วันที่ 4: พื้นฐานของตัวแปรเศรษฐกิจ – ความสัมพันธ์ระหว่างตัวชี้วัดเศรษฐกิจและตลาด
DAY 3 เราได้เรียนวิธีอ่านจิตวิทยาของผู้เข้าร่วมตลาดผ่านแท่งเทียนและการเคลื่อนไหวของราคา เทคนิคลิสต์เป็นอาวุธสำคัญในการเทรด แต่**ปัจจัยพื้นฐานอย่างตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจและข่าวสาร** ก็สามารถกระตุ้นการเคลื่อนไหวของตลาดอย่างกะทันหันได้เช่นกัน
วันนี้พื้นฐานเศรษฐกิจในฐานะที่เป็นแนวคิดทั่วไป จะอธิบายถึงตัวชี้วัดเศรษฐกิจที่สำคัญและวิธีการมองเห็นผลกระทบต่อตลาด และความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง
1. การวิเคราะห์พื้นฐานคืออะไร?
- นิยาม:การวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศหรือภูมิภาค นโยบายการเงิน แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย สถานการณ์ทางการเมือง เป็นต้นพื้นฐานทางเศรษฐกิจเป็นวิธีการวิเคราะห์เพื่อทำนายมูลค่าของเงินตราและหุ้นในอนาคต
- ความต่างจากการวิเคราะห์ทางเทคนิค:
- Technical → อ่านรูปแบบจากข้อมูลราคาและปริมาณในอดีต
- Fundamentals → อ่าน “เหตุการณ์จริง” เช่น เศรษฐกิจ การเมือง
แม้จะเทรดจาก Technical อย่างเดียวก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ตลาดมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจากการประกาศตัวชี้วัดได้ ความเข้าใจว่า “ทำไมถึงเคลื่อนไว้เช่นนั้น” คือบทบาทของการวิเคราะห์พื้นฐาน
2. ตัวชี้วัดเศรษฐกิจที่สำคัญ
(1) สถิติการจ้างงาน (สหรัฐอเมริกา)
- ความสำคัญ:★★★★★ (หนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในตลาด FX)
- เวลาประกาศ:ทุกเดือน วันศุกร์แรกตามเวลาไทย 21:30
- เนื้อหา:
- จำนวนผู้จ้างงานนอกภาคการเกษตร (NFP)
- อัตราการว่างงาน
- ค่าจ้างเฉลี่ยและอื่นๆ
- ผลกระทบต่อตลาด:
- เป็นตัวบ่งชี้สุขภาพของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และมักได้รับความสนใจมากจากผู้เข้าร่วมตลาด
- หลังประกาศ คู่เงิน USD มักเคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างรวดเร็ว
(2) FOMC (คณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด)
- ความสำคัญ:★★★★★
- ความถี่ในการประชุม:โดยหลัก 8 ครั้งต่อปี (ประมาณทุกหกสัปดาห์)
- เนื้อหา:การประชุมเพื่อกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯ การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มในอนาคต
- ผลกระทบต่อตลาด:
- นโยบายอัตราดอกเบี้ยส่งผลโดยตรงต่อลักษณะราคาร่างค่าเงิน ถ้าข่าวออกมาต่างกัน ตลาดอาจผันผวนมาก
- ไม่เพียงแค่ USD/JPY แต่ยังรวมถึง Cross yen และคู่เงินดอลลาร์อื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบ
(3) ประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ECB (ยุโรป)
- ความสำคัญ:★★★★☆
- เนื้อหา:เหตุการณ์ที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
- ผลกระทบต่อตลาด:
- การปรับขึ้นหรือตรึงอัตราดอกเบี้ยในเขตยูโรจะทำให้ EUR/USD และ EUR/JPY เคลื่อนไหวอย่างแรง
- การติดตามสถานะเศรษฐกิจในเขตยูโรเป็นสิ่งสำคัญ
(4) CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค)
- ความสำคัญ:★★★★☆
- เนื้อหา:ดัชนีชี้วัดอัตราเงินเฟ้อที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ในสหรัฐอเมริกาเรียกว่า “US CPI” ในยุโรปเรียกว่า “HICP ของยูโรโซน” และอาจมีชื่อเรียกที่ต่างกันในแต่ละประเทศ
- ผลกระทบต่อตลาด:
- เมื่อเงินเฟ้อสูงขึ้น สาเหตุหนึ่งคือแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ย ทำให้เงินตราแข็งค่า
- หากตัวเลขออกมาดีกว่าคาดหรือน้อยกว่าคาด ตลาดอาจเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
(5) GDP (ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ)
- ความสำคัญ:★★★☆☆
- เนื้อหา:มูลค่ากิจกรรมเศรษฐกิจทั้งหมดในระยะเวลาหนึ่งของประเทศหรือภูมิภาค
- ผลกระทบต่อตลาด:
- ไม่เด่นเท่าข้อมูลการจ้างงาน แต่เป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจสำคัญ
- ถ้าคาดการณ์กับตัวเลขจริงแตกต่างกันมาก ตลาดมีแนวโน้มที่จะตอบสนองได้
นอกเหนือจากนี้ ยังมียอดขายปลีก และดัชนีราคาสินค้าผู้ผลิต (PPI), **ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ (ISM, PMI เป็นต้น)** ที่มีความหลากหลาย แต่สำหรับจุดเริ่มต้นควรจับตาดู “ตัวชี้วัดที่มีความสำคัญสูง” เป็นหลัก OK
3. ลักษณะของตลาดเมื่อมีประกาศตัวชี้วัด
เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในชั่วขณะ
- บางครั้งเคลื่อนไหวหลายสิบ pips ถึงมากกว่า 100 pips ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
- สเปรดขยายตัวอย่างรวดเร็ว และสภาวะ Slippage ที่ราคาสั่งกับราคาสั่งจริงควรระวัง
ความแตกต่างระหว่างคาดการณ์และผลลัพธ์เป็นกุญแจ
- ตลาดมักจะรวมความเห็นเป็นเอกฉันท์ล่วงหน้าไว้แล้ว
- ถ้าข่าวออกมาดีกว่าคาดหรือน้อยกว่าคาด ตลาดจะซื้อเมื่อมีข่าวและขายเมื่อข่าวไม่ดี... แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่ตัวเลขดีหมายถึงขึ้นเสมอ
การเคลื่อนไหวทันทีหลังประกาศไม่ได้เป็นตัวบอกทิศทางตัวจริงเสมอไป
- ช่วงเริ่มต้นอาจมีการซื้อขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วเปลี่ยนทิศไปขายมากขึ้นภายหลัง
- บางกรณีในการจ้างงานหลังประกาศอาจมีความผันผวนสูงในไม่กี่นาทีถึง 30 นาที นักลงทุนมือใหม่ควรระวัง
4. การบริหารความเสี่ยงคือสิ่งสำคัญสูงสุด
อย่าเข้าเดิมพันกับตัวชี้วัดอย่างไม่จำเป็น
เพราะความเคลื่อนไหวรุนแรงเป็นโอกาส แต่ก็เสี่ยงมาก- ผู้เริ่มต้นควรปิดสถานะก่อนประกาศหรือใส่จุดสกัดที่ชัดเจน
- มีการสแกลป์ช่วงประกาศมีแนวโน้มต้องใช้ประสบการณ์และความรับความเสี่ยงสูง
แนวรั้งการขาดทุนและการตั้งคำสั่งให้ชัวร์
- เมื่อใส่คำสั่งควรตั้งคำสั่งจำกัดการขาดทุน (stop-loss) เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด
- ก่อนหน้าหรือหลังประกาศตัวชี้วัด สเปรดมักขยาย จึงควรประเมินจุดหยุดให้มากกว่าปกติ
หากมีการเทรดอัตโนมัติ (EA) ต้องระวังตรรกะ
- บาง EA มีฟังก์ชันหยุดอัตโนมัติเมื่อประกาศตัวชี้วัด และหยุดการซื้อขายเมื่อสเปรดขยาย
- ตรวจสอบตรรกะและการตั้งค่าล่วงหน้า หากจำเป็นให้ปิดด้วยมือ
5. จะใช้พื้นฐานเศรษฐกิจอย่างไรให้เกิดประโยชน์?
มุมมองภาพรวมใหญ่
- “อัตราดอกเบี้ยของประเทศหลักสูงขึ้น = สกุลเงินนั้นมีแนวโน้มแข็งขึ้น”
- “เงินเฟ้อพุ่งขึ้น = อาจมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น”
และอื่นๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการมองแนวโน้มระยะยาว
จะเน้นเทรดจากตัวชี้วัดหรือหลีกเลี่ยง?
- ระยะสั้นสามารถได้กำไรจากการพุ่งขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็ว
- แต่ผู้เริ่มต้นควรไม่บังคับเป้าหมาย ให้ดูพฤติกรรมตลาดทีละน้อยและทดลองด้วยขนาดเล็ก
การผสมผสานระหว่างการเทรดด้วยวิจารณญาณและการเทรดอัตโนมัติ
- วิจารณญาณ: ก่อนและหลังเหตุการณ์สำคัญจะปรับพอร์ตและรอดูสถานการณ์
- อัตโนมัติ: ปกติใช้ EA อย่างสม่ำเสมอ แล้วหยุดชั่วคราวเฉพาะในช่วงประกาศตัวชี้วัด (การใช้งานแบบไฮบริด)
การรักษาสมดุลเช่นนี้ช่วยลดความเครียด และลดความเสี่ยงขาดทุนได้
6. สรุป & แจ้งข่าวหน้าต่อไป
สรุป
- การวิเคราะห์พื้นฐานเป็นอาวุธที่ทรงพลังสำหรับมุมมองที่ต่างจากการวิเคราะห์เชิงเทคนิค
- ตัวชี้วัดหลักอย่าง สถิติการจ้างงาน FOMC อัตราดอกเบี้ย CPI ส่งผลกระทบต่อตลาดมาก
- ช่วงประกาศตัวชี้วัดมีความเสี่ยงสูง ดังนั้นควรตั้งค่า Stop-Loss และการบริหารการเข้าซื้อขายอย่างรัดกุม
- การเห็นภาพระยะยาวจะได้เปรียบถ้าพื้นฐานเศรษฐกิจมีการเรียนรู้และติดตามไว้
ต่อไป DAY 5 จะเน้นเรื่อง: การบริหารความเสี่ยง – การบริหารเงินทุนและการกำหนดขนาดโพสิชัน
- ครั้งนี้ ผู้พูดได้พูดถึงความผันผวร้ายแรงของพื้นฐานเศรษฐกิจ แต่ครั้งต่อไปจะเน้นการบริหารความเสี่ยงและการจัดการเงินทุนเป็นหัวข้อ
- “ทำไมมือโปรถึงไม่ล้มเหลวจากการขาดทุนครั้งเดียว?”“ความสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทนสำคัญแค่ไหน?” เป็นต้น เพื่อเรียนรู้ “การบริหารเชิงคิด” ที่ทำให้การเทรดมั่นคง
ผู้ที่สนใจการเทรดอัตโนมัติ กรุณาคลิกด้านล่างนี้ด้วยนะครับ
https://www.gogojungle.co.jp/users/147322/products
หากคุณพบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ กรุณากด “続きを読む” เพื่ออ่านเพิ่มเติม
ขอขอบคุณครับ