ผู้ที่เหมาะสมและไม่เหมาะสมกับการหยุดขาดทุนปรากฏออกมา นี่คือปัญญสำคัญมาก
ก่อนอื่นนี่ไม่ใช่เรื่องของความถนัดหรือความไม่ถนัดเท่านั้น
แต่เป็นเรื่องปัญหาที่ไม่ใช่เพียงเรื่องความถนัด
ยกตัวอย่างสำหรับใครที่จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยเห็นความฝันระยะสั้นสำเร็จ
อาจจะไม่เหมาะกับคนที่ยังไม่ได้หยุดการขาดทุน
เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
เพราะคิดถึงชีวิตในมุมกว้าง
พูดให้ชัดคือ
การขาดทุนจาก Stop Loss มันเหมือนกับการสูญเสียชีวิต
นี่เพิ่งจะเข้าสู่วงจรที่แตกหักชีวิตเมื่อคิดว่ามีทางเดียวคือ FX เท่านั้น
มีวิธีสำเร็จอื่นๆ อีกมากมาย
แต่ถูกเบี่ยงเบียนไปในทำนองนั้นมาก
คนที่เริ่มต้นจากจุดนี้
เฉพาะผู้ที่ไม่มีความสงสัยต่อตลาดแบบนั้น
เมื่อมีความสงสัย/อคติเกิดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย
จะไม่มีวันเข้ากับมันได้เลย นั่นคือ Stop Loss
ฟังดูดี แต่ว่าหากคิดว่าเมื่อแต่ละครั้งที่หยุดขาดทุนจะขาดทุน 1%
มันก็ถือเป็นการเสี่ยงสูง
เพราะนับจาก 100 ครั้งก็จบ
นั่นคือเหตุผลที่เรียกว่าความเสี่ยงสูง
หากผลลัพธ์แย่ขึ้นเรียบๆ ก็คงยิ่งเป็นการตอบสนองมากขึ้น
ถ้าผลลัพธ์เป็นแนวโน้มขาลง
ซึ่งแพ้ 20 ครั้ง ชนะ 10 ครั้ง
เป็นการเทรดที่ขาลงอย่างต่อเนื่อง ถือว่าหนักมาก
ด้วยเหตุนี้ แม้จะคิดเรื่องความเสี่ยงแล้วก็ตาม
สุดท้ายก็จะอยู่ที่ความเสี่ยงราว 0.5% หรือประมาณ 200 ครั้ง
นี่คือความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการเทรดหยุดขาดทุนอย่างระมัดระวัง
แม้แต่นั่นก็ยังต้องพิจารณาถึง 200 ครั้ง
เหตุนี้ Stop Loss จึงอยู่ในชะตากรรมที่“ถ้าประมาทจะโดนคลื่นลมซัดจนล้ม”
ก่อนอื่นเรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะ Stop Loss อย่างเดียว
มีข่าวว่าประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์คนหนึ่งเข้าสู่ Stop Loss แล้วล้มละลายในทันที
มีข่าวแบบนั้นด้วย
นั่นเพราะ Stop Loss เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
และด้วยลักษณะของ Stop Loss ที่เป็นการ “จำกัดการขาดทุนโดยบังคับ”
ทำให้เงินหายไปเป็นการสูญเสียที่เจ็บปวดมาก
เหตุการณ์แบบนั้นเป็นอะไรที่“อาจเกิดขึ้นได้” เพราะ Stop Loss
สรุปคือเมื่อบรรจบกับจุดมุมมองด้านบวก-ลบแล้วมันไม่ต่างจากการขาดทุนด้วยการป้องกันด้วยมือ
ตรงนั้นที่ Stop จะเข้าไปแทรกแซงทำให้ความยากสูงขึ้น
และท้ายที่สุดไม่มีทางนอกจากการใช้เทรนด์ตามแนวโน้มเท่านั้น
หากคิดถึง “จุดที่ได้กำไร” แล้ว
จะเห็นว่ามีโอกาสน้อยลงเมื่อดูจากตลาดในอดีตชัดเจน
เพราะเหตุนี้การกินเพิ่มรับจุดซื้อช่วงราคาจึงมีอยู่ในจำนวนมาก
แล้วช่วงนั้นมักเป็นเดือนละ 1 หรือ 2 ครั้ง
ขึ้นอยู่กับเทรนด์ในช่วงนั้นว่าจะยาวนานแค่ไหนเพื่อให้ได้กำไร
แต่ความเสี่ยงในช่วงนี้ยังคงเป็น 0.5% อยู่
หากหยุด 20 pips และแนวโน้มพุ่งขึ้นไป 200 pips
กำไรประมาณ 5% นั่นคือผลลัพธ์
เทียบเท่ากับชนะได้ 10 ครั้ง
และตลอดจนการเทรดก่อนหน้านั้น “แน่นอนว่าจะมีจำนวน Stop มากขึ้น”
นั่นหมายถึงไม่มีทางเลือกนอกจากเทรนด์ตามแนวโน้ม
หากสามารถติดตามเทรนด์ได้อย่างดีจะได้ “กำไรเพิ่มเติม”
ในทางกลับกันหากเกิดการตีแตกก็จะมีการแพ้เพิ่มขึ้นตาม
หมายถึงหากใส่เพิ่มอีกประมาณ 5 ครั้ง
ถ้าแพ้ทั้งหมด 5 ครั้งก็จะขาดทุน 2.5%
นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบผิดปกติที่เรียกว่า
“ในตลาดมีความเป็นจริงและถูกคิดไว้ล่วงหน้า”
เพราะมี“การซื้อขายอัตโนมัติ”อยู่ด้วย
นั่นคือการที่เกิด“การขาดทุนที่ตั้งใจไว้ในตลาด”
ดังนั้นบ่อยครั้ง
เว็บไซต์จำลองอย่าง Skin-Calc ก็ทำการคำนวณอยู่บ่อยๆ
แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เส้นทางจริงๆ หากคิดถึงเส้นทางจริงแล้ว
อย่างที่อธิบายไปก่อนหน้า
เมื่อเทรนด์ประสบความสำเร็จจะได้ 100 pips หรือ 200 pips ขึ้นไป
ขาดทุนจะอยู่ที่ 20 pips หรือ 40 pips แล้วแต่ความสมเหตุสมผล
ตอนนี้เช้าๆ สเปรดสูงขึ้นด้วย
สรุปง่ายๆ คือ
“ถ้าโชคดีจะได้กำไร 2.5% ถึง 5%”
นั่นคือเรื่องทั้งหมด
หมายความว่าในแต่ละสัปดาห์อาจได้เพิ่ม 2.5% เป็นเรื่องในฝัน
จริงๆ แล้วกำไรแต่ละสัปดาห์ควรเป็นประมาณ 0.25%
“ในหนึ่งเดือนต้องได้กำไร 5–10% ซึ่งมาจากการเทรดที่มีความเสี่ยงเดินทาง”
อย่าลืมว่านี่คือกำไรจากการเทรดที่มีความเสี่ยง
เพราะหากไม่ลดความเสี่ยงให้เหลือระดับต่ำสุด ก็ไม่สามารถเติบโตด้วยการเทรดได้
และในเวลาเดียวกัน Stop Loss มีข้อบกพร่องที่ร้ายแรง
ไม่สามารถรับมือกับความผันผวนอย่างรุนแรง
นั่นหมายถึงเมื่อราคาขยับไปในทิศตรงข้าม
แพ้ถึงประมาณ 20 ครั้งก็จะเสียประมาณ 10%
สถานการณ์ในตลาดซ้ำซากแบบนี้จะเกิดขึ้น
แพ้ 10% แล้วแพ้ต่ออีก 5 ครั้ง ชนะ 7 ครั้ง และทำซ้ำแบบนี้
สรุปคือแพ้ไปเรื่อยๆ
ถึงแม้ว่าจะมีระบบอัตโนมัติที่สร้างกรอบการเทรดแนวโน้มอย่างระมัดระวัง
ก็ยังอยู่ในสภาวะ“ถูกเป้าหมายโจมตีได้”
นั่นคือ Stop Loss อาจกลายเป็นสิ่งที่ไม่ดี
Stop Loss ต้องมองในระยะยาวถึงจำเป็นต้องชั่งน้ำหนัก
การควบคุมที่จำเป็น ได้แก่ “การกินเพิ่ม (Nanpin)” และ “การตัดขาดทุนด้วยมือ”
เฉพาะผู้ที่จริงจังจะสามารถเติบโตได้อย่างถูกต้อง
เพราะเหตุผลคือเพราะควบคุมได้อย่างชาญฉลาดจึงสามารถเพิ่มได้ตลอดเวลา
คนที่เหมาะกับ Stop Loss คือ
ยังเป็นผู้เริ่มต้นเท่านั้น และเป็นคนด้วยอายุน้อย
เพราะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น
นั่นคือเกิดความเร่งร้อนและส่งผลกับจิตใจ
หมายถึงชีวิตทั้งหมดก็ไหลลงสู่ตลาด ความคิดทั้งหมดก็เช่นกัน
เพราะฉะนั้นคนที่เหมาะกับ Stop Loss คือมีจำนวนน้อยมากในสถานการณ์ปัจจุบัน
ทุกคนชอบ“พอใจกับการใช้งานอัตโนมัติ”
แล้ว“ผลงานของการใช้งานอัตโนมัติบอกออกมา”
สุดท้าย “ในรอบห้าปีมีประมาณ 2–5 เท่าซึ่งเป็นเรื่องทั่วไป”
และมีน้อยกว่านี้คือ “ปกติ”
ถ้าพิจารณาเรื่องเหล่านี้แล้ว
จึงต้องลดความเสี่ยงให้มากที่สุด
และหาวิธีที่ทำให้ส่วนของการป้องกันการขาดทุนดียิ่งขึ้น
นี่คือเรื่องส่วนตัวของฉัน
เรื่องพื้นฐานคือ Stop Loss เหมาะกับคุณหรือไม่ขึ้นกับ
※ สำหรับผู้ที่ต้องการทำกำไรกับ FX อย่างต่อเนื่อง คลิกด้านล่างนี้ ↓
× ![]()