วันที่ 11: บลินเจอร์แบนด์ – ช่วยให้เข้าใจความผันผวน
ครั้งที่ผ่านมา (DAY 10) เราได้เรียนรู้โครงสร้าง MACD และวิธีการใช้งานแล้ว
รอบนี้สกุลเงินในตลาดที่เรียกว่า “ความผันผวน (volatility)” ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่มีชื่อเสียงในการทำให้เห็นภาพ Bollinger Bands ถูกใช้งาน
Bollinger Bands สามารถช่วยสร้างกลยุทธ์ได้ง่ายทั้งในแนวโน้มและการเคลื่อนไหวในกรอบ เพื่อให้เหมาะกับผู้เริ่มต้นถึงผู้เชี่ยวชาญ
ไปดูโครงสร้างและวิธีใช้งานกันเลย!
1. Bollinger Band คืออะไร?
- ผู้พัฒนา: จอห์น โบลินเจอ
- โครงสร้างพื้นฐาน: เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (โดยทั่วไป SMA) เป็นพื้นฐาน แล้วส่วนเบี่ยนมาตรฐาน ถูกเพิ่มหรือลดเพื่อวาด “แถบ” เพื่อทำให้เห็นว่าราคาห่างจากค่าเฉลี่ยไปมากน้อยเพียงใด
- การแสดงผลทั่วไป: บ Bands เช่น ±1σ, ±2σ, ±3σ ปรากฏบนชาร์ท และตัดสินความผันผวนจากบริเวณที่ราคายืนอยู่ใกล้แถบใด
(1) คืออะไรของมาตรฐานเบี่ยน (Standard Deviation)?
- ข้อมูลการเคลื่อนไหวราคาจากอดีต (เช่น ปิด) ออกมาวิเคราะห์เป็นการกระจายตัว
- หากการเคลื่อนไหวราคเปลี่ยนแปลงมาก เบี่ยนมาตรฐานจะใหญ่ แถบกว้างออก
- หากราคาคงอยู่ในกรอบแคบ เบี่ยนมาตรฐานจะเล็ก แถบแคบลง
2. ความหมายของ ±σ (Sigma)
(1) ±1σ (ประมาณ 68%)
- แถบที่บวกหรือลบ 1σ จากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่
- ตามสถิติในอดีต ราคามีโอกาสประมาณ 68% ที่จะอยู่ในช่วง ±1σ
(2) ±2σ (ประมาณ 95%)
- ทั่วไปนิยมใช้ ±2σ
- ราคามีโอกาสประมาณ 95% ที่จะอยู่ในช่วง ±2σ กล่าวไว้ว่า ใช้เป็นแนวทางสำหรับกลยุทธ์การต่อรองตรงข้าม ของเทรดเดอร์หลายคน
(3) ±3σ (ประมาณ 99.7%)
- ราคามาถึง ±3σ ได้ยาก ตามสถิติถือว่ายากมาก.
- อย่างไรก็ตาม ในสภาวะตลาดที่เกิด “band walk” อย่างรุนแรง ก็สามารถถึงได้ ซึ่งต้องระวัง
3. Scrape & Expansion (การบีบตัวและการขยายตัว)
(1) Scrape (Squeeze)
- ช่องว่างระหว่าง Bollinger Band แคบลงอย่างรวดเร็ว
- Volatility ลดลง ซึ่งสื่อถึงพลังงานถูกเก็บไว้และมักเกิด Breakout ตามมา
- ทั่วไปมีแนวคิดเตรียมการเข้าสถาน Breakout หลังจากสังเกต Scrape
(2) Expansion
- ช่องว่างแถบขยายออกอย่างรวดเร็ว
- volatility พุ่งสูง ราคามีการขยับมากขึ้น
- แนวโน้มแข็งแรง อาจเกิด “band walk” ได้
(3) Band Walk
- ราคายังคงเดินตามแถบด้านนอก ±2σ หรือ ±3σ
- ทั่วไปมีกลยุทธ์ที่ว่านเมื่อ touches จะเกิดการกลับตัว แต่ในแนวโน้มแข็งแรง บางครั้งก็วิ่งไปตามด้านนอกต่อไปจนเกิดความเสียหาย
- ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคิด “ไม่ใช่แค่ contrarian แต่ต้องตามแนวทางบันด์วอล์กด้วย”
4. กลยุทธ์การเทรดที่โดดเด่นของ Bollinger Band
(1) กลยุทธ์กลับทิศทาง
- ราคาสัมผัส (หรือพุ่งออกไป) ที่ ±2σ หรือ ±3σ
- ตลาดมีการประเมินว่าผิดพลาดและเข้าสู่การ “กลับตัว” ด้วยการ enter ตามทิศตรงข้าม
- ตัดขาดทุนควรวางไว้ด้านนอกแถบภายนอกเล็กน้อย เพื่อรองรับการ Band Walk ที่อาจเกิดขึ้น
- เป้าหมายกำไรอยู่ใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ หรือบริเวณใกล้ ±1σ
ข้อควรระวัง:
- ในแนวโน้มขาขึ้น การกลับทิศทางที่สัมผัส -2σ อาจมีประสิทธิภาพ แต่การสัมผัส +2σ ในการกลับทิศทางอาจถูกช้อนขึ้น
- ควรตรวจสอบว่าแนวโน้มแข็งแรงหรือไม่ด้วยการดูความชันของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หรือดัชนีอื่นๆ (MACD เป็นต้น)
(2) กลยุทธ์ตามแนวโน้ม ( Breakout หรือ Band Walk )
- Scrape หลังจากนั้นแถบจะ Expansions อย่างรวดเร็ว ราคาจะสัมผัสแถบด้านนอกและเคลื่อนไป
- นี่คือ volatility เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้แนวโน้มเกิดขึ้น
- “Breakout” เพื่อ entering ตามทิศทาง และตามเส้นทาง Band Walk
- หากกลับเข้าใน Band มีแนวทางปิดสถานะเพื่อลดขาดทุน
(3) การใช้งานร่วมกับเทคนิคอื่นๆ
- ไม่ควรพึ่ง Bollinger Band อย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบแนวโน้มและ momentum ด้วยMACD หรือ RSI เพื่อคัดเลือกรายการเข้าซื้อขาย
- ในควมคุมการเทรดด้วยดุลยพินิจ อาจเลือกจุดที่มีหลายเงื่อนไขตรงกัน เช่น “สัมผัส ±2σ + RSI oversold” เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
5. ข้อดีและข้อเสียของ Bollinger Band
ข้อดี
- การมองเห็น volatility
- สภาวะ Scrape ชี้ว่า “มีแนวโน้มที่จะขยับต่อ” ขณะที่ Expansion บอกว่า “ความแรงมีอยู่” ซึ่งช่วยตัดสินใจ breakout ได้ง่ายขึ้น
- รองรับทั้งกลยุทธ์กลับทิศทางและตามแนวโน้ม
- ไม่ว่าจะเป็นการกลับทิศทางที่ใช้ ±2σ หรือแม้กระทั่งการเดินตาม Band Walk ก็เป็นไปได้
- การตั้งค่าที่หลากหลาย
- ค่าเริ่มต้นมักใช้ 20 periods และ ±2σ แต่สามารถปรับให้เหมาะกับสไตล์การเทรดและกรอบเวลาได้
- ค่าเริ่มต้นมักใช้ 20 periods และ ±2σ แต่สามารถปรับให้เหมาะกับสไตล์การเทรดและกรอบเวลาได้
ข้อเสีย
- การกลับทิศทางในการเทรนด์ที่แข็งแรงมีความเสี่ยง
- หากคิดว่าเกินไปก็อาจถูก Band Walk พุ่งผ่านไป
- การปรับค่าระยะเวลาหรือค่า σ มากเกินไปอาจทำให้หาความสอดคล้องกับข้อมูลจริงยาก
- ปรับมากไปอาจทำให้เทรดจริงไม่ได้ผล
- ความยากในการหาช่วงเวลาที่เกิดการ “กลับทิศ”
- การสัมผัสแถบไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดเสมอไป อาจมีการเคลื่อนไหวอีกครั้ง
- ควรพิจารณาช่วงเวลาการเข้าสู่การแบ่งช่วงหรือลดความเสี่ยงด้วยการแบ่งจุด
6. สรุป & ข่าวเด่นต่อไป
สรุป
- Bollinger Band ไว้ใจได้โดยมีจุดเด่นคือการ visualize standard deviation รอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่.
- กระบวน Scrape → Expansion บ่งบอกถึงพลังงานในตลาด และโอกาส breakout จะเกิดขึ้นบ่อย.
- กลยุทธ์กลับทิศทาง ใช้ ±2σ หรือ ±3σ เพื่อการกลับตัว แต่ในแนวโน้มที่แข็งแรงจะมีความเสี่ยงจาก Band Walk
- การใช้งานร่วมกับเทคนิคอื่นหรือ Price Action เพื่อเลือกว่าจะเป็นแบบกลับทิศทางหรือตามแนวโน้มเป็นสิ่งสำคัญ
หัวข้อถัดไป (DAY 12): Ichimoku Kinko Hyo – เครื่องมือวิเคราะห์เชิงรวมจากญี่ปุ่น
- ในที่สุดเราจะมุ่งสู่มาตรวัดที่คนญี่ปุ่นภาคภูมิใจ Ichimoku Kinko Hyo เพื่อเข้าใจแนวโน้มและความแข็งแกร่งของตลาด
- เส้นฐาน, เส้นเปลี่ยน, เมฆ ฯลฯ ความหมายแต่ละอย่างจะถูกอธิบายอย่างละเอียด เพื่อดูแนวโน้มและความแรงของตลาด
- Ichimoku เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศและมีความลึกมากพอที่จะใช้งานกับเทรดเดอร์แบบ discretionary หรือ algorhythm เชิงลึก รอชมกันนะครับ!
ผู้ที่สนใจในการสร้างระบบอัตโนมัติอ่านเพิ่มเติมด้านล่างนี้ได้เลย
https://www.gogojungle.co.jp/users/147322/products
หากมีประโยชน์ โปรดกด “続きを読む” เพื่อดูเพิ่มเติมด้วยนะครับ
ขอขอบคุณครับ
× ![]()