[รูปแบบอามิตะ: ครองตลาดด้วยโปรไฟล์ปริมาณ] บทเรียนที่ 6: กลยุทธ์การกลับรายการแนวรับแนวต้าน
ในการเรียนครั้งก่อน เราได้อธิบายอย่างละเอียดถึงรูปแบบการเคลื่อนไPRICE บนชาร์ตที่นักลงทุนสถาบันทิ้งรอยไว้สามแบบหลักๆ (แนวตลาดไซด์เวย์ แรง Breakout และโซนฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง)
สิ่งเหล่านี้เป็นเบาะแสสำคัญที่ไม่อาจขาดได้ในการติดตาม “รอยเท้า” ของเงินทุนมืออาชีพ
ในบทเรียนนี้ เราจะนำเสนอหนึ่งในกลยุทธ์การเทรดเชิงปฏิบัติ
“ระดับแนวรับที่เปลี่ยนเป็นแนวต้านและแนวต้านที่เปลี่ยนเป็นแนวรับ” ซึ่งเป็นวิธีการที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูง
1. พฤติกรรมของนักลงทุนสถาบันปรากฏบนทุกเฟรมเวลา
การเทรดด้วยอัลกอริทึม การเทรดระยะสั้น แบบเดย์เทรด สวิง เทรดระยะยาว และการเทรดแบบเฮดจ์ ต่างมีรูปแบบการเคลื่อนไหวที่หลากหลายและครอบคลุมตั้งแต่กราฟ 1 นาทีจนถึงกราฟรายเดือน
อย่างไรก็ดี สิ่งที่เป็นร่วมกันในทุกกลยุทธ์คือการจัดการเงินทุนจำนวนมาก
ดังนั้น ไม่ว่าใช้กรอบเวลาใดการเทรดของพวกเขาจะทิ้งร่องรอยที่ชัดเจนบนชาร์ต
นั่นคือโอกาสสำหรับนักเทรดรายบุคคลของเรา
วิธีการนี้สามารถปรับใช้กับกรอบเวล_ANY_ได้ โดยการปรับขนาดการขาดทุนและกำไรเป้าหมายรวมถึงกำหนดขนาดล็อตให้เหมาะสม ซึ่งจะทำให้ได้การเทรดที่มีการ reconstruct ได้สูง
2. โครงสร้างพื้นฐานของการเปลี่ยนจากแนวรับเป็นแนวต้าน
กลยุทธ์นี้อาศัยจิตวิทยาของผู้เข้าร่วมตลาดและการเปลี่ยนแปลงอุปสงค์อุปทาน
เมื่อเส้นแนวรับแน่นถูกหลุดออกไป ผู้เทรดที่เคยซื้อในระดับนั้นจะขาดทุนและเมื่อราคกลับมาจะเปลี่ยนเป็นการขาย ทำให้ระดับนั้นทำหน้าที่เป็นแนวต้าน
ในทางตรงกันข้าม เมื่อแนวต้านถูกทะลุขึ้น ผู้เข้าร่วมที่อยากซื้อจะปรากฏตัว ราคาจะกลับมาทำหน้าที่เป็นแนวรับ
ปรากฏการณ์นี้ไม่ขึ้นกับคู่สกุลเงิน หรือกรอบเวลา มักเกิดซ้ำบ่อยอย่างสูง
3. กระบวนการเข้าเทรดและเกณฑ์การตัดสินใจ
เพื่อใช้งานกลยุทธ์นี้อย่างถูกต้อง จำเป็นต้องทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:
ค้นหาช่วงที่ราคาฟื้นตัวอย่างแข็งแรง
→ หากมีการฟื้นตัวชัดเจนอย่างน้อย 1 ครั้ง ก็เพียงพอ แต่หากมี 2 ครั้งขึ้นไป ความน่าเชื่อถือจะยิ่งเพิ่มขึ้น
รอให้ระดับนั้นถูกBreak
→ ถ้าเป็นแนวรับ ให้ดูการหลุดลง ขาแนวต้านให้ดูการ breakout ขึ้น
รอให้ราคากลับมาที่ระดับที่ Break ไปแล้วเพื่อทดสอบ (retest) อีกครั้ง
→ โดยทั่วไปจะมีการตอบสนองอีกครั้งในจุดนั้น
ยืนยันการตอบสนองที่ระดับเปลี่ยนแปลงแล้วและเข้าเทรดในทิศทางตรงข้าม
→ แนวรับ→แนวต้านคือขาย แนวต้าน→แนวรับคือซื้อ
4. ตัวอย่างจริง (EUR/USD ราย 30 นาที)
กรณีที่ 1: แนวรับเปลี่ยนเป็นแนวต้าน
ราคาถล่มลงต่ำกว่าระดับที่เคยฟื้นตัวแข็งแรง 2 ครั้ง จากนั้นราคากลับมาถึงระดับเดิมและฟื้นกลับลงไปอีก นี่เป็นจุดเข้าเทรดสั้นที่典型
กรณีที่ 2: แนวต้านเปลี่ยนเป็นแนวรับ
ระดับเดิมถูกทะลุขึ้น ราคากลับลงมาครั้งนี้ฟื้นตัวขึ้นและทำหน้าที่เป็นแนวรับใหม่
สรุป
“การเปลี่ยนแปลงระหว่างแนวรับและแนวต้าน” เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การเคลื่อนไหวของราคา (price action) ที่มีความสามารถในการย้อนกลับได้สูงและเข้าใจได้ง่ายทางสายตา กลยุทธ์นี้ช่วยให้เทรดเดอร์บุคคลเข้าถึงจังหวะเข้าเทรดที่มีความแม่นยำสูงโดยการกลับลมหรือกลับทิศทางของนักลงทุนสถาบัน
✅ ในบทเรียนถัดไป เราจะนำเสนอ Open Drive Strategy
โปรดติดตามด้วยครับ