ไม่ควรอ่านบทความที่แสดงถึงการลดลงของหุ้นหรือการอ่อนค่าของเงินเยนในข่าวสารเป็นสำนวนแสดงเจตจำนง เพราะอาจมีความคิดของคนมาปะปนทำให้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม
เรื่องนี้ก็เหมือนกับการซื้อขายหุ้นหรือช่วงฟิวเจอร์สของ Nikkei เช่นกัน
เมื่อเห็นการแสดงเจตจำนงเช่นนี้
หากตลาดสั่นคลอนแม้เพียงเล็กน้อย
ก็จะเริ่มคิดไปเอง
“ฉันไม่คิดอะไรเลย”
แล้วก็ออกว่า
แต่พอคลี่คลายไปในตลาดราคาก็จะดึงข้อมูลข่าวหน้ามือเข้ามาในสมองทันที
และสุดท้ายก็ทำในสิ่งที่ขัดกับเจตนาของตนเอง
การปิดสถานะที่ก่อนหน้านี้ทนไว้
ทำให้ตลาดที่คาดว่าจะมีกำไรกลับกลายเป็นเสียหายได้
เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยในชีวิตประจำวัน
ถ้าเป็นข้อมูลประเภทอื่นก็คือ
ข้อมูลจาก Twitter หรือกระดานสนทนาต่างๆ
สมัยก่อนกระดานสนทนามีแค่ที่เดียว
เดี๋ยวนี้มี Yahoo! กระดานหุ้นและหลายที่เลยใช่ไหม?
ข้อมูลในแบบนั้นจะมีความหมายเพียงในมุมมองการเทรดในระยะยาวที่ลงทุนด้วยปัจจัยพื้นฐานเท่านั้น
แต่สำหรับเรื่องอื่นๆ ถือว่าเป็นเสียงรบกวนมาก ซึ่งเป็นประสบการณ์ตรงดังนั้นไม่จำเป็นต้องเชื่อถือมาก
อย่างไรก็ตามเมื่อเสียงรบกวนเข้าไปในสมองแล้วจะติดตามไปจนเกิดปัญหาหนัก
เป็นกับดักในการเทรด
เพราะมีสิ่งนั้นอยู่
จึงควรดูข้อมูลเชิงเทคนิคเป็นหลัก
ส่วนตัวฉันให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน
แต่มันเป็นเพียงมาตรฐานพื้นฐานเกี่ยวกับเนื้อหาของตลาดโดยรวมที่นักเทรดคิดว่าอย่างไรเกี่ยวกับราคาตลาด
ดังนั้นเกี่ยวกับการตัดสินใจตลาดจึงไม่ค่อยแตะข้อมูลข่าวสารนี้เท่าไร
นักเทรดมือใหม่และระดับกลางมักติดกับคิดว่าการอ่านข้อมูลเหล่านั้นคือการเป็นนักเทรด
แต่ข้อมูลเหล่านั้นเมื่อกลายเป็นความจริงก็ยังไม่แน่ชัด
นั่นคืออนาคตของราคาตลาดเองยังคงไม่กำหนดชัดเจนในปัจจุบัน
การรวมข้อมูลเหล่านั้นจะทำให้การเทรดมีเสียงรบกวนมากขึ้น
ดังนั้นคิดว่าควรไม่ดูจะดีกว่า
กล่าวคือเมื่อไหร่ที่อนาคตของราคาตลาดยังเป็น "ไม่แน่นอน" อยู่
การรวมข้อมูลเหล่านี้จะทำให้การเทรดมีเสียงรบกวนมากขึ้น
จึงคิดว่าไม่ดูจะดีกว่า
ถ้าข้อมูลข่าวสารและปัจจัยพื้นฐานดังกล่าวสามารถเพิ่มได้มากขึ้นโดยเฉพาะ
การเทรดด้วย AI จะได้กำไรเต็มที่เลยทีเดียว แต่
เรื่องแบบนั้นไม่ค่อยได้ยิน ดังนั้นจะไม่สามารถทำกำไรได้มากขนาดนั้น
ตลาดจะเดินหน้าต่อไปไม่หยุด
หากกลับมาก็จะกลับไปตามทางของมัน
แค่นั้นเอง
ทุกอย่างล้วนผ่านไปตามกาลเวลา
※หากคุณต้องการทำกำไรจาก FX อย่างต่อเนื่องให้คลิกที่นี่↓
× ![]()