地政学リスクについて
สวัสดีครับ/ค่ะ ผมคือ Capital Cat ขออธิบายถึงผลกระทบของความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีต่อตลาดทองคำ (XAUUSD) ในช่วงล่าสุด ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมเป็นต้นมา ตลาดทองคำมีความผันผวนเนื่องจากความไม่มั่นคงระหว่างประเทศต่างๆ ที่เกิดขึ้น ที่นี่เราจะดูว่าอิสราเอลกับอิหร่าน ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือกับรัสเซีย และสถานการณ์อื่นๆ ส่งผลต่อราคาทองคำอย่างไร
1.ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านและผลกระทบต่อตลาดทองคำ
ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านได้ถูกมองว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักในตลาดทองคำ โดยเฉพาะเมื่อมีแนวโน้มที่อิหร่านจะตอบโต้ทางทหารต่ออิสราเอล ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันในภูมิภาค ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจะทำให้ต้นทุนด้านพลังงานสูงขึ้นและคาดว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้น ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนอาจหันมาซื้อทองคำเป็นการป้องกันเงินเฟ้อและมีความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น
2.ผลกระทบจากความร่วมมือระหว่างเกาหลีเหนือกับรัสเซีย
การที่เกาหลีเหนือสร้างความสัมพันธ์แนบแน่นกับรัสเซียและมีส่วนร่วมในสถานการณ์ยูเครนทำให้ตลาดกังวลถึงความเป็นไปได้ที่จะมีมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ความตึงเครียดระหว่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นและความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอาจขยายตัวมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ปฏิกิริยาของสหรัฐฯและพันธมิตรอาจเป็นปัจจัยผลักดันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ให้ส่งผลต่อราคาตลาดทองคำในอนาคต
3.แนวโน้มตลาดในอนาคตและการบริหารความเสี่ยง
นักวิเคราะห์มองว่าในระยะสั้นราคาทองคำอาจปรับฐาน แต่ตราบเท่าที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังดำรงอยู่ แนวโน้มระยะยาวมีแนวโน้มที่จะกลับมาอยู่ในแนวขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐต่ำลง ทองคำมักจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้ง่าย ทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งด้วยปัจจัยเหล่านี้ XAUUSD ยังคงได้รับการสนับสนุนจากผู้ลงทุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
สรุปแล้ว ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน และความร่วมมือระหว่างเกาหลีเหนือกับรัสเซีย ซึ่งเป็นความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ กำลังสนับสนุนตลาดทองคำ ในระยะสั้นอาจมีการปรับฐานบ้าง แต่ในระยะยาว ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จะช่วยสนับสนุนความต้องการทองคำและคาดว่าจะมีการปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต
Capital Cat