การเข้าใช้บิตคอยน์ง่ายมาก! เหตุผลที่ใช้งานอินดิเคเตอร์ Pivot ฟรีเท่านั้นก็พอได้
「การเข้าตลาดบิตคอยน์ง่ายมาก! วิธีการใช้ Pivot Indicator และความสำคัญของ“ข้อมูลสถานที่”」
สวัสดีครับ ผมคือแมวผู้ดูแลไอเดียการเทรดจากแล็บเทรดเดอร์
ช่วงนี้สภาพคล่องของบิตคอยน์คึกคักขึ้นมากเมื่อไม่นานมานี้ ผู้เข้าร่วมตลาดเพิ่มขึ้น ความมีระเบียบก็เพิ่มขึ้นไปด้วย ซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจในการเทรด เหตุผลล่ะนะ? เพราะมีคนจำนวนมากดูกราฟเดียวกันและเคลื่อนไหวที่จังหวะเดียวกันใน“ซื้อ!” หรือ“ขาย!”
ถ้าระเบียบเพิ่มขึ้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้น? ใช่ครับ การวิเคราะห์ทางเทคนิคก็ทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะการวิเคราะห์ทางเทคนิคเปรียบเสมือน “สัญญาที่ทุกคนเชื่อ” ซึ่งยิ่งมีผู้เข้าร่วมมากขึ้น สัญญานั้นก็ยิ่งทำงานได้ง่ายขึ้น
แต่ตอนนี้ทุกคนมีปัญหาที่มักพบ
“จังหวะเข้าเทรดไม่รู้ว่าเมื่อไร!”
นี่เป็นหนึ่งใน 3 ปัญหาหลักของเทรดเดอร์ ส่วนอีกสองคือ “การบริหารเงินไม่เก่ง” และ “การตัดขาดทุนทำไม่ได้” แต่วันนี้เราจะเน้นที่จังหวะเข้าเทรด
“เคยมีประสบการณ์ที่จังหวะมันไม่ตรงแล้วแพ้ใช่ไหม? แต่บอกเลย ง่ายมากครับ
ถ้าใช้ Pivot Indicator จะรู้จังหวะได้ทันที!
คนที่ยังไม่รู้จังหวะเข้าเทรด ลองใช้ Pivot Indicator ของ TradingView กันเถอะ!
วิธีทำง่ายๆ
1. เปิด TradingView (ฟรีก็ได้)
2. ในช่องค้นหาอินดิเคเตอร์ พิมพ์ว่า “Pivot” จะมี Pivot Points Standard ปรากฏขึ้น
3. กดเลือกเพียงอย่างเดียว
เพียงแค่นี้บนกราฟจะมี “พอยต์ Pivot” แสดงขึ้นมา
• PP (Pivot) คือจุดเข้าซื้อ
• R1 หรือ S1 หรือ R2 ฯลฯ มีออกมาหลากหลาย แต่ใช้แค่ P ก็พอแล้ว!
R1 (แนวต้าน 1) และ S1 (แนวรับ 1) ควรซ่อนออกไป จะมีข้อมูลมากเกินไปจนทำให้การตัดสินใจผิดพลาดได้
เมื่อราคามีการสัมผัส “PP” ก็ให้เข้าเทรดอย่างรวดเร็ว
ทฤษฎี Dow และคลื่น Elliot ไม่จำเป็นเลย! Pivot ก็พอแล้ว!
“เอาแค่นี้พอจริงดิ?” คุณอาจสงสัย
ใช่แล้ว ในโลกนี้มีทฤษฎีต่างๆ มากมายที่ถูกยกย่อง ไม่ผิดที่จะรู้ไว้บ้าง แต่ในช่วงเริ่มต้นของการเทรดส่วนใหญ่การจำทฤษฎีมากมายจะไม่ช่วยให้ชนะเลย
เหตุผลง่ายๆ คือข้อมูลมากเกินไป
ยกตัวอย่าง Dow Theory บอกว่า “เมื่อราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ แนวโน้มยังคงอยู่” แต่พอถึงเวลาที่จะเทรดจริงๆ กลับคิดว่า “อันนี้ใช่การเพิ่มขึ้นหรือเปล่า? หรือเป็นการย่อตัว? หรือเป็นการหลอกลวง?” ซึ่งสมองจะแข็งค้าง
เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยใช่ไหม
ดังนั้นควรเริ่มจากการคิดด้วย PP เพียงอย่างเดียวจะทำให้เข้าใจง่ายขึ้น
แต่ถ้าใช้แค่นี้ยังไม่ชนะ ทำไมล่ะ?
ตอนนี้มาพูดเรื่องสำคัญกัน
“จะชนะได้มั้ยถ้าดูแค่ PP ของ Pivot แล้วเข้าเทรด?”
คำตอบคือไม่ใช่
เพราะขาดการ “รับรู้สิ่งแวดล้อม”
การเทรดคือการเข้าใจทิศทางของตลาด ซึ่งเรียกว่า “ข้อมูลสถานที่”
ยกตัวอย่าง หากคุณไปเที่ยว
• ปลายทางที่ Okinawa ก็เอาเสื้อทีชุด และชั้นในแบบสั้นไปใช่ไหม?
• แต่ถ้าคุณไปงานหิมะที่ Hokkaido ก็ต้องมีเสื้อกันหนาว
นี่คือ “การรับรู้สภาพแวดล้อม” ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนและจะไปไหนต่อไป หากไม่เข้าใจจะเตรียมอุปกรณ์ผิดพลาด
การเทรดก็เหมือนกัน
หากตอนนี้ตลาดแข็งแรงหรืออ่อนแรงไม่รู้ และเข้าเทรดด้วย Pivot จะไม่ชนะเลย เพราะเมื่อราคแข็งแรง Pivot อาจไม่ถูกแตะและเคลื่อนไปข้างหน้าได้
แล้วจะทำอย่างไร?
ไม่ต้องกังวล มีวิธี
แค่เข้าใจ “การรับรู้สภาพแวดล้อม” และ “ข้อมูลสถานที่” ก็พอ
พูดให้ชัดๆ คือ ตรวจสอบ 2 อย่างดังนี้
1. มองทิศทางของ weekly chart (แนวโน้มสัปดาห์ขึ้นหรือลง?)
2. ตรวจสอบว่าราคาปัจจุบันใกล้จุดสูงสุดหรือต่ำสุดของสัปดาห์หรือไม่
ถ้า 2 อย่างนี้รู้แล้ว จะเห็นว่า “ตลาดนี้มีทิศทางขึ้น” หรือ “ตอนนี้อาจจะลงบ้าง”
ถึงแม้ว่า P ของ Pivot จะเป็นจุดซื้อ แต่ถ้าสัปดาห์อยู่ในแนวโน้มขาลง การแตะ P ก็อาจกลายเป็น “จุดขาย” ได้
หมายความว่า หากไม่สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมได้ จะเข้าจะออกก็ไม่รู้
สรุป
• การเข้าเทรดที่จุด P ของ Pivot เพียงพอแล้ว
• ซ่อน R1 และ S1 เพื่อทำให้เรียบง่าย
• ไม่จำเป็นต้องใช้ Dow Theory หรือ Elliott Wave (มีประโยชน์ในเชิงความรู้ แต่ไม่จำเป็นสำหรับการเทรดในตอนแรก)
• อย่าลืมการรับรู้สภาพแวดล้อม! ข้อมูลสถานที่มีความสำคัญมาก
การเทรดควรเรียบง่ายที่สุด
มีคำว่า “Pivot อย่างเดียวไม่พอที่จะชนะ” แต่ความจริงคือหากคุณมีการรับรู้สภาพแวดล้อมเพียงพอ Pivot อาจทำให้คุณชนะได้ด้วย
โปรดลองใช้งานในการเทรดครั้งต่อไป
“อ๊ะ นี่คือ PP นี่เอง งั้นเข้าเทรดเลย!”
คำพูดง่ายๆ นี้อาจเปลี่ยนการเทรดของคุณอย่างมาก
งั้นพบกันในการบรรยายครั้งหน้าครับ!