วิธีที่จะทราบทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาในอนาคต
สวัสดีครับ/ค่ะ.
ผม/ฉันเป็นเทรดเดอร์ FX แบบเชิงเทียนเทียน
คราวนี้ ผม/ฉันจะเขียนเกี่ยวกับแนวคิดการเทรดของตัวเอง
ผม/ฉันมีประสบการณ์ด้าน FX ค่อนข้างยาวนะ
นอกจากนี้ก็ได้ล้มเหลวมาเยอะด้วย
สาเหตุของความล้มเหลวมีหลายอย่าง
แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการเข้าใจผิด
เป็นส่วนใหญ่
วันนี้จะเขียนถึงเรื่องนี้บ้าง
หลังจากเปิดเผย “ตรรกะ FX แบบเชิงเทียน” ในครั้งนี้
ก็ได้รับการติดต่อจากผู้คนหลากหลาย และมีโอกาสแลกเปลี่ยนกันมากขึ้น
และมีโอกาสพูดคุยเกี่ยวกับความกังวลและสถานการณ์ต่างๆ มากขึ้น
ด้วย
จึงสังเกตได้ว่า
หลายคนยังเข้าใจผิดในลักษณะเดียวกับที่ผมเคยเป็น
ซึ่งให้ความประทับใจว่าเป็นจำนวนมาก
ถึงแม้จะตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่
และพยายามอย่างหนักก็ยังไม่ค่อยชนะเท่าไร
ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีจำนวนมาก
ดังนั้น ผม/ฉันจึงอยากเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้คนตระหนักถึงสิ่งนี้
และอยากเขียนสิ่งที่ผม/ฉันได้ล้มเหลวจากการเข้าใจผิดมาก่อน
เพื่อเป็นประโยชน์
ก่อนอื่น ผม/ฉันเคยคิดว่า
ถ้าศึกษาเครื่องมือวิเคราะห์มากๆ ก็จะทำให้การเทรดดีขึ้น
ดังนั้น ผม/ฉันจึงศึกษาตัวชี้วัดหลายๆ ตัว
และย้อนกลับไปดูกราฟจนเกินสิบปีเลย
เวลาที่ทุ่มเทในการวิจัยน่าจะมากกว่าสามร้อยชั่วโมง
แต่ก็ยังไม่ชนะอย่างต่อเนื่อง
อาจจะเป็นเพราะทักษะไม่มีหรือยังไม่พอ
หรืออาจเป็นเพราะการวิจัยยังไม่พอ
ผม/ฉันเองก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะทำอย่างไรให้ชนะได้
แต่แล้ววันหนึ่ง ผม/ฉันก็พบสิ่งหนึ่ง
ตลาดอยู่กับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
นั่นคือความจริง
อาจเป็นเรื่องที่ธรรมดาๆ แต่
มีคนที่เข้าใจเรื่องนี้จริงๆ กี่คนกันนะ
ถ้าตลาดเปลี่ยนไปตลอดเวลา
ถ้ากรณีในอดีตที่ตลาดเคลื่อนไหวตามสมการแบบนี้
ก็ยังไม่แน่ว่าจะใช้ได้ในอนาคตหรือต่อไปไหม
ตัวอย่างจากการโยนลูกเต๋า
มีหน้า 1 ถึง 6 และแต่ละหน้ามีโอกาสออกเท่ากัน 1 ใน 6
ตรงนี้ทุกคนอาจเข้าใจได้
แต่ถ้าสมมติว่าออกหกมา 3 ครั้งติดต่อกัน
จากนั้น ผู้คนส่วนใหญ่จะคิดว่า หกมีความได้เปรียบหรือไม่
ลูกเต๋าอาจะออกหกได้บ่อยกว่าตัวเลขอื่น
และเริ่มคิดว่าครั้งถัดไปอาจออกหกมากกว่า
นอกจากนี้ เนื่องจากหกออกต่อเนื่องถึง 3 ครั้ง
จึงคิดว่าความน่าจะเป็นที่จะออกหกในครั้งถัดไป
จะเป็น 6 ยกกำลัง 4 หรือ 1296 ต่อ 1 ซึ่งเป็นไปไม่ได้
ไม่ใช่ครับ คิดตามหลักเหตุผลทั่วไป
ไม่ว่าจะโยนลูกเต๋ากี่ครั้ง ความน่าจะเป็นของการออกหกยังคงเป็น 1 ใน 6
เพราะแต่ละเหตุการณ์เป็นอิสระจากกัน
ผลการโยนครั้งก่อนจะไม่ส่งผลต่อการโยนครั้งถัดไป
จริงๆ แล้วการเทรดก็เช่นเดียวกัน
ถึงแม้ว่าจะอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นอยู่ก็ตาม
การเคลื่อนไหวในอนาคตจะเป็น
โอกาส 1 ต่อ 2
ถ้าไม่พิจารณาปัจจัยพื้นฐานหรืออุปสงค์อุปทาน
ดังนั้น ในระหว่างแนวโน้มขาขึ้น
โอกาสที่ราคาจะพุ่งขึ้นต่อไปสูงกว่าเดิม
เป็นเรื่องผิดพลาด
ไม่ว่าพระจบแนวโน้มจะเป็นแบบไหน
การขึ้นหรือลงมีโอกาส 1 ใน 2
และถึงแม้ definition ของแนวโน้มขาขึ้นจะต่างกันในแต่ละคน
แต่อนาคตการเคลื่อนไหวของราคาเป็นสิ่งที่ไม่มีใครพยากรณ์ได้
และเมื่อไม่พยายามทายทิศทางในอนาคต
การเทรดจะเกิดจากโอกาส 1 ใน 2 เท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยค่าค่าสเปรดและภาษี ฝั่งผู้เทรดจะ
อยู่ในเกมที่เสียเปรียบ
เกมที่ย้ำว่าเมื่อเทรดมากขึ้น เงินทุนจะลดลง
เรียกว่าเกมที่ไม่มีกำไร
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าแนวโน้มในอนาคตจะเป็นอย่างไร
มันคือ การอ่านใจผู้เข้าร่วมตลาดในขณะนี้
อธิบายความต้องการและอุปทาน
ความต้องการซื้อและขายในปัจจุบัน
ใครมากกว่ากัน
ถ้ารู้ได้ จะทราบทิศทางของราคาในอนาคต
นอกจากนี้ ในช่วงที่ราคาพุ่งขึ้นหรือลงลง
จะทราบถึงขอบเขตการเคลื่อนไหวได้ด้วยการอ่านอุปสงค์อุปทาน
และเพื่ออ่านอุปสงค์อุปทานให้ได้
ต้องดูข้อมูลล่าสุดอย่างใกล้ชิด
โดยการดูเชิงเทียนอย่างละเอียด
อินดิเคเตอร์โดยพื้นฐานจะถูกคำนวณจากราคาปิดของเชิงเทียน
เพราะฉะนั้น สัญญาณที่อินดิเคเตอร์แสดงจึงมักจะช้า
อย่างไรก็ตามเชิงเทียนนั้นให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์
ข้อมูลล่าสุดที่สุด
ดังนั้น ในการใช้งานแบบเรียลไทม์
ทราบถึงความคิดของผู้เข้าร่วมตลาดในขณะนั้นได้ และ
สามารถซื้อขายได้โดยไม่ล่าช้า
และถึงแม้จะเขียนยืดยาวถึงตรงนี้
จนถึงจุดนี้ ผม/ฉันก็ได้เดินทางมาไกลและล้อเล่น…汗
จากการคุยกับผู้คนมากมาย เราพบว่า
ถึงจะมีการศึกษาอยู่มาก แต่ก็ยังมีคนที่ไม่ชนะ
ที่นี้มีอยู่จริง
ดังนั้น ก่อนอื่น คงต้องเข้าใจว่า ตลาดเคลื่อนไหวอย่างไร
และจะอ่านอุปสงค์อุปทานอย่างไร
อยากให้คุณตระหนักถึงเรื่องนี้ก่อน
แล้วสิ่งที่ทำให้เป็นกฎก็คือ
“ตรรกะ FX แบบเชิงเทียน”
ครั้งนี้มีบางส่วนที่ยากนิดหน่อย
“ตรรกะ FX แบบเชิงเทียน” ให้คุณอ่านอุปสงค์อุปทานด้วยกฎง่ายๆ ที่ผู้เริ่มต้นก็ทำตามได้
เพื่อการเทรดที่ทำได้จริง
ดังนั้น คุณไม่ต้องกังวลไป