【วิเคราะห์หุ้น】ไอออนแฟนตาซีที่เร่งขยายสู่จีน (4343)
อิออนฟันตาซี (4343) เป็นศูนย์การค้าซึ่งมุ่งเน้นอิออนเป็นศูนย์กลาง
ดำเนินสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็กบริษัทที่ทำธุรกิจเช่นนี้ ในอุตสาหกรรมเดียวกันถือเป็นรายใหญ่ที่สุด สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทแม่อิออนอยู่ที่ 65% และสัดส่วนใน施設ที่เป็นอิออนคิดเป็นประมาณหกในสิบ
ผลงานทางธุรกิจกำลังดีขึ้นในช่วงนี้ หลังจากที่เมื่อปี 2015 ได้ซื้อฟันฟิลด์ ซึ่งเป็นคู่แข่งขันในอุตสาหกรรมเดียวกันจากเครือไดเอะ ผลจากการขยายสู่ต่างประเทศก็เริ่มเห็นผลการขยายสู่ต่างประเทศกำลังปรากฏ

เกี่ยวกับการขยายสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะการขยายไปยังประเทศจีนมีความคืบหน้า โดยมีสาขาในประเทศ 459 แห่ง และสาขาต่างประเทศ 389 แห่ง (ในจำนวนนี้มี 200 สาขาในจีน)
ธุรกิจของบริษัทคือการให้เด็กที่มาช็อปปิ้งและผู้ปกครองได้เล่นสนุก สนุกสนาน รายได้หลักเกิดจากระบบเครื่องรางวัลอย่างเกมวางเหรียญ เกมจับการ์ด ฯลฯในยุคที่สถานที่เล่นสำหรับเด็กหายาก ความต้องการสถานที่ที่ปลอดภัยและสนุกสนานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น。
พูดถึงสนุกนะ ลูกของฉัน (อายุ 1 ปีและ 3 ปี) ก็เล่นที่สถานที่สำหรับเด็กของบริษัทนี้บ่อยๆ ค่าใช้จ่ายสูง แต่สะดวกในการเล่นและความพึงพอใจสูง
จุดเด่นคือการอยู่ในกลุ่มค้าปลีกอิออนซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ แต่ช่วงนี้ได้ขยายไปสู่ไม่ใช่อิออนมากขึ้น การขยายไปยังต่างประเทศก็เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางนี้
ในช่วงนี้มีผลประกอบการที่ดีต่อเนื่อง แต่ขณะนี้มีความสะดุดบ้างไตรมาสมีนาคม-พฤศจิกายน 2018 มีกำไรลดลง และไตรมาสกันยายน-พฤศจิกายนติดลบสาเหตุหนึ่งคือการสะท้อนผลของเกมที่ประสบความสำเร็จในปีก่อน แต่ไม่ใช่เหตุผลเดียว
ธุรกิจนี้ในระยะแรกที่เปิดใหม่จะมีผู้เข้าใช้งานมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปผู้มาใช้บริการเริ่มลดน้อยลงแม้การลดมูลค่าทรัพย์สินของสถานที่จะสิ้นสุดลง ค่าใช้จ่ายค่าบ้านเช่าและค่าแรงสูง ทำให้ความสามารถในการทำกำไรลดลง เพื่อปรับปรุงจะต้องปรับปรุงสถานที่ด้วยงบประมาณสูง

นอกจากนี้ สภาพการแข่งขันก็มิได้ดีมากนัก ถึงแม้ในเครืออิออนจะมั่นคง แต่เป็นธุรกิจที่ใครๆ ก็เลียนแบบได้และโดยเฉพาะในประเทศจีนหากทำกำไรได้ก็จะถูกเลียนแบบอย่างรวดเร็ว
ในระยะยาว จะกลายเป็นเกมวนเวียนอย่างค่อยๆ เดินห่างจากลูกค้าและค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงทำให้กำไรไม่สูงมากอัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ในระดับรายหลักหลักและอาจติดลบได้หากมีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆสภาพธุรกิจนี้ยังมีความเสี่ยงหากหลักทรัพย์ราคาลดลงจะงดการถือหุ้นในระยะยาว
ถึงแม้ราคาหุ้นจะลดลง แต่การถือครองระยะยาวอาจไม่ใช่ธุรกิจที่ควรลงทุน