ละทิ้งเทคโนโลยีแบบเทคนิคัลเหนือกว่า และยกหลักพื้นฐานเป็นมาตรฐานสูงสุด
เทคนิคอลเป็นศูนย์กลางมากเกินไป
จะไม่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้
หรือจะว่าไปตั้งแต่ต้น
ไม่สามารถยอมรับผลขาดทุนจากการฟิตคาร์ฟได้อย่างตรงไปตรงมา
เพราะว่าเป็นศูนย์กลางเทคนิคอล
เพราะมันไม่ยอมรับเหตุการณ์ฉุกเฉินของตลาดหรือตลาดที่แนวโน้มเป็นทางเดียว
สภาพแวดล้อมของตลาดเอง
คือสาระสำคัญของตลาด
ถ้าคือศูนย์กลางเทคนิคอล
รูปแบบของตลาดจะกลายเป็นตัวตั้งต้น
พูดง่ายๆ
ต้องการทำให้ทุกอย่างอยู่ในรูปแบบกราฟและภาพทั้งหมด
แต่เป็นความคิดที่พวกเขาพูดต่อเนื่องและสอนกันมาเสมอๆ เพราะเหตุนี้เอง
จึงเป็นเรื่องที่คุณภาพไม่ดีใช่ไหม
คนที่สอนมาต่างก็ไม่ได้ทำให้จำนวนเพิ่มขึ้นจริงๆ
ในที่สุดเพื่อขยายทุนต่อไปเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องเป็นศูนย์กลางพื้นฐาน
เอาจริงๆ แล้ว
เทคนิคอล 3:พื้นฐาน 7
คิดว่าเป็นอัตราส่วนประมาณนี้
แน่นอนว่าเทคนิคอลจำเป็น
แต่ก็เป็นการแถลงความหมายแบบลดทอน Dow Theory หรือ Support-Resistance ที่ไม่ชัดเจนต่อการมองตลาดเทรด
แก่นแท้คือความคลุมเครือ
เพราะแนวโน้มก็ไม่ทราบว่าเมื่อใดจะเกิด
ไม่ทราบด้วยว่าจะกลับมาเมื่อไร
สถานการณ์แบบนี้จะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ
ถ้าอย่างนั้นก็แน่นอนว่าแนวโน้มพื้นฐานย่อมมาเป็นแนวทาง
เทคนิคอลก็ควรจะถูกเบี่ยงเบนออกไปและสลักเป็นเกณฑ์สูงขึ้นพร้อมๆ กัน
ไม่ว่าคุณจะจำกัดจุดเข้าแบบตามธรรมชาติเท่าไร
อัตราการชนะจะเปลี่ยนหรือตลาดได้กำไรจะเปลี่ยนไป
มันเป็นเพียงสถานการณ์ของตลาดเท่านั้นที่ทำให้เป็นอย่างนั้น
นั่นคือถึงแม้จะช้าหรือเร็วในการแสดงสัญญาณเทรนด์ก็จะ“ไม่เปลี่ยนแปลง”
ตรงกันข้ามคิดว่ายังไงก็คาดว่าความสามารถในการทำกำไรจะต่ำลงบ่อยครั้ง
เพราะเทรนด์จริงๆ ที่จะเกิดขึ้นคือ
อาจจะในสัปดาห์หน้า สองสัปดาห์หน้า สามสัปดาห์หน้า สี่สัปดาห์หน้า หรือภายในสองเดือน
ดังนั้น
หากคิดเรื่องการเทรดบนตลาดที่มีแนวโน้มจริงๆ จะต้องเทรดบนกราฟ 4 ชั่วโมงหรือ 1 ชั่วโมง
ดังนั้นจึงต้องกลายเป็นการเทรดบนกราฟ 4 ชั่วโมง
ดังนั้นกลยุทธ์โยนทางลัดในกราฟ 4 ชั่วโมงนั้น
สามารถเพิ่มพูนได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ MA cross เป็นต้น
ท้ายที่สุดทุกกลยุทธ์
“เร็วเกินไปจะทำให้ขาดทุนบ่อยขึ้น”
“ช้ากว่าจะทำกำไรน้อยลง”
มีผลข้างเคียงหลายอย่างเกิดขึ้น
เมื่อคิดแบบนั้น
จะต้องปรับให้เข้ากับพื้นฐานมากขึ้น
กลยุทธ์บนกราฟ 4 ชั่วโมงสัญญาณช้ากว่า
กลยุทธ์บนกราฟ 15 นาทีสัญญาณเร็วกว่า
แต่
กลยุทธ์บนกราฟ 4 ชั่วโมงก็ยังคงดรอแวดรอ
เมื่อช่วงที่แนวโน้มไม่มาเลย
สัญญาณบนกราฟ 15 นาทีออกมากมายในขณะเดียวกัน
แต่ไม่ได้นำผลกำไรมาให้ต่อเนื่อง
(ตรงนี้ยังมีทางเลือกที่มุ่งหากำไร 3 เท่าจาก 1:3
ถ้าทำ 1:3 ต่อเนื่องก็จะเพิ่มทุนลดลงในระยะยาว
เมื่อเทียบกับจำนวนขาดทุนที่มากขึ้น)
เมื่อพิจารณาจากสิ่งเหล่านี้
การคิดแบบศูนย์กลางเทคนิคอลจะทำให้ผลข้างเคียงร้ายแรงขึ้น
นั่นคือเหตุผลที่ควรหันไปสู่ศูนย์กลางพื้นฐาน
เพราะฉะนั้นจึงมี Dow Theory และ Support-Resistance เพราะฉะนั้น
พื้นฐานของการวิเคราะห์เทคนิคอลส่วนใหญ่
ถ้าพิจารณาปรากฏการณ์นี้จะไม่เป็นประโยชน์เลย
เพราะมันเป็นเพียงการแสดงล่าช้าหรือเร็วเท่านั้น
ทั้งช้าและเร็วเป็นการทำกำไรน้อยลงหรือมีผลเสียทางลบอื่นๆ
เมื่อคิดเช่นนี้
จึงจำเป็นต้องสังเกตการณ์การเคลื่อนไหวของตลาดแบบพื้นฐานในการเทรด
※หากต้องการทำกำไรอย่างต่อเนื่องใน FX กรุณาดูด้านล่างนี้↓
× ![]()