คุณสมบัติเด่นที่สุดและข้อเสียของ Super Recovery อยู่ที่จำนวนการเทรดและระยะเวลาการเทรดของ EA
วันนี้เราจะอธิบายถึงข้อด้อยของ Super Recovery ที่มีกำหนดการวางจำหน่ายในไม่ช้านี้
ข้อด้อยนั้นขึ้นอยู่กับคนแต่ละคนที่รับรู้และมุมมองต่อคุณลักษณะต่างๆ ซึ่งไม่อาจพูดได้ทั่วไป
ผมที่มีประสบการณ์ EA มากถึง 15 ปี ได้ทดลองใช้งาน EA กว่าไม่กี่ร้อยตัว แล้วจึงสรุปลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของ Super Recovery อย่างครบถ้วนให้ฟัง
มีการบันทึกวิดีโอไว้ หากท่านที่สนใจสามารถชมได้
เป็นคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหาคราวนี้
ตามหัวข้อ โลจิกเฉพาะของ Super Recovery ที่ผมสร้างขึ้นมาคือผลงานที่สรุปจากประสบการณ์การเทรด EA กว่า 15 ปี
และวิดีโอที่บันทึกนี้ ผมพูดถึงสิ่งที่รับรู้จากการทดสอบย้อนหลัง (backtest) และ Forward Test บนบัญชีจริง
จำนวนการเทรดและระยะเวลาการเทรดอธิบายในวิดีโอด้วย ซึ่งการไม่เปิดสถานะในระยะ 16 วันอาจถูกมองว่าเป็นข้อด้อยในบางกรณี
พื้นฐานที่ทำให้เกิดโลจิกแบบนี้คือประสบการณ์การเทรด EA แบบกริดจำนวนมากของผม ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างลึกซึ้ง
มี EA แบบกริดนาํนิบและกริดマーチンゲールจำนวนมากที่สามารถทำกำไรได้ในระดับหนึ่ง
แต่ปัญหาคือ เมื่อแนวโน้มใหญ่ยังคงต่อเนื่องโดยไม่มีการย่อหรือรีบกลับมากนัก ระบบบัญชีมักจะล้มละลาย
ประเด็นนี้ไม่ใช่ว่า EA ของผมจะไม่ทำให้บัญชีล้มละลาย 100% อย่างมั่นใจได้ แต่สำหรับผู้ที่ไม่รู้จักกริด ผมขออธิบายว่า บางส่วนของวิธีที่มีสภาวะขาดทุนคงค้างอยู่จะยังคงถือ позиชขนาดพิมพ์ (Pips) ต่อไปเรียกว่าเป็นกริดในบางส่วน
ดูภาพด้านล่าง
ดังตัวอย่าง 10 Pips บางครั้ง 15 Pips ก็มี
สำหรับสินทรัพย์ที่มีช่วงราคาความผันผวนสูง เช่นทองคำ บางครั้งใช้งานกริดกว้างถึง 20 Pips
ประเด็นคือ ตราบใดที่ยังมีขาดทุนอยู่ จำนวนของตำแหน่งจะเพิ่มขึ้นต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน
ในกรณีภาพด้านบน หากไม่ยอมรับการย่อตัวและพุ่งขึ้น 100-200 Pips ความเสี่ยงมีอยู่
จากประสบการณ์ของผม หากเงินทุนมีน้อย โอกาสถูก forced stop-out จะสูงขึ้น
หากมีทุนมากกว่า บางครั้งรอดชีวิตได้ แต่ดูๆ แล้วใจกระวนกระวายอยู่ดี
โลจิสติกที่ไม่มีการตัดขาดกำไรแต่ยังมีหลายตำแหน่ง อาจทำให้เกิด DD มากก็ยังมีโอกาสที่บัญชีจะล้มละลายอยู่บ่อยครั้ง
แม้โลจิสติกที่มีการตัดขาดกำไรบ่อยๆ เงินทุนก็ต้องลดลงถึงระดับเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดจนถูกForced Loss Cut ซึ่งในแง่นี้กริดและโลจิสติกทั่วไปก็มีความเสี่ยงต่อการล้มละลายไม่ต่างกัน
จากประสบการณ์ส่วนตัวของผม เมื่อแนวโน้มใหญ่ดำเนินต่อไป ยอดคงบัญชีเคยล้มในชั่วข้ามคืนหลายครั้ง
แน่นอนว่าเหตุอื่นนอกเหนือจากวิธีการก็มีส่วนด้วย
อย่างเช่นเมื่อใช้เลเวอเรจสูง เงินทุนต่ำ หรือหากเสี่ยงสูงแต่ปริมาณล็อตใหญ่เมื่อเทียบกับทุน ก็มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้
ดังนั้นสำหรับ EA ที่ทำกำไรเดือนละ 100% หรือ 50% แนะนำให้ถอนทุนต้นขณะต้นทุน
หากทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาทเติบโตเป็น 1.2 ล้านบาท 2 แสนบาทก็ถอนออกเป็นทุนทุนการจัดการทางการเงินเป็นวิธีปฏิบัติมาตรฐานของกริดนาํนิบและกริดマーチン
ไม่ว่าจะเป็นวิธีอื่น การถอนทุนต้นในระยะสั้นเป็นวิธีการที่ใช้ร่วมกับ EA ทุกรูปแบบ
หากทำซ้ำ 5 ครั้ง จะทำให้ทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาทถูกคืนกลับมา เมื่อถึงจุดนี้จะมีกำไรสุทธิเท่านั้น และต่อจากนั้นก็ไม่เป็นไรหากเสี่ยงสูงก็ยังมั่นใจได้ว่าไม่ล้มละลาย (หมายถึงทุนถูกรับคืนแล้ว)
จากการสังเกตโลจิสติกเหล่านี้ ผมสงสัยว่า ทำไมเวอร์ชันตรงข้ามถึงไม่มีอยู่บ้าง
อาจมีอยู่บ้างที่ใครจะพบ แต่จากประสบการณ์ EA กว่าไม่กี่ร้อยตัวในช่วง 15 ปีของผม ยังไม่เคยพบ
ด้วยเหตุนี้จึงเกิด Super Recovery ขึ้น
วิดีโอก็มีอยู่ด้วย เหตุผลว่ากลยุทธ์กริดมีแนวโน้มล้มละลายเมื่อแนวโน้มเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง และยังคงติดตามแนวโน้มเพื่อเพิ่มตำแหน่งต่อไปเป็นวิธีที่เรียกว่า pyramid
ทั้งยังรับทราบข้อดีของมาร์ทินเกลและแนวคิดนับตำแหน่งเพิ่มขึ้น โดยที่ยังได้กำไรเมื่อมีผลกำไรอยู่แล้ว โดยไม่กำหนดทำกำไรจากสถานะปัจจุบัน
ความท้าทายคือกริดที่ทำกำไรในสภาวะตลาดที่มีการเคลื่อนไนที่จำกัด
ในกรณีนั้น Super Recovery มักจะติดลบ จึงเลือกใช้เบรคอีบน (Break-even) บ่อยครั้ง
เป็นวิธีการปิดสถานะที่ใกล้เคียงศูนย์บวกลบ
เมื่อแนวโน้มเริ่มต้น จะมีกริดที่ทำกำไรได้มาก และเป็นโลจิสติกตรงข้ามกับกริด
นั่นคือ Super Recovery
แล้วพบกันใหม่นะครับ