เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (MA) เกี่ยวกับ 1
สวัสดีครับ ผมชื่อคิทสึเนะโนเอะ (Kitsune no Me) ครับ
วันนี้「ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average, MA)」จะมาบรรยายเกี่ยวกับ
ขอความกรุณาด้วยครับ/ค่ะ
1. ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (MA) คืออะไร
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่คือคำนวณจากค่าเฉลี่ยของราคาช่วงเวลาหนึ่งและนำมาแสดงในกราฟเส้นต่อเนื่อง
เนื่องจากจะคำนวณราคาของแต่ละวันรวมถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา (กี่วันหรือกี่สัปดาห์) ทุกวัน ทำให้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เคลื่อนที่ไปจึงเรียกว่า Moving Average

ด้านล่างนี้คือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่จริงๆ
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่มีคำว่า “ระยะเวลา” อยู่ด้วย
ดังที่อธิบายไว้ข้างหลังนี้เป็นค่าเฉลี่ยระหว่างช่วงเวลาหนึ่งถึงช่วงเวลาหนึ่งที่คำนวณออกมา
ระยะเวลานั้นสามารถตั้งค่าได้ตามต้องการ
ตอนนี้ที่แสดงคือ「9 วัน」MA
เรียกว่า“9MA”
ถ้าอยู่ในช่วง 25 วัน จะเรียกว่า「25MA」
ถ้า 200 วัน ก็เรียกว่า「200MA」 และวิธีเรียกจะเปลี่ยนไปตามนั้น
ดังนั้น เมื่อเปรียบกับสไตล์การเทรดของตนเองและใช้ MAจะขึ้นอยู่กับว่าอยากให้แสดงค่าเฉลี่ยมากน้อยแค่ไหนในระยะเวลานั้นเป็นเช่นนั้น
2. แนวโน้มเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย (SMA)
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่ายตามชื่อเลย คือมาจากการคำนวณง่ายๆ และไม่ค่อยไวกับการเคลื่อนไหวของราคา
เป้าหมายของ SMA คือ“ทำค่าเฉลี่ยเพื่อทำให้การผันผวนของราคาสมูทลง”ด้วยเหตุนี้ แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาจะเข้าใจง่ายขึ้น

พื้นฐานของวิธีคำนวณ SMA จะอธิบาย
พูดอะไรที่ยากนะ
สูตรคำนวณต่างๆ ไม่สำคัญมาก กรุณาฟังอย่างชิลล์ๆ
ด้านบนเป็นSMA ระยะเวลา 5(5SMA) จะคำนวณ
รวมราคาปิด 5 วันที่และหารด้วย 5ค่าที่ได้จะแสดงในคอลัมน์ “5SMA”
ตัวอย่าง หากในวันนั้น ราคาปิดคือ 100 เยน วันก่อนหน้า 110 เยน ราคาปิดวันที่ 2 คือ 90 เยน วันที่ 3 คือ 70 เยน วันที่ 4 คือ 120 เยน ก็จะได้ 98 เยน (ค่าเฉลี่ยของ 100, 110, 90, 70 และ 120 หารด้วย 5)
คงน่ารำคาญนิดนึงใช่ไหม
SMA คือ “ค่าเฉลี่ย”
เพียงพอแล้วที่จะเข้าใจประมาณนี้
3. ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักแบบเอกซ์โพเนนเชียล (Exponential Moving Average, EMA)
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ EMA ได้รับการปรับปรุงจาก SMA โดยเป็นตัวชี้วัดเทคนิคที่เน้นตามแนวโน้มที่เกิดจากการเคลื่อนไหวล่าสุด
ใน SMA จะพิจารณาการเคลื่อนไหวของระยะเวลานั้นๆ อย่างเท่าเทียมแต่สำหรับ EMA จะให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวล่าสุดมากกว่า เพื่อรับรู้การเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

ข้อดีของ EMA คือสามารถรับรู้แนวโน้มได้เร็ว เพราะให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวล่าสุด
ส่วนข้อเสียคือ“การหลอกลวง”บ่อยครั้ง
จะอธิบายเรื่องการหลอกลวงในภายหลัง
บทความนี้“ความแตกต่างระหว่าง SMA และ EMA”ท่านเข้าใจแล้วหรือยัง?
SMA คือ“ค่าเฉลี่ย”ส่วน EMA คือ
“แนวโน้ม”
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เป็นเรื่องสำคัญ จึงจะมีการแบ่งเป็นหลายส่วน
พรุ่งนี้จะอธิบายวิธีใช้งานเพิ่มเติม
วันนี้ก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ/ค่ะ