วิธีติดตามกระแสต่อไป
จะแสดงกราฟรายชั่วโมง 4 ชั่วโมง
จะแสดงค่าเฉลี่ย 30 EMA และ 60 EMA
คิดว่า MA ครอสเป็นแนวโน้ม แล้วติดตามแนวโน้มด้วย 60 MA เพื่อไล่ตาม
ยืนยันว่ามีแนวโน้มตลาดที่ชัดเจน
ยืนยันว่าแนวโน้มตลาดหันหน้าไปทางทิศตรงข้าม
เพื่อการยืนยันนั้นจะตรวจสอบระดับซับพอร์ต-แรนซ์ของแนวโน้ม
จากนั้น เมื่อแนวโน้มเส้นแนวโน้มถูก Break จะเกิดรูปแบบแฟลก จึงเข้าซื้อ/ขายตามแนวโน้ม
จังหวะการเข้าซื้อ/ขายนี้มีประสิทธิภาพสูงมาก
เหตุผลก็คือ
1. แนวโน้มตลาดจริงๆ เกิดขึ้น
2. เทรดเดอร์กำลังเปลี่ยนแนวโน้มเป็นการกลับตัว
3. แต่กลับลงมา จึงรีบกลับทิศทาง
4. หลังจากนั้นแนวโน้มจะเริ่มต้นใหม่ (ด้วยปัจจัยจากผู้ใหญ่ในตลาดหรือตลาดสะท้อนกลับออกมามีการคาดการณ์ไว้แล้ว)
เพราะเป็นสถานะเช่นนี้
ตลาดมีสำนวนว่า “ผู้มาใหม่ถูกกิน” ดังนั้น
แฟลกเบรกในช่วงแนวโน้มจะเป็นวิธีที่ทำกำไรได้อย่างซื่อสัตย์
ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง หรือ 4 ชั่วโมง จะตรวจสอบได้ง่าย
การยืนยันง่ายขึ้นเพราะตามตรรกะว่าตลาดจะ Break อีกครั้งของแนวโน้ม
ช่วงที่ยืนยันได้คือช่วงเวลายาวของกรอบเวลา
ดังนั้น ช่วง 1 ชั่วโมงหรือ 4 ชั่วโมงจึงตรวจสอบได้ง่าย
ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค บางครั้งจะถูกล้อเลียนว่าเหมาะกับกรอบเวลาใดกรอบเวลาหนึ่ง
การวิเคราะห์ทางเทคนิคคือการปรับปรุงทฤษฎีหลังเหตุการณ์เท่านั้น
การปรับปรุงทฤษฎีหลังเหตุการณ์ที่ถูกทดสอบในตลาดจริงคือ
เป็นตลาดล่าสุด ซึ่งเป็นหลักฐานแต่ในการใช้งานจริงไม่สามารถใช้งานได้ เพราะการวิเคราะห์ทางเทคนิคสามารถปรับรูปแบบได้ทีหลัง
เพราะเหตุนี้
การเข้าซื้อเมื่อจริงๆ กับการวิเคราะห์ในอดีตต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ตรรกะที่ใช้งานได้ในอดีตถึงตลาดในอนาคต
ไม่ใช่การวิเคราะห์ทางเทคนิค แต่เป็นกราฟหลักของแผนผัง
จะทำให้เกิดการโต้ตอบเชิงตรรกะในกราฟ จึงเกิดสภาวะการวิเคราะห์
การวิเคราะห์ทางเทคนิคควรมองว่าเป็นการวิเคราะห์หลังเหตุการณ์ในอดีต
จริงๆ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นและมีประสิทธิภาพคือ
เป็นแผนภาพหลักของกราฟ ราคาที่ระดับต่างๆ รองรับ-ต้าน
เพราะฉะนั้นการ Break ย้อนกลับในแนวโน้มจึงมีประสิทธิภาพ
ถ้าคิดจะโฟกัสเฉพาะตำแหน่งที่มีประสิทธิภาพในตลาด
ความคิดเหล่านี้สำคัญมาก
เพราะตลาดเคลื่อนไหวด้วยระดับราคา
ถ้าเข้าใจแบบนั้น จะเห็นว่าแฟลกบร๊อกในแนวโน้มมีความหมาย
พร้อมๆ กัน จะเข้าใจเหตุผลที่เส้นแนวโน้มในตลาดมีประสิทธิภาพ
สุดท้าย ตลาดคือ จะว่าซับพอร์ต-ต้านเป็นพลังงานอะไร ทำงานอย่างไรในตลาดปัจจุบัน
มันเป็นแนวโน้มที่มีเสาคมชิดหรือไม่ก็เป็นระดับแนวราบ
ดังนั้นจึงเป็นเพียงว่าเป็นแนวโน้มที่มีระดับแรงต่างกัน
แนวโน้มขั้นบันไดเป็นตลาดที่เป็นห้องพักอยู่ในกรอบแนวราบ คือเป็นตลาดที่ไม่ใช่แนวโน้มจริง
ควรมุ่งมั่นกับซับพอร์ต-ต้านที่มีมุมเอียงเป็นหลัก
เพราะจะทำให้มุมมองตลาดไม่สับสน และป้องกันความคิดลวง
ตลาดจะเคลื่อนไปในทุกระดับราคา และจุดที่สมดุลที่ถูกทำลายจะถูกมองเห็น
ซับพอร์ต-ต้านจะช่วยให้มองเห็นจุดพลิกกลับและการยืนยันด้วยมุมมองนี้
เข้าทั้งแบบติดตามและ Break ตามสัญญาณนี้
แฟลกก็เหมือนกัน
โดยทั่วไปวิธีที่ทำกำไรในตลาดคือ
ตลาดซับพอร์ต-ต้าน → Break ลงตามแนวโน้ม
และตลาดมีประสิทธิภาพต่อกรอบเวลายาว
หมายถึง ตลาดซับพอร์ต-ต้าน→ Break ลงถูกบรรจุไปในราคาล่วงหน้าแล้ว
เพราะถูกบรรจุไปแล้วจึง
กรอบเวลายาว + Break ซับพอร์ต-ต้านตามแนวโน้ม จึงมีประสิทธิภาพ
ก่อนหน้านี้อธิบายว่า แนวโน้ม+แฟลกรีเทรนด์ แต่
ครั้งนี้เป็นตรรกะของตลาดแคบๆ (Box) → Break ลงตามแนวโน้ม
ในกรอบมุมเอียงของซับพอร์ต-ต้าน หรือซับพอร์ต-ต้านแนวนอน
มักมีตลาดที่ถูกล้อมรอบด้วยกรอบ เช่น Box
ในตลาดแบบนี้ Break ซับพอร์ต-ต้านจะทำให้การเข้าซื้อตามแนวโน้มมีประสิทธิภาพมาก
ลำดับคือ
ตลาดแบบ Box → Break ลง → ตามด้วยการติดตามและเข้าซื้อนอกกรอบ
เป็นกระบวนการแบบนี้
Break ตามแนวโน้มซับพอร์ต-ต้านเป็นการติดตามแนวโน้มช่วงต้น และเป็นการมุ่งหากลุ่มแนวโน้ม
เพราะกรอบเวลายาวคือการเคลื่อนไหวหลักของตลาด
ด้วยวิธีนี้จะสามารถไล่กลุ่มทำกำไรที่มากขึ้นได้
ในช่วงนี้ไม่จำเป็นต้องใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค
ควรใช้กราฟเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจซับพอร์ต-ต้าน
เพราะมันจะใช้งานได้ไปตลอดชีพ
เป็นตรรกะที่สร้างจากการคาดการณ์ของนักเทรดในตลาด จึงมีประสิทธิภาพ
※หากต้องการทำกำไรใน FX ต่อไป คลิ๊กด้านล่าง
× ![]()