ไม่มีผู้เทรดที่เป็นกลุ่มแพ้ ทุกคนล้วนเป็นนักเทรดกลุ่มแพ้
ส่วนใหญ่คือการเปรียบเทียบความสูงของลูกอ็องริล
ไม่ว่าเราจะพยายามอธิบายหนักเท่าไร ความสภาพเปรียบเทียบนี้ก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง
เพราะในตลาดไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเสมอไป
เพราะทฤษฎีเร็กซิฟี (reciprocity) จึงเป็นเช่นนั้น
ตลาดทุกประเภทสามารถพิสูจน์ด้วยทฤษฎีดาวโจนส์
สามารถพิสูจน์ด้วยแนวรับ-แนวต้านได้ในทุกตลาด
ทั้งหมดสามารถโต้แย้งจนจบได้ด้วยการตีความภายหลัง
การตีความภายหลังไม่ต่างจากการตีความล่วงหน้าเท่าไร
สิ่งที่สามารถนำไปจำลองในการเทรดได้คือเทคนิคตามแนวโน้ม (trend-following) และการวิเคราะห์พื้นฐานเท่านั้น
เพราะในตอนท้ายเราจะต้องวาดสถานะที่ไม่มีในตำราเสมอ
บ่อยครั้ง
มักจะแบ่งเป็นแนวโน้มเทรดกับตลาดอยู่ในกรอบ (range)
นี่ไม่มีความหมายอะไร นั่นเป็นเพียงการจัดวางภาพให้ดูง่ายเท่านั้น
พูดให้ชัดคือเสียงที่เปลี่ยนแปลงจากเสียงสูง-เสียงต่ำ-เสียงพูด-เสียงร้องเป็นเสียง
เป็นภาพที่ไม่ต่างจากการสร้างคำศัพท์ใหม่เช่นมิกซ์เสียงที่ไม่ใช่เรื่องจริง
แต่ความจริงกลับไม่ใช่เช่นนั้น
ตลาดเชิงเทคนิค (Technical) กับ ตลาดเชิงพื้นฐาน (Fundamental)
จะกลายเป็นอย่างใด
ยิ่งไปกว่านั้น
ตลาดเชิงพื้นฐาน (เทคนิค + พื้นฐาน) และตลาดที่ทำลายแบบ textbook (พื้นฐาน)
คือ
ตลาดพื้นฐานทั้งสองรูปแบบ
ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเห็นว่าการใช้เทคนิคเวิร์คหรือไม่แค่ไหน
ด้วยเหตุนี้
แม้จะพยายามทำให้การใช้งานอัตโนมัติในการซื้อขายเสถียรเพียงใด
หากกระจายกลยุทธ์ทางตรรกะยังไงก็ยังพบการด้อยค่าทุกแผน
ตั้งแต่แรกการสนับสนุนเทคนิคเป็นความผิดพลาด
จึงเป็นเหตุที่ถูกเปรียบเสมือนการเล่นโป๊กเกอร์
ในที่สุดแล้วแรงจากตลาดพื้นฐานและการวิเคราะห์พื้นฐานจะทรงพลัง
ความสามารถในการวิเคราะห์ที่ครอบคลุมทั้งหมดคือ
เช่น การวิเคราะห์พื้นฐานที่ครอบคลุม
สรุปคือการวิเคราะห์เชิงกลไกอาจทำให้แพ้ได้
เพื่อชนะด้วยการวิเคราะห์เชิงกลไก
หากไม่มีทิศทางตลาด นโยบายตลาดจะไม่ชัดเจน
ตลาดเชิงเทคนิคตั้งแต่ต้นล้วนเต็มไปด้วยคำโกหก
※ หากต้องการทำกำไรจาก FX ต่อเนื่อง คลิกด้านล่างนี้↓
× ![]()