.2. กลยุทธ์ Open Drive (เล Lesson 7)
หมายถึงการเคลื่อนไหวที่ขับเคลื่อนแนวทางชัดเจนอย่างแรงในช่วง 15–30 นาทีหลังจากการเปิดตลาด
เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า สถาบันลงทุนขับเคลื่อนตลาดตามตำแหน่งที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
ลักษณะ:
ไม่มีการ pullback มากนัก และมีแท่งเทียนจริงยาวต่อเนื่อง
มักมีปริมาณการซื้อขายสูง
สามารถทะลุแนวรับ-แนวต้านที่สำคัญได้ทันที
3. กลยุทธ์ที่ประยุกต์ใช้พฤติกรรมของ 3 ผู้ลงทุนสถาบัน
3.1. รูปแบบ AB=CD (เล Lesson 8)
ราคาจะสร้างคลื่นที่มีระยะและเวลาทรงพอสมควร ซึ่งรูปแบบนี้เป็นประโยชน์ในการทำนายจุดเปลี่ยนทิศหรือการต่อเนื่อง
การรวมกับการเปลี่ยนแนวรับ-แนวต้านหรือ breakout จะเพิ่มความน่าเชื่อถือ
3.2. กลยุทธ์ Open Session (เล Lesson 9)
ช่วงเริ่มต้นของการเปิดตลาดในโตเกียว ลอนดอน และนิวยอร์กมีสภาพคล่องและความผันผสูง
ช่วง 1–2 ชั่วโมงแรกเป็นช่วงสำคัญสำหรับ breakout หรือ reversal
3.3. กลยุทธ์ Daily Open (เล Lesson 10)
เป็นระดับราคามาตรฐานที่ผู้ค้าส่วนใหญ่ให้ความสนใจในวันนั้น
ถูกใช้ในการยืนยัน Fake Breakout หรือ Double Top/Bottom
การรวมกับปริมาณการซื้อขายช่วยให้มองทิศทางจริงได้ชัดขึ้น
4. ปฏิกิริยาของราคา ณ ระดับสำคัญ
4.1. ราคาสูงสุด-ต่ำสุดในวันและสัปดาห์ (เล Lesson 11)
เป็นจุดที่ผู้ค้ารายย่อยหลายคนวาง stop loss หรือ take profit
ผู้ลงทุนจะใช้เพื่อเรียกร้องสภาพคล่อง และสร้าง traps หรือแนวโน้ม
4.2. ราคาสูง-ต่ำที่แข็งแรง (Strong swing)และต่ำ-สูงที่อ่อนแอ (Weak swing) (เล Lesson 12)
Swing แข็งแรงมาพร้อมกับเงายาวและการเด้งกลับแข็งแรง แสดงถึงการมีอยู่ของสถาบัน
Swing อ่อนแอมักมีการทดสอบด้วยแท่งเล็กๆ หลายแท่ง และถูกทะลุได้ง่าย
4.3. เหตุการณ์ประมูลที่ล้มเหลว (เฟลด์ออคชัน) (เล Lesson 13)
ตลาดยังไม่หาผู้ซื้อ-ผู้ขายสุดท้ายจึงยังไม่มีข้อตกลง
ราคามักกลับมาที่โซนนี้เพื่อปิดการทำธุรกรรม
5. กรอบคิดเชิงกลยุทธ์โดยพิจารณาการเคลื่อนไหวของสถาบัน
6. สรุปและพยากรณ์สำหรับตอนหน้า
ในช่วงเล Lesson 6 ถึงเล Lesson 13 เราได้เรียนรู้ความเข้าใจโครงสร้างราคา การวางกลยุทธ์ของสถาบัน และวิธีการระบุแนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ
ด้วยเหตุนี้ เราจะไม่ดูเพียงรูปร่างของแท่งเทียนเท่านั้น แต่จะพัฒนา “ความสามารถในการอ่านกระแสเงินทุน” เพื่อให้คุณสามารถเข้าใจราคาได้ลึกขึ้น
Lesson 6:https://www.gogojungle.co.jp/finance/navi/articles/94146
Lesson 7:https://www.gogojungle.co.jp/finance/navi/articles/94153
Lesson 8:https://www.gogojungle.co.jp/finance/navi/articles/94154
Lesson 9:https://www.gogojungle.co.jp/finance/navi/article/preview
Lesson 10:https://www.gogojungle.co.jp/finance/navi/article/preview
Lesson 11:https://www.gogojungle.co.jp/finance/navi/article/previewLesson 12:https://www.gogojungle.co.jp/finance/navi/article/preview
Lesson 13:https://www.gogojungle.co.jp/finance/navi/article/preview
? Lesson 15: Volume Profile — การแมปปริมาณตามช่วงราคา
ครั้งถัดไป เราจะเรียนรู้เครื่องมือที่ทรงพลังในการ visualize ว่าช่วงราคาทใดมีปริมาณการซื้อขายมากที่สุดบนชาร์ตจะเห็นช่วงราคาที่มีสภาพคล่องสูง และช่วงที่ทะลุผ่านได้ง่าย
ช่วยทำให้เห็นว่า สถาบันกำลังสร้างตำแหน่งที่ไหน
สามารถแยกแยะโซนที่มีสภาพคล่องสูงหรือโซนที่มีแนวโน้มทะลุผ่านได้ง่าย
เป็นแนวคิดสำคัญที่จะยกระดับความเข้าใจ Price Action ให้อยู่ขั้นสูงขึ้น
ติดตามชมตอนต่อไปด้วยครับ!