「คลิกคัดหุ้น365」และดัชนี การลงทุนระยะยาวเพียงพอด้วยการลงทุนในดัชนีหรือไม่?
การลงทุนแบบดัชนีคือการบริหารที่อ้างอิงไปกับค่าเฉลี่ยตลาด เช่น ค่าเฉลี่ย Nikkei 225, TOPIX, S&P 500 และวัตถุประสงค์คือให้ติดตามนั้น หรือที่เรียกว่าเป็นการบริหารแบบพาสซีฟซึ่งมักเรียกว่าการบริหารที่อิงค่าเฉลี่ยเช่นนี้
ข้อดีของการลงทุนแบบดัชนีคือ ค่าเฉลี่ยหมายถึงประสิทธิภาพที่ไม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ดังนั้นจึงเป็นการลงทุนที่ไม่แพ้
ในทางกลับกัน ข้อเสียของการลงทุนแบบดัชนีคือ ตรงกันข้ามกับข้อดี คือไม่มีโอกาสชนะสูงกว่าค่าเฉลี่ย นั่นคือไม่สามารถทำกำไรได้มาก
อย่างไรก็ตาม อย่างที่เวเรน บาฟเฟตต์กล่าวไว้ ผู้ที่ไม่ใช่มืออาชีพควรลงทุนแบบดัชนีให้มากกว่า และอีกอย่างหนึ่งคือพอร์ตโฟลิโอที่บาฟเฟตต์แนะนำคือ “90% สหรัฐ S&P 500 และ 10% เงินสด”
ในผลงานคลาสสิกของCharles Ellis ที่ชื่อว่า “The Loser’s Game” บอกไว้ว่าธุรกิจการเงินเป็นเกมที่ผู้ไม่มีความแพ้ชนะมากกว่า นี่อาจฟังดูแปลก แต่ถ้าเราตระหนักว่าไม่แพ้ก็จะชนะในที่สุด
โลกของการลงทุนเป็นเกมแห่งความน่าจะเป็น การมุ่งหาคะแนนสูงด้วยโอกาสต่ำอาจไม่ง่ายเท่ากับการมุ่งหากำไรด้วยโอกาสสูงต่อไปในระยะยาว และถ้าเป็นระยะยาวแล้ว การบริหารกำไรแบบทบต้นอย่างสม่ำเสมอมีประสิทธิภาพค่อนข้างมาก
แม้แต่เวเรน บาฟเฟตต์เองก็บอกวัยว่าวิธีการบริหารผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีอยู่ราว 20% ดังนั้นอาจไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าหมายเป็นหลายเท่าภายในหนึ่งปี
ดังนั้น ดัชนีดัชนีอาจไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์ แต่หากเปลี่ยมุมมอง เราจะเห็นว่า “ดัชนีอาจพอเพียง”
ยิ่งไปกว่านั้นใน『Click Stock 365』 ดัชนีสามารถถูกใช้งานด้วยต้นทุนต่ำและสามารถใช้เลเวอเรจได้ นี่คือเสน่ห์ของ『Click Stock 365』
ระหว่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบระหว่างการลงทุนแบบ active ที่มุ่งหาผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีกับการลงทุนแบบดัชนีในระยะ 10 ปี จะพบว่ามีจำนวนที่สำนักงานคณะกรรมการการคลังเผยแพร่ว่า กว่า 70% ของการบริหารแบบ active แพ้การบริหารแบบดัชนี
ไม่อาจกล่าวได้ว่าดัชนีเป็นสิ่งที่แน่นอนเสมอไป แต่การบริหารแบบดัชนีก็หมายถึงการเลือกที่น่าจะชนะได้ง่ายกว่า
(จาก รายงานการเงินประจำปีงบประมาณปี 2568 ของสำนักงานกำกับดูแลการเงิน)