สำคัญที่สุดที่ไม่อยู่ในตำราเมื่อทำ FX
ทำไมถึงแพ้ในการเทรด
เพราะมีความเป็นไปได้แน่นอนที่สำคัญบางอย่าง
มันเป็นปัญหาว่าโลจิสติกการเทรดเหมาะกับคุณหรือไม่
นี่ไม่ใช่เรื่องของการซื้อแนวโน้มตามเทรนด์หรือตรงกันข้าม
การตามแนวโน้มกับการตามแนวโน้มตรงข้ามไม่ใช่「โลจิสติกการเทรด」
โลจิสติกการเทรดคือ「ประเภทของวิธีที่เพิ่มขึ้นและลดลงอย่างไร」
นี่เป็น「สิ่งที่สำคัญที่สุด」ที่ไม่อยู่ในตำราเรียน
คงมีแค่สามประเภทนี้เท่านั้น
คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของ 100 pips
ถ้ารูปแบบรีเซ็ตก็จะเป็นล็อต 100%
ถ้าเป็นน้องนิ่ง ( NANPIN ) ก็เป็นล็อต 1% (ล็อต 10% ดูเหมือนมีความเสี่ยงต่ำแต่เสี่ยงสูง)
ถ้าเป็นสต็อปโรว์ส (Stop loss) ก็เป็นล็อต 10% (ต่อเทรดประมาณ 0.5% หรือ 1%)
ความเสี่ยงของล็อตระหว่าง NANPIN และ Stop-loss คล้ายคลึงกัน
เมื่อใช้งาน NANPIN อย่างชาญฉลาด
ทำการเทรดด้วยล็อตที่ลดความเสี่ยงแต่ยังคงขับเคลื่อนอย่างกระตือรือร้น
เพื่อเพิ่ม Stop-loss ก็ต้องเทรดอย่างกระตือรือร้นเช่นกัน
จะแบ่งตามประเภทที่เก่งในการเทรด
โลจิสติกการเทรดตามแนวโน้มและแนวโน้มตรงข้ามไม่มีความถนัด「ไม่มีความหมายเลย」
ไม่ว่าอย่างไรจะไม่เพิ่มขึ้น เพราะแนวโน้มตามแนวโน้มตรงข้าม「ไม่สำคัญเลย」
สิ่งสำคัญคือ「มันจะเพิ่มขึ้นหรือไม่」
ไม่ว่าเลือกทำแบบไหน ทั้งคู่จะ「เพิ่มขึ้น」
เพียงแค่ทำให้ส่วนที่ลดลงหายไป
ดังนั้นเพื่อเรื่องนั้น
มี NANPIN แบบรีเซ็ตแบบ STOP-LOSS แบบฉุกเฉินก็มี
ประเภท NANPIN คือประเภทที่ขาดทุนมากๆ แล้วหันหลังกลับแล้ว NANPIN ได้ต่อไปได้
หากการรับรู้ตลาดและความลำเอียงถูกต้องก็เหมาะกับโลจิสติกการเทรด
ประเภทรีเซ็ตคือวางเดิมพันด้วยความเสี่ยงสูง แล้วเติบโตด้วยดอกเบี้ยทบต้นแล้วเริ่มต้นใหม่ซ้ำไปซ้ำมา
วิธีทำให้การขาดทุนถูกคัทด้วย Zero-Cut
ประเภท Stop-Loss เป็นสิ่งที่อยู่ระหว่าง NANPIN กับรีเซ็ต
หากคุณทำการเทรดด้วยการรับรู้ตลาด นี่จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ทุกประเภทต้อง「มีความกระตือรือร้น」
นอกจากนี้ควรเลือกสินค้าที่ไม่มีความสัมพันธ์กันโดยสมบูรณ์ในแต่ละประเภท
หากเลือกสกุลเงินเย็นเดียวกัน จะมีผลเสียต่อมุมมองตลาด
และหากคุณทำการเทรดด้วยสกุลเงินเยนแต่ใช้ประเภทที่ต่างกันกับสกุลเงินดอลลาร์ จะมีผลเสีย
เงื่อนไขคือการเทรดสินค้าที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย
ขาดทุนอย่างมากจนสามารถคัทได้และหันกลับไปได้
ก
การคัทด้วยการเสี่ยงสูงด้วยการรอคอยแล้วเริ่มต้นใหม่ซ้ำ
ก
ประเภทที่เพิ่มมูลค่าในตลาด
ข้อควรระวังคือเลือกสินค้าที่มีความผันผวสูงเสมอ
ความผันผวนของสินค้านั้นเป็นสิ่งที่ต้องชินเพราะมันจะมาถึงในที่สุด
นอกจากนี้เพราะทำให้ผลลัพย์มากกว่ากับการเป็นจริง คุณควรเลือกสิ่งนั้นก่อน
การเทรดแบบช็อตเดียวโดยที่ไม่ได้วางสต็อปคือประเภทรีเซ็ต
เหตุผลคือวันหนึ่งจะมีการแพ้ขึ้นมา
วันหนึ่งแพ้=หมายถึงปล่อยให้ Zero-Cut จัดการ
Zero-Cut และ Stop-Loss มีแนวความคิดเหมือนกัน
ไม่ใช่ว่ากำหนดโดยโบรกเกอร์เพียงอย่างเดียว
Zero-Cut เป็นระบบที่เดิมทีสามารถชดเชยได้
ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จะไม่มีวันหายไป
การคัทด้วย Zero-Cut กับการคัทด้วย Stop-Loss ถือว่า「แนวคิดเดียวกัน」
สมมติว่า Zero-Cut ไม่มีแล้ว
สิ่งที่ทำอยู่คือ NANPIN with 100% ล็อต
ในเชิงความคิดเป็นเสมือน NANPIN ที่มีประมาณ 50%
การเข้าเทรดครั้งที่สอง (NANPIN) จะอยู่ใกล้กับจุดหยุดขอบทางกลางของครั้งที่หนึ่ง
ดังนั้น
หากพิจารณา 20 pips เป็น Stop-Loss แล้ว NANPIN จะทำการจุดเข้าในครั้งที่ 10 pips
เรียกว่าการเทรดแบบ Zero-Cut ที่มีความเสี่ยงสูงและทำแบบนี้
หากคำนวณกลับมา การเทรดแบบ Zero-Cut จะเป็น
วิธีเทรดด้วย Stop-Loss
เมื่อใช้ล็อต 100% จะมี NANPIN ประมาณ 1 ครั้งเป็นขีดจำกัด
เมื่อทำรีเซ็ตด้วย Stop-Loss
การรวมกำไรขาดทุนของหนึ่งหรือสองการเข้าเป็น NANPIN จะเป็น
กำไรขาดทุนในการเริ่มต้นใหม่
กำไรขาดทุนที่เพิ่มขึ้นเป็นสิ่งที่ Zero-Cut Type ทำอยู่
หากมองจาก Stop-Loss ของ Zero-Cut Type จะ
เทียบเท่ากับ「แนวทางมาร์ชินกลับทาง」
และอยู่ในแนวทาง NANPIN
NANPIN สามารถรับ NANPIN 추가ได้ถึง 2 ขั้น โดยอาศัยการรับรู้ตลาดและบิดเบือน
ถึง NANPIN สองขั้นเป็นการกลับตลาดที่เหมาะสมเท่านั้น
การกลับตลาดที่เหมาะสมถึง NANPIN สองขั้นจะใช้ได้เสมอ
นี่จะดำเนินต่อไปชั่วกัลปาวสาน
สิ่งที่ Zero-Cut Type ทำเวลาคือ
คัทแบบ Stop-Loss ด้วยการมาร์ชินกลับทางในระดับรับความเสียหายต่ำ
โดยการ NANPIN ในระดับที่ต่ำลง
ดังนั้น NANPIN หนึ่งขั้นจึงพอดี
เพราะมันเป็นผลลัพธ์ของ NANPIN ทั้งหมด หาก NANPIN ไม่ถึง ก็ไม่มีความหมาย
NANPIN จะกระจายความเสี่ยงโดยไม่ให้เกินไป ซึ่งทำให้ไม่เกิด
NANPIN หนึ่งขั้นจึงเหมาะสมที่สุด
ความเสี่ยงการแพ้ของการเข้าเดียวบวกกับการรอดชีวิตของอีกสองการเข้ากับการป้องกันผลกำไร
ดังนั้นจึงมีประสิทธิภาพที่ NANPIN แบบหนึ่งขั้น
NANPIN_TYPE ต้องรักษาความเสี่ยงต่ำไว้ให้แน่น
หากอดทนไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์
ตั้งแต่อยู่ตรงนี้จึงต้องเข้าใช้ล็อตที่มีความเสี่ยง 1% ต่อ 100 pips
100 ตำแหน่งถึงจะได้ 100%
NANPIN_TYPE เข้าใจผิดได้ง่าย แต่
เหมาะกับการเปิดสลับข้าง (Hedging)
แต่หากเริ่มใช้มาร์ชินหรือประโคมมากขึ้น ก็เสี่ยงสูง จงหยุดก่อน
นอกจากนี้ การใช้มาร์ชินจะกลายเป็น「มาร์ชินที่มากับหลักการ」จึงไม่มีความหมาย
หนึ่งมาร์ชินมีประโยชน์แต่สี่ห้ามาร์ชินเป็นสิ้นเปลือง
NANPIN_TYPE คือ
「การต่อรองกับความเสี่ยงในภายใน」 หากไม่เข้าใจก็จะทำ NANPIN ด้วยความเสี่ยง 10% หรือล็อตต่ำ
และหากไม่เข้าใจความเสี่ยงภายใน
การทำด้วยความเสี่ยง 1% ยังทำให้ NANPIN เพียงปล่อยทิ้งไว้
การกำจัดความเสี่ยงภายในดีที่สุดคือการ Hedging ด้วยการเปิดทั้งสองข้าง
เพื่อเติบโตเรื่อยไปในอนาคต
ความยืดหยุ่นและความกระตือรือร้นคือทั้งหมด
ประเภท ZERO-CUT และ STOP-LOSS เป็นที่น่าสนใจ
NANPIN ก็ทำได้ด้วยการใช้งาน Hedging ทั้งสองข้าง
การเทรดที่กระตือรือร้น และ ความเร็วในการหมุนเวียนของโลจิสติก
สิ่งนี้มีอยู่ใน ZERO-CUT Type และ STOP-LOSS Type
แม้ว่า NANPIN Type ก็มีอยู่ แต่
ความเสี่ยงภายในกำลังอยู่ในนั้นใช่ไหม
อย่างไรก็ตาม แม้แต่ STOP-LOSS Type หากยัง NANPIN ต่อไปก็จะเผชิญความเสี่ยงเดียวกัน
Trend trading ยังมีความเสี่ยงภายในที่ทำกำไรไม่ได้ในรูปแบบเดิม
หากสามารถกำจัดความเสี่ยงภายในได้ ก็เพียงแค่หยุดขาดทุนหากรู้สึกว่าควรหยุดขาดทุน
ตลาดมีอคติบ้าง
จากอคติที่ไม่ได้เกิดเทรนด์ใหญ่
เมื่อเกิดเทรนด์ใหญ่ ความก้าวหน้าของตลาดที่เป็นแนวโน้มอย่างเดียวจะแตกต่างกัน
นั่นคือเรื่องที่ส่งผลต่อการเทรดแบบอัตโนมัติเท่านั้น
อันที่ไม่ถูกกระทบโดยรวมกับตลาด ซึ่งบางส่วนจะอยู่ที่ ±0 ระยะห่าง
นี่คือสภาพเดียวกับการเทรดแนวโน้ม
ถ้าคุณไม่คำนึงถึงอคติของตลาดในการเทรดอัตโนมัติ คุณจะไม่สามารถได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการเทรดอัตโนมัติ
ประสิทธิภาพสูงสุดในการเทรดแนวโน้มคือ
MACD
หากคุณป้อนค่าประมาณแนวโน้มของสินค้าต่าง ๆ ตามค่ากลาง ± แล้ว
มันจะช่วยประเมินแนวโน้มได้ง่ายขึ้น ทำให้มองเห็นได้ง่ายขึ้น
เห็นว่าเป็นการดูตลาดเป็น 1 ช่อง
เมื่อทำกำไรแล้วให้เข้าเทรดในช่องถัดไป
แนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้น
และรูปแบบแนวโน้มว่าเป็นแบบใด
เป็นแนวโน้มแบบเส้นแนว- หรือแบบขั้นบันได- หรือแบบสนับสนุร- แนวรับ-แนวต้าน
หลังจากนั้นขออย่าพยายามควบคุมมัน เพราะควบคุมไม่ได้
เมื่อฟื้นตัวจะชัดเจน
ด้วยการมองตลาดผ่านอคติ
รูปแบบแนวโน้ม
สามารถเปิดตำแหน่งตามรูปแบบเรนจ์
ติดตามเฉพาะรูปแบบแนวโน้ม
ติดตามรูปแบบเรนจ์ด้วย
เฉพาะการเทรดแนวโน้มเท่านั้น
จะดูด้วย MACD
แนวโน้มแบบแนว- ขั้นบันได- และแบบสนับสนุร- แนวรับ- แนวต้าน คือ มีเท่านี้
ถ้าพูดถึงประสิทธิภาพแล้วจะลดลง อธิบายได้แค่ 2 ครั้งเข้าหม้น
ช็อตเดียว หรือ NANPIN ไหนดีกว่า
กรุณาคิดตามตลาด
คิดในสภาพตลาดที่มีความผันผวน
NANPIN คือ
ในแนวโน้มขั้นบันไดหรือตลาดขึ้น-ลง แม้จะคาดเดาได้และมีกำไร
ในตลาดที่เปลี่ยนทิศอย่างรวดเร็ว จะไม่ทำกำไร จะกลายเป็นขาดทุนใหญ่
ถึงแม้ว่าจะหวนกลับก็ให้คัทด้วยการขาดทุนไว้ก็ได้
ในทางปฏิบัติไม่ต่างกันมาก เพราะตลาดเป็นอย่างนั้น
สรุปคือ NANPIN Type ควรหมุนเวียนอย่างไม่เร่งรีบ
ดังนั้นจึงต้อง NANPIN ด้วยล็อตขนาดต่ำและความเสี่ยงต่ำ
แตกต่างจากการเสี่ยงช็อตเดี่ยวที่หวนกลับมา
NANPIN จะเริ่ม NANPIN ใหม่ตามทิศทางของตลาด
เพราะฉะนั้น NANPIN ที่หวนกลับเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ
ช็อตเดี่ยวเมื่อหวนกลับจะทำซ้ำการหวังผลกำไรจนได้กำไร
ตลาดต้องทำด้วยรูปแบบรอดำเนินการแบบรออยู่เท่านั้น
NANPIN ต้องรวมจุดกลับตลาดกับ NANPIN ที่เหมาะสม
แล้วเรื่องการรับรู้ตลาด
ทั้งช็อตเดียวและ NANPIN ทำตามแนวคิดเดียวกัน
ดังนั้นควรทำการเทรดที่คล้ายกับการเทรดแบบ Hedging ทั้งสองด้าน
ในทางปฏิบัติเป็นการมุ่งเน้นไปที่การถือครองแคบๆ
สรุปคือ
ไม่ควรคิดว่า「จะรอดด้วย NANPIN」
นั่นคือสิ่งที่ควรทำ
เพื่อเทรดตลาดด้วยการรับรู้ตลาด
คุณจะ NANPIN แบบหวนกลับ
NANPIN ไม่ได้ผลเมื่อ
NANPIN ทำให้เกิดขาดทุนใหญ่
การแตกขอบทรงกล่อง
และ
เทรนด์
เพราะจะขาดทุนยากจึง
ในกรณีที่หวนกลับ NANPIN
ในกรณีที่เป็นตลาดที่สวิงขึ้นลงก็จะมีผลขาดทุนใหญ่
ถึงแม้จะไม่หวนกลับก็จะเกิดผลขาดทุนใหญ่
ดังนั้นที่นี่ก็สุดท้ายต้องคัทขาดทุน
จนกว่าเทรนด์จะออกมาและจบลง
1:10
เทรนด์
1:3
NANPIN
1~10:1~3
ทำไม Zero-Cut Type ถึงเพิ่มกำไรได้
เพราะยอมรับขาดทุน
ดังนั้น NANPIN ก็ยังคงคัทขาดทุนและพักก่อน
แค่นั้นเอง
สถานที่ที่ต้องอดทน= NANPIN
สถานที่ที่ต้องตั้งรับอย่างแข็งแกร่ง=การหวนกลับ
สถานที่พัก=การคัทขาดทุน
หากยังไม่ใส่ Stop-Loss
เมื่อมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจะควบคุมไม่ได้
แต่ NANPIN จะสามารถทำกำไรได้ทุกครั้ง
ดังนั้นหากไม่สามารถใส่ Stop-Loss ได้
ควรเป็น NANPIN
逆张り NANPIN ของตัวชี้วัดที่ตรงข้าม
ทำไมถึงเป็นศักดิ์สิทธิ์ตลอดกาล
เพราะการ NANPIN แนวตรงข้ามจะ成为ศักดิ์สิทธิ์
แต่ตลาดจะไกลห่างออกไป
นอกจาก NANPIN แนวตรงข้ามจะทำกำไรต่อไปได้ก็จะห่างออกไป
การทำกำไรได้ต่อเนื่องหมายถึง
TRADING แบบ Trend จะทำให้ขาดทุนเพิ่มขึ้นเมื่อทำบ่อย
ดังนั้นจึงต้องรอเวลาอย่างเดียว
ตลาดประกอบด้วย「ศักดิ์สิทธิ์ NANPIN แบบตรงข้ามกับ NANPIN แบบตรงข้าม」
เพียงแค่ตลาดให้กำเนิดกรอบและแนวโน้ม
สรุปคือการรอเวลาผ่านการดูแนวโน้มอย่างอดทน
※ผู้ที่ต้องการทำกำไรต่อไปจาก FX กรุณาติดตามด้านล่าง↓
× ![]()