DAY 24:วิธี backtest ที่มีประสิทธิภาพสำหรับเทรดเดอร์แบบ discretionary
DAY 23 ในที่นี้ได้กล่าวถึงกระบวนการตั้งกฎเกณฑ์ของการเทรดอัตโนมัติ (ระบบเทรด) ที่ช่วยลดความคลุมเครือของการเทรดด้วยการตัดสินใจด้วยตนเอง และสามารถยกระดับการใช้จิตวิทยาในการเทรดได้เป็นอย่างดี
วันนี้เราจะอธิบายเกี่ยวกับ “การทดสอบหลังเทรดด้วยมือ” ที่นักเทรดที่มีอำนาจในการตัดสินใจต้องมีไว้เป็นพื้นฐาน เพื่อให้เข้าใจวิธีการที่ชัดเจน และจุดที่ควรรู้
1. ทำไมผู้เทรดที่มีอำนาจในการตัดสินใจจึงต้องมี Backtest?
สามารถตรวจสอบประสิทธิผลของกฎล่วงหน้าได้
- ก่อนที่จะไปสู่การเทรดจริง ให้รู้ว่า “กฎการเทรดของตนเองมีอัตราการชนะในอดีตมากน้อยเพียงใด”
- ลดความเสี่ยงที่จะเสียเงินจริงเพราะกฎที่ถูกกำหนดไว้แบบไม่มั่นใจ
เป็นการฝึกทักษะมุมมองตลาดและจิตวิทยา
- เมื่อทดสอบทีละราคาย้อนกลับ จะทำให้เข้าใจรูปแบบกราฟและลักษณะการเคลื่อนไหวของราคาได้ง่ายขึ้น
- ยังเป็นการฝึกจุดหยุดขาดทุนและจุดทำกำไร ซึ่งช่วยพัฒนการตัดสินใจ
ความคลาดเคลื่อนน้อยลง
- ความมั่นใจในการตัดสินใจว่า “ครั้งนี้จะทำอย่างไร” มักจะเย็นลงเมื่อเห็นผลในอดีตด้วยความมั่นใจจึงเพิ่มขึ้น
- ถึงแม้จะมีการแพ้ชนะต่อเนื่องก็สามารถคิดได้ว่า “อดีตตกต่ำถึง XX ครั้ง ถือเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้” ทำให้จิตใจมั่นคง
2. ขั้นตอนพื้นฐานของการ Backtest ด้วยมือ
(1) ตั้งค่าช่วงเวลาการทดสอบ
- เลือกช่วงเวลาที่ต้องการทดสอบจากกราฟย้อนหลัง เช่น หนึ่งปีล่าสุด สามปีที่ผ่านมา ช่วงที่รวมวิกฤตแร่ม (Lehman shock) หรือช่วงอื่น ๆ
- หากสั้นเกินไปจะมีจำนวนตัวอย่างน้อย หากยาวเกินไปสภาพตลาดอาจต่างออกไป จึงควรหาจุดสมดุล
- ควรมีความสมดุลระหว่างจำนวนข้อมูลและความสอดคล้องของสภาพตลาด
(2) ชัดเจนกฎและเงื่อนไขในการทดสอบ
- กรอบเวลา:จะทดสอบบนกรอบเวลา 1 ชั่วโมง หรือ 4 ชั่วโมง
- เงื่อนไขการเข้าออเดอร์:
- เช่น ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (20SMA) ทิศทางขึ้น และแท่งเทียนเข้าใกล้เส้น -2σ จะซื้อ
- กำหนดจุดวางหยุดขาดทุน และกำไรเป้าหมายอย่างเป็นตัวเลข
- วิธีการทดสอบ:
- เลื่อนดูกราฟทีละบาร์เมื่อเงื่อนไขตรง แล้วบันทึกผลการเข้าออเดอร์จนถึงหยุดขาดทุน/ทำกำไร
- เลื่อนดูกราฟทีละบาร์เมื่อเงื่อนไขตรง แล้วบันทึกผลการเข้าออเดอร์จนถึงหยุดขาดทุน/ทำกำไร
(3) ประสบการณ์การเทรดจำลองทีละบาร์
- มีวิธีใช้ฟังก์ชัน Replay บนแพลตฟอร์มกราฟ เช่น TradingView หรือเลื่อนไปดูกราฟย้อนหลังใน MT4/MT5 แล้วซ่อนแท่งเทียนเพื่อดำเนินต่อไป
- ระวังอคติการมองเห็นอนาคตเมื่อกราฟย้อนหลังปรากฏก่อนหน้าต้องระวังการคิดล่วงหน้า
(4) การบันทึกผลการเทรด
- บันทึกวัน/เวลาเข้าออเดอร์ ราคา จุดหยุดขาดทุน/กำไรสุดท้ายรวมถึงผลกำไรขาดทุน
- พร้อมกับสถานะจิตใจและข้อสงสัยเพื่อใช้ปรับปรุงการตัดสินใจในภายหลัง
(5) การรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์
- เมื่อการทดสอบผ่านครบถ้วนแล้ว ให้คำนวณอัตราการชนะ กำไรเฉลี่ย ขาดทุนเฉลี่ย 最大 Drawdown
- หากกฎนี้ได้ผลลัพธ์ประมาณว่า “ชนะ 60% ความเสี่ยงรางวัล 1:1.5” ก็สามารถประมาณผลกำไรได้
- เลือกดูรูปแบบการแพ้ที่น่าสนใจและช่วงที่แพ้ต่อเนื่อง แล้วคิดหาช่องทางปรับปรุง เช่น ขอบเขตหยุดขาดทุนหรือเงื่อนไขการเข้าออเดอร์
3. จุดที่ควรระว duranteในการทดสอบ
(1) ระวังส่วนที่มองเห็นได้จากข้อมูลในอดีต
- เมื่อเห็นราคาสูงสุดต่ำสุดแล้วจะมีอคติเข้าซื้อขายในภายหลังง่าย
- เพื่อไม่ให้คิดว่า “ถ้าสถานการณ์แบบนี้ค้าก็ควรซื้อ” ควรใช้ฟังก์ชัน Replay เพื่อจำลองสถานการณ์แบบเรียลไทม์
(2) ไม่ควรมั่นใจเฉพาะช่วงเวลาที่ชนะต่อเนื่อง
- การทดสอบเฉพาะช่วงแนวโน้มหลายเดือนอาจทำให้ได้อัตราชนะสูงอย่างไม่เป็นธรรม
- รวมช่วงที่ตลาดคงที่ (sideways) และช่วงที่ตลาดผันผวนเพื่อประเมินผลโดยรวมที่ใช้งานจริงได้
(3) ตรวจสอบว่าการหยุดขาดทุนชัดเจนหรือไม่
- หากในการทดสอบเลื่อนหยุดขาดทุนไปเรื่อยจะทำให้ผลลัพธ์ดูดี แต่ในความเป็นจริงอาจทำให้ขาดทุนมาก
- ในช่วงการทดสอบควรมีการกำหนดกฎให้ชัดเจนว่าเมื่อถึงเส้นที่กำหนดจะหยุดขาดทุน/ได้กำไร
4. ความแตกต่างระหว่าง Backtest และการเทรดจริง
สเปรดและสลิปเพจในการสั่งซื้อจริง
- ในกราฟย้อนหลังสันนิษฐานว่าสเปรดคงที่ แต่จริงๆ แล้วอาจแคบหรือกว้างขึ้นเมื่อมีสภาพคล่องต่ำ
- โดยเฉพาะเวลาประกาศข้อมูล จะไม่สามารถสั่งซื้อ-ขายได้ตาม Backtest
ด้านจิตใจ
- ใน Backtest เงินเสมือนจะช่วยให้คิดอย่างใจเย็น แต่จริงๆ แล้วมีเงินจริงหมุนเวียนอยู่
- หากแพ้ต่อเนื่องอาจทำให้ละเมิดกฎ แต่ Backtest ยากที่จำลองสถานการณ์จิตใจนี้
สภาพแวดล้อมตลาดที่เปลี่ยนแปลง
- Backtest เป็นผลลัพธ์จากตลาดในอดีต ไม่รู้อนาคตจะเคลื่อนไหวอย่างไร
- ดังนั้น ควรทำ Forward Test ด้วย Demo หรือซื้อขายจำนวนน้อยเพื่อทดสอบเพิ่มเติม
5. เคล็ดลับนำผล Backtest ไปใช้ในการเทรดด้วยอำนาจการตัดสินใจ
วัฏจักร PDCA ปรับกฎ→ทดสอบอีกครั้ง→ลงมือจริง
- เช่น ปรับขนาด Stop Loss จาก 20 pips เป็น 30 pips แล้วทดสอบอีกครั้งเพื่อปรับปรุงอัตราการชนะ
- แต่ควรระวัง “การปรับให้เหมาะมากเกินไป” ควรตรวจสอบกฎในภาพรวม
แยกรายละเอียดที่ดีและไม่ดีออกจากกัน
- สภาพตลาดไหน (แนวโน้ม/กรอบ) หรือช่วงเวลาใดทำให้ชนะบ่อย
- จุดร่วมเมื่อแพ้คืออะไร เช่น ช่วงหลังประกาศข้อมูล ข่าวสาร ความผันผวนสูง
- สามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์เดียวกันในจริง หรือปรับปริมาณล็อตให้เหมาะสม
เปรียบเทียบกับความรู้สึกของตนกับข้อมูลการทดสอบ
- หากความรู้สึกว่า “แท่งเทียนรูปแบบนี้มีโอกาสกลับตัวสูง” ถูกยืนยันด้วยข้อมูลการทดสอบจริง จะช่วยเสริมความมั่นใจ
- ในทางตรงกันข้าม ควรกำจัดความคิดที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูล เพื่อเลือกกลยุทธ์ที่มีโอกาสชนะมากขึ้น
6. สรุป & แจ้งข่าวนัดถัดไป
สรุป
- นักเทรดที่มีอำนาจในการตัดสินใจก็ควรทำ Backtest: เพื่อดูว่ากฎของตนทำงานในอดีตได้มากน้อยเพียงใด และปรับปรุงยุทธศาสตร์
- ขั้นตอนพื้นฐานของการ Backtest ด้วยมือ:
- (1) ตั้งช่วงเวลา → (2) ชัดเจนกฎ → (3) เลื่อนไปทีละบาร์เพื่อบันทผลการเทรด → (4) รวบรวมและวิเคราะห์
- (1) ตั้งช่วงเวลา → (2) ชัดเจนกฎ → (3) เลื่อนไปทีละบาร์เพื่อบันทผลการเทรด → (4) รวบรวมและวิเคราะห์
- ข้อควรระวัง:
- เพื่อหลีกเลี่ยงอคติว่าตลาดจะเป็นไปในอนาคต ควรใช้ฟังก์ชัน Replay
- อย่าพึ่งพิงช่วงชนะต่อเนื่องเพียงอย่างเดียว
- ควรเข้าใจส่วนที่แตกต่างระหว่างการหยุดขาดทุนและการสเปรดที่เปลี่ยนแปลง
- วิธีนำไปใช้:
- ระบุรูปแบบความล้มเหลวและรูปแบบการชนะให้ชัด แล้วนำไปปรับการตัดสินใจจริงและการจัดการล็อต
- หลีกเลี่ยงการทำ Optimization มากเกินไป และรักษาแนวคิดว่า “อนาคตยังต่างกันบ้าง” เพื่อฝึกฝนและปรับแต่งอย่างต่อเนื่อง
หัวข้อถัดไป DAY 25: Hybrid Trade ① – Entry อัตโนมัติ Exit ด้วยการตัดสินใจ
- เมื่อใช้ Backtest เพื่อกำหนดกฎของการตัดสินใจในบางส่วนให้เป็นอัตโนมัติ การใช้งานแบบ Hybrid Trade จะง่ายขึ้น
- พรุ่งนี้จะอธิบายรายละเอียดถึงข้อดีข้อเสีย และตัวอย่างการใช้งานของวิธีที่ว่า “ Entry อัตโนมัติ Exit ใช้การตัดสินใจด้วยมือ” อย่างละเอียด
- ข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่มีงานยุ่งหรือผู้ที่ต้องการลดความสั่นคลอนในการหาจังหวะเข้าเทรด จึงโปรดติดตาม
ผู้ที่สนใจในการเทรดอัตโนมัติสามารถคลิกด้านล่างได้
https://www.gogojungle.co.jp/users/147322/products
หากเป็นประโยชน์กรุณากด “อ่านต่อ” เพื่อแจ้งความต้องการ
ขอขอบคุณครับ/ค่ะ