เครื่องมือเซ็นสัญลักษณ์ที่ความแม่นยำ = เกณฑ์การตัดสินใจที่ชัดเจนเพื่อเพิ่มอัตราชนะให้สูงสุดจนถึงขีดสุดคืออะไร?
สวัสดีค่ำทุกท่าน
ลุ้นมิอิทสึกู คือ คูโนะ
เอาล่ะ วันนี้เริ่มต้นสัปดาห์อีกครั้งนะครับ!
ผมเองก็กำลังบันทึกและตัดต่อวิดีโอ “Aji-nitchi” Vol.3 เสร็จเรียบร้อยแล้ววันนี้ได้อัปโหลดเรียบร้อยครับ
การบันทึกเป็นงานง่ายๆ แต่การตัดต่อใช้เวลามาก ดังนั้นคำอธิบายวิดีโอก็เป็นงานหนักเหมือนกัน><。。
สัปดาห์ที่แล้วมีการเคลื่อนไหวของราคาหัวกว้าง ตามที่ได้เขียนในคู่มือการลงทุนครั้งก่อน มีสัญญาณ EUR/USD ที่ขึ้นสูงกว่า 300 pips เป็นบุญวาสนาอันน่าทึ่ง
แต่! วันนี้ในท่ามกลางการเคลื่อนไหวที่ใหญ่ขนาดนั้น ผมจะบอกล่วงหน้าไว้ว่าอัตราความแม่นยำของสัญญาณไม่ได้100%
ทำไมต้องพูดถึงข้อเสียของเครื่องมือสัญญาณที่อาจทำให้การขายเป็นขาดทุน?
เพราะก่อนที่เครื่องมือสัญญาณนี้จะถูกขาย ควรมีการอธิบายข้อดีข้อเสียของเครื่องมือสัญญาณนี้ล่วงหน้าเพื่อความเข้าใจ
ไม่มีผู้สร้างเครื่องมือสัญญาณที่ผมได้พบเจอที่บอกข้อเสียตั้งแต่ตอนเริ่มใช้
ดังนั้นหลังจากที่ซื้อไปแล้ว อ้าว? จะกลับด้านตรงไหนนะ!?
หรือสัญญาณเข้าเมื่อไรนะ?
มีคำถามมากมายที่เกิดขึ้น
และต้องตัดสินใจด้วยตัวเองเกี่ยวกับกลไกการหลบหลีกการหลอกลวง เพราะผู้ผลิตไม่ใช่จึงต้องเสียเวลาและความยุ่งยากจนจำต้องไม่ใช้อินดิเคเตอร์ตัวนั้น... ซ้ำๆ
ท่านผู้อ่านก็คงมีประสบการณ์แบบนี้บ้างไม่มากก็น้อยใช่ไหมครับ?
ดังนั้นตอนนี้เมื่อเป็นผู้สร้างเอง ผมจึงคิดจะอธิบายข้อเสียของอินดิเคเตอร์ให้ผู้ซื้อเข้าใจก่อน
เช่นเดียวกับบทความก่อนๆ มีข้อดีมาก แต่ก็มีสัญญาณที่อาจหลุดออกบ้าง
เพื่อเพิ่มความแม่นยำของสัญญาณ จำเป็นต้องตัดสินใจด้วยการเทรดตามตรรกะการซื้อขาย
ในวิดีโอคำอธิบายนี้ผมได้พูดถึงเรื่องนี้
1.สัญญาณจะถูกแจ้งผ่านมือถือ
2.เปิดกราฟ 9 คู่สกุลเงินเพื่อสังเกต
3.ประเมินความสอดคล้องระหว่างคู่เงินที่มีสัญญาณกับคู่เงินที่เกี่ยวข้อง
4.หากพบว่าความสัมพันธ์ที่สำคัญยังคงสูง ให้ทำการเข้าเทรด
5.ปิดการทำกำไรด้วย EA ปล่อยให้ทำงานหรือใช้ CC
จะอธิบายรายละเอียดเกณฑ์การตัดสินสัญญาณด้านบนอย่างละเอียด
สัญญาณของนิวซีแลนด์ดอลลาร์เป็นแบบสั้นดังนี้
สิ่งสำคัญคือต้องมีหลักฐานยืนยัน
ความแม่นยำของสัญญาณไม่ใช่ 100% ดังนั้นจะเรียงคู่เงินทั้ง 9 คู่เพื่อเปรียบเทียบ
มีความหมายในทั้ง 9 คำและการเรียงลำดับมีความหมาย เพื่อให้สามารถตัดสินใจเรื่องความสัมพันธ์ได้อย่างทันที
ต่อไปกราฟถัดไปได้เลย
ดังที่เห็น ซิกเนเจอร์ SHORT ของ AUD/USD ดูเหมือนแนวโน้มขาลงช่วงต้น แต่เมื่อเปรียบเทียบกับคู่ที่มีความสัมพันธ์กันตรงกันข้าม EUR/AUD และ GBP/USD ในขณะที่ดูสัญญาณ SHORT ของ AUD/USD เพียงอย่างเดียวอาจทำให้ต้องการเข้าเทรด แต่เมื่อดูสองคู่อันดับตรงกันข้ามที่มีความสัมพันธ์ตรงกันข้าม กลับพบว่าเกิดแนวโน้มที่ตรงกันข้ามทั้งสองคู่หรือไม่?
ในมุมมองของผมคือควรหยุดดูสถานการณ์นี้ไว้ก่อน
สิ่งสำคัญคือต้องหยุดเมื่อไม่มีความมั่นใจ
การเข้าเทรดควรทำเมื่อมั่นใจหรือเมื่อมีโอกาสสูง
ในกรณีนี้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ต้องมีทิศทางขึ้นของทั้ง EUR/JPY และ GBP/JPY อย่างน้อยทั้งคู่ยังคงอยู่ในแนวโน้มขึ้น
อีกทั้งในแง่ของความน่าจะเป็น หากหนึ่งในคู่ทั้งสองมีแนวโน้มชัดเจนก็อาจเข้าเทรดได้
สรุปว่า การมีแนวโน้มเป็นตรงข้ามทั้งคู่เป็นสถานการณ์ที่ดีที่สุด แต่ขั้นต่ำควรมีอย่างน้อยหนึ่งคู่ที่มีแนวโน้มตรงข้ามอย่างชัดเจน เพื่อให้สัญญาณมีเหตุผลในการเข้าเทรด
ครั้งนี้เป็นจังหวะที่คู่เงินสองคู่ที่มีความสัมพันธ์ตรงข้ามกำลังไม่มีเทรนด์ชัดเจน จึงควรรอดูสถานการณ์ก่อน
ต่อไปมาลองตรวจสอบสัญญาณ LONG ของ AUD
ดังที่เห็น เมื่อสัญญาณขาขึ้นของ AUD เกิดขึ้น คู่ที่มีความสัมพันธ์ตรงข้าม EUR/USD และ USD/JPY เป็นอย่างไรบ้าง?
สำหรับ EUR/USD ถือเป็นการ LONG ที่สมบูรณ์แบบ ทำให้สัญญาณ LONG ของ AUD มีความน่าเชื่อถือต่ำลง
เมื่อดูทั้งสามคู่เงินจะพบว่า หากไม่มีความมั่นใจและความน่าจะเป็นต่ำก็สามารถหลบหลีกการหลอกลวงได้
เช่นนี้ สัญญาณเป็นเพียงเครื่องมือบอกถึงความเป็นไปได้ของแนวโน้ม
เพื่อให้แนวโน้มจริงเป็นจริง ความสำคัญอยู่ที่คู่เงินที่มีความสัมพันธ์ตรงข้ามแสดงทิศทางตรงกันข้าม
โดยการกำหนดเกณฑ์การตัดสินใจที่ชัดเจน จะทำให้ความแม่นยำของสัญญาณสูงขึ้นและการเข้าเทรดนำไปสู่กำไร
ดังนั้น ผมจะสรุปการอธิบายระบบเทรดแบบผสม “Aji-nitch Hybrid FX Trade System” ในวันนี้
ช่อง YouTube ของ Aji-nitch
บล็อก
↓สำหรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ ‘Aji-nitch’ คลิกที่นี่!