หยุดขาดทุนเนื่องจากลักษณะนี้ การกลับมาซื้อขายตรงข้ามไม่เหมาะสม
สต็อปล็อสเป็นลักษณะนี้ ความเสี่ยงทางตรงกลับค่อนข้างไม่เหมาะสม
การเทรดแบบสวนทางต้องจับจังหวะให้ดี
เมื่อขาดทุนเพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้จังหวะไม่ตรงและได้รับผลกระทบจากมุมมองตลาด
นอกจากนี้ ช่วงเวลาของการเทรดสวนทางยังเปลี่ยนแปลงบ่อย จับการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ได้
สรุปตามผลลัพธ์ก็คือ “ดูเหมือนจะเข้าได้” เท่านั้น
จริงๆ แล้วในตลาดจริงๆ จังหวะจะคลาดไปเป็นส่วนใหญ่
ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วเมื่อจะทำการสวนทางจึงไม่สามารถทำได้หากไม่ใช่เทรดตามแนวโน้ม
เป็นการเทรดตามแนวโน้มหรือการ Breakout ตามแนวรับ-แนวต้าน
คนที่บอกว่า Breakout ใช้งานไม่ได้เพราะไม่เข้าใจแนวคิดของ Breakout จึงใช้ได้ในจุดที่ผิดเท่านั้น
การเทรดแนวโน้มและ Breakout ตามแนวรับ-แนวต้านสามารถใช้งานได้หากคิดเป็นการเทรดแบบช็อตเดียวกับสต็อปล็อส
หากจะทำสต็อปล็อสด้วยการสวนทาง จะเป็นการเทรดที่เหมือนเป็นการนาแนวเพิ่มทุน ( averaging down ) อย่างสมบูรณ์ จึงไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ
สุดท้ายเมื่อกระบวนการสต็อปล็อสแบบสวนทางตามแนวโน้มจะประสบความสำเร็จ
ก็เป็นเพราะว่าจะมีลักษณะการเคลื่อนไหวคล้ายกับการเทรดแนวโน้มตามแนวรับ-แนวต้าน
ในการทำธุรกรรมแบบ Envelopes หากมองไปที่กำไร
ขีดจำกัด 1:2 เป็นขีดจำกัดสูงสุด หากคำนึงถึงกำไรและขาดทุนแล้วไม่คุ้มค่า
ถึงแม้การวิเคราะห์จะทำงานได้ดี แต่ในสภาพจริงก็เป็นเรื่องที่แพ้ได้แน่นอน
ระบบตามแนวรับ-แนวต้านอื่นๆ ก็ไม่ต่างกันมาก
สุดท้ายผลลัพธ์ที่เกิดจากการเทรดที่คำนึงถึงจุดสูงสุดและต่ำสุดจะให้ผลกำไรที่มากกว่า
เพราะถูกแปลงไปสู่ระบบที่คิดถึงจุดสูงสุดและต่ำสุดอย่างเรียบง่าย
ไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ แทบจะกลายเป็นการรบกวนเสียด้วยซ้ำ
เวิร์คีย์ที่ดีกว่าคือ Williams %R มากกว่า Envelopes
Envelopes ไม่มีความรวดเร็วในการเคลื่อนไหว
แนวโน้มก็สามารถเห็นได้โดยไม่ต้องดู Envelopes
เริ่มใช้งานตามแนวโน้มกับ Williams จะเร็วกวา
averaging down ทำกำไรได้ แต่เป็นดาบสองคม
ทดสอบด้วย Grid จะทำให้เข้าใจได้ง่าย
สุดท้ายก็จะแค่ถูกกินจนหมดมูลค่า
※ผู้ที่ต้องการทำเงินต่อไปจาก FX คลิกที่นี่ ↓
× ![]()