หากขาด “ความแน่นอน” “นิรันดร” “เป็นระยะเวลาที่แน่นอน” และ “ประสิทธิภาพการเพิ่ม-ลด” ที่มีอยู่ในตลาด ก็ไม่ถือว่าเป็นการเพิ่มทุน
ทำไมนักเทรดนานพินถึงดี
เพราะเทรดอยู่เสมอและทำกำไรได้เสมอ
เป็นส่วนหนึ่งของการคิดเชิงความน่าจะเป็น
เพราะทำซ้ำหลายครั้งในเรื่องการจัดการกลยุทธ์
การรอเวลาเป็นเพียงระบบระมัดระวังเดียว
ในกรณีนักเทรดนานพิน
เพราะมีระบบสะท้อนขึ้นกับระบบพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
นั่นก็คือทำให้สามารถแข็งแกร่งในการต่อรองได้
ฉันคิดว่าคนที่ทำการนานพินแล้วสามารถขยายพอร์ตได้คือผู้ที่แท้จริงเป็นเทรดเดอร์
เพราะสามารถรวมระบบสะท้อนและระบบพิจารณาเข้าด้วยกัน
ตลาดโดยรวมคือสภาวะที่มีโอกาส
การเคลื่อนไหวของตลาดเองคือสภาวะที่มีโอกาส
สภาวะตลาดเองคือสภาวะที่มีโอกาส
สภาวะโอกาส = กลยุทธ์นานพินไม่ต่างอะไรจากนั้น
หากจำนวนเทรดน้อย กลยุทธ์โอกาสก็ไม่มีความหมาย
หากใช้ตรรกะการซื้อขายแบบอัตโนมัติ ความน่าจะเป็นจะลดลง
เพราะตลาดขึ้นลงอยู่บนจุดสูงสุดต่ำสุด
เพียงแค่เพิ่มเติมจุดเข้ามาในช่วงกลาง
ดังนั้น entry ที่ไม่ตรงกับจุดสูงสุดต่ำสุดของตลาดจะถูกกำหนดให้ตัดขาด
พูดได้ว่า
ในช่วงเวลาที่กำหนดเท่านั้น การเทรดเป็นสิ่งที่ “ไม่ควรทำ”
ในช่วงเวลาดังกล่าวการเคลื่อนไหวของตลาดถือว่า “ถูกกำหนดไว้แล้ว” จะไม่ผิด
ถ้าสมมติอย่างนั้น “จำนวนเทรดที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ทำให้ดีขึ้น เพราะ entry ที่ไม่ตรงกับจุดสูงสุดต่ำสุดจะถูกตัดขาดทั้งหมด”
นี่เป็นเรื่องที่ใช้ได้กับไร้รวดเร็ว (live roulette) ด้วย
รูเล็ต ฟอเร็กซ์ และตลาดต่างๆ หากคิดว่าเป็นตลาด ก็มีการเคลื่อนไหวที่ไม่เคยเป็นไปได้บ่อยๆ เช่น แดง-ดำต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม มักจะอยู่ภายในขอบเขตที่แน่นอนของการเคลื่อนไหว
ดังนั้น
แม้จะเพิ่มจำนวนเทรดมากเท่าใด
ถาไม่มีแนวโน้มขี้นจะเกิดขึ้น ก็ไม่มีประโยชน์ และ entry ที่ตรงกับจุดสูงสุดต่ำสุดที่ไม่ตรงกันจะถูกตัดขาด
เพราะการเคลื่อนไหวของตลาดถูกกำหนดไว้แล้วในช่วงขอบเขตที่แน่น
ในสภาวะที่มีการกำหนดไว้แล้วและตลาดที่มีการขยายตัวมากในโอกาสน้อยมาก จึงเทรดโดยไม่คิดมากก็เป็นสิ่งที่ทำให้เสี่ยง
การเพิ่มจำนวนเทรดภายในตลาดที่กำหนดไว้แล้วนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ
หากการเสียหายเพิ่มขึ้นเทรด
ควรรวมไว้ให้เป็นการ Enter ในช่วงเวลาที่กำหนด
กลยุทธ์นานพิน・กลยุทธ์พิระ
กลยุทธ์ตามแนวโน้ม・กลยุทธ์ตามขั้วตรงข้าม
ทั้งหมดเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ได้รวมการ entry ในช่วงเวลาที่แน่นอน
หากตลาดไม่เข้ากัน การตัดขาดจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพราะฉะนั้น
หากไม่ใช่แนวคิดแบบทฤษฎีดาวน์ (Dow theory) หรือแบบ Break ที่เรียกกันว่า ฟันดาเมนทัล จึงไม่มีประโยชน์
หากไม่ทำการ entry หนึ่งครั้งในช่วงเวลาที่แน่นอนจริงๆ ก็ไม่สามารถเพิ่มพอร์ตได้
นั่นคือความจริง
กล่าวคือ
การ entry หนึ่งครั้งภายในช่วงเวลาคงที่ให้ผลตอบแทรมูลค่าต่ำ-กลาง-สูงที่ต่ำความเสี่ยงต่ำ
ฟันดาเมนทัลใน Dow theory หรือ Break
สองแนวทางนี้เท่านั้นที่ทำให้การเพิ่มทุนในตลาดเป็นไปได้อย่างซื่อสัตย์
ที่เหลือเป็นเพียงการจบด้วย“การเคลื่อนไหวในช่วงเวลาคงที่ที่ตรงกับว่ายที่ทำกลยุทธ์” จบลงแล้ว
ไม่สามารถขยายตัวได้
เหตุผลที่ entry หนึ่งครั้งภายในช่วงเวลาคงที่สามารถเพิ่มได้คือ
เพราะมีการรับรู้สภาวะตลาด สภาวะตลาดและการสังเกตตลาดเป็นการสรุปการพยากรณ์ไว้ในหนึ่งเดียว
ดังนั้นจึงเข้าสุ่มเข้ากับการสังเกตตลาดเพียงครั้งเดียวจึงสามารถนำไปสู่การหมุนถัดไปได้
กลไกของการเพิ่มทุนเป็นเรื่องที่มีจังหวะดีมาก
ตลาดไม่ว่าจะเป็นฟอเร็กซ์หรือลายน์รูเล็ต
ทั้งหมดถูกสรุปไว้ในระยะยาว
ดังนั้นตลาดจะมีกรอบเวลา 1 ชั่วโมงถึง 4 ชั่วโมงเป็นหลัก
ดังนั้นการ entry หนึ่งครั้งในช่วงเวลาคงที่จึงมีบทบาทสำคัญมาก และทำให้กลไกการเพิ่มทุนง่ายขึ้น
ตรรกะการ entry หนึ่งครั้งในช่วงเวลาคงที่เอง
คือกลไกที่รับผิดชอบต่อการสรุปนี้
หากไม่ทำตามส่วนประสานเวลาจะทำให้เทรนด์เป็นเรื่องเดียวที่จบลงด้วยขาดทุน
และสุดท้ายจะเห็นว่าโรลเรทต่ำ-สูงจะชนะเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น การเคลื่อนไหวในช่วงเวลาคงที่ถูกกำหนดไว้แล้ว
แม้จะใช้เงินเดิมพันในช่วงเวลานั้นเท่าไรก็ไม่ประสบผลและทำให้เสียและเสียไป
ดังนั้นการใช้กลยุทธ์ที่เพิ่มเข้ามาในช่วงเวลาดังกล่าวจึงทำให้เสียหายมากขึ้น
มันไม่สามารถเป็นตรรกะที่เพิ่มขึ้นได้
จำเป็นต้องมีตรรกะการเทรดภายในช่วงเวลาคงที่เพื่อหลุดพ้นจากดุลยภาพนี้
เช่นเดียวกับไร้ทองคำ (live roulette) ที่นี่ก็เช่นกัน
ต้องรอจนเกิดแนวโน้มขึ้น
stop loss จะถูกยืนยัน และแนวโน้มจะขึ้นไปตามที่คาด
สองข้อบรรลุผลนี้คือกลยุทธ์พิระ
กลยุทธ์พิระเมื่อใส่ stop loss จะชนะยากมาก
นอกจากนี้ หากจะทำกลยุทธ์พิระ
การใส่ชิ้นส่วนพิราเป็นชิ้นเดียวจะสำคัญกว่า
แนวทางที่มีความเสี่ยงต่ำผลตอบแทนสูงอาจเป็นบรรลุเป้าหมายได้ แต่
หากใส่แนวทางที่มีความเสี่ยงต่ำผลตอบแทนสูงอย่างต่อเนื่องก็ยังไม่ทำกำไร
ที่จริงคือในส่วนที่ใส่เข้าไป จะทำให้ stop loss ถูกตัดขาดไป
ที่ถูกเทรดเพราะว่า ตลาดคือ
หากต้องการกำไรจะแพ้
เพราะเหตุใดถึงแพ้ เพราะการเคลื่อนไหวของตลาดในช่วงเวลาคงที่ถูกกำหนดไว้แล้ว
“เพราะถูกกำหนดไว้แล้ว” จึงทำให้ “การ entry หนึ่งครั้งภายในช่วงเวลาคงที่คือกลไกของการเพิ่มทุน”
นอกจากนี้ หากใช้งานตรรกะแบบฟันดาเมนทัล
พบว่าการชนะนั้นแทบไม่เกิดขึ้น
เมื่อมีการหลอกลวงเกิดขึ้น และเมื่ออยู่ในตลาดระยะยาว ทำให้เริ่มต้นด้วยตรรกะด้านลบ
ดังนั้นกรณีตรรกะฟันดาเมนทัล
หากไม่รวมเงื่อนไขฟันดาเมนทัลหลายข้อ ตลาดจะไม่เคลื่อนไหวตามฟันดาเมนทัล
Dow theory เป็นต้น หากผู้เทรดไม่เห็นตรงกัน
“ไม่ใช่ทำงานจริง แต่เพียงมโนว่าทำงานด้วยการเคลื่อนไหวนั้น ๆ” จึง
มโนดังกล่าวคือ “จริงๆแล้วมโน” จึง “ไม่มีความหมาย”
หากไม่มีความแน่นอน ความน่าจะเป็น และความต่อเนื่องในระยะเวลาหนึ่ง และประสิทธิภาพการเพิ่มลด จะไม่มีการเพิ่มทุน
ตลาดจะปรากฏแน่นอน
และสามารถทำกำไรจากตลาดได้ถาวร
ในช่วงเวลาหนึ่งตลาดจะแสดงออก
ประสิทธิภาพการเพิ่มลดอยู่ในระดับที่พอประมาณ และสามารถเพิ่มพอร์ตได้
เมื่อมีสิ่งนี้ถึงจะเรียกว่าการเพิ่มทุนได้
ตรงนี้
ถ้าเติมข้อความว่า “การเคลื่อนไหวของตลาดในช่วงเวลาคงที่ถูกกำหนดไว้แล้ว” จะเข้าใจง่ายขึ้น
ในตลาดไม่จำเป็นต้องมีความรอบคอบสูง
ควรคิดถึงการเพิ่มทุนด้วยแนวทางการเทรดที่มีความเสี่ยงต่ำ-กลาง-สูงภายในช่วงเวลาคงที่
การเทรดโดยไม่ใส่ stop loss
กำไรและขาดทุน設定ไม่มีขอบเขต
เมื่อใส่ Nanpin จะเกิดผล
หากมูลค่าไม่จำกัดเป็น 100
ผลกำไร 100 ขาดทุน 200 จะเกิดขึ้น
การเพิ่ม Nanpin จะทำให้ได้เช่นเดียวกัน นี่คือพิระก็เช่นกัน
※สำหรับผู้ที่ต้องการทำเงินกับ FX กรุณาตามลิงก์ด้านล่าง ↓
× ![]()