บริษัทหลักทรัพย์ให้บริการแบบพบปะหน้ากับลูกค้า ข้อดีของการใช้งานคืออะไร?
สวัสดีครับ ผมชินซัน
「พลังในการฟัง」ของครม.คิชิดะ
ถูกหยิบยกขึ้นมาบ่อยครั้งใช่ไหมครับ。
นายกรัฐมนตรีคิชิดะเองก็ในวันเลือกตั้งหัวหน้าพรรค
ได้โปรโมท“พลังในการฟัง”ไว้ด้วย
ยังเป็นคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นาน
จึงไม่รู้บ้างว่าจะเกิดการเมืองแบบไหนต่อไป
แต่ผมหวังอย่างเดียวคือเกิดการเมืองที่“เสียงของประชาชน”ได้ยินและรับฟัง
อันที่จริงผมมีเพลงที่นึกถึงเมื่อพูดถึงคำว่า
“การฟังคนพูด”
เพลงของ Takahara Pistols
ชื่อว่า “เย้ ใครน่ะ”
กรุณาฟังพร้อมสังเกตเนื้อเพลงด้วยนะครับ
และส่วนตัว ผมคิดว่า“การฟังคนพูด”
สุดท้ายแล้ว
มากไปกว่าการ “ฟัง”
คือการมีความคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งสำคัญมาก
ไม่ว่าเรื่องจะฟังอะไรมา
ไม่ใช่เพียงรับฟังอย่างเดียว ต้องคิดด้วยตนเอง
ถ้าไม่เช่นนั้นจะเสียใจในวันใดวันหนึ่งแน่นอน
เมื่อไม่นานมานี้ มีนักเรียนคนหนึ่งของ株アカデミー
กล่าวกับผมด้วยใบหน้าหม่นๆ ว่า
“ก่อนที่จะเข้า株アカデミー ผมซื้อหุ้นตัวหนึ่ง…”
และบอกด้วยท่าทีเศร้าใจ
เมื่อถามถึงเรื่องนี้
“เมื่อซื้อหุ้นที่บริษัทวิเคราะห์ชี้แนะแล้วเกิดขาดทุนมาก ผมเสียใจที่ได้ซื้อไป”
เช่นนั้น
“เพราะคำแนะนำของบุคคลที่มีชื่อเสียงจึงเชื่อถือได้ใช่ไหม”
และเพลิดเพลินไปกับ“อำนาจที่น่าเชื่อถือ”
ถ้าคุณใช้การคิดด้วยหัวของคุณเองกวาดล้างออกไปได้
อาจมีอะไรที่เปลี่ยนไป
เข้าใจแล้ว
ในโลกของการเทรดที่มองไม่เห็นอนาคต
มีความรู้สึกอยากพึ่งพิงใครบ้างไม่ใช่เรื่องแปลก
“ถ้าซื้อหุ้นตัวนี้จบแน่ ต้องการใครมาสนับสนุนให้มั่นใจ”
หลายคนอาจคิดเช่นนั้น
แต่ถ้าพึ่งพาใครมากไป
จะไม่สามารถทำกำไรอย่างมั่นคงตลอดเวลา
================
มือโปรที่ทำเงินจากค่าธรรมเนียม
================
「สนใจบริการสนับสนุนแบบพบเห็นได้ด้วยตนเองของบริษัทเราหรือไม่?」
「เมื่อเร็วๆ นี้มีคนโทรมาจากบริษัทหลักทรัพย์แบบนี้」
อีกคนหนึ่งของนักเรียนได้พูดด้วยเช่นกัน
เป็นการโทรชักชวนที่พบบ่อยนะครับ
ทีมงานมืออาชีพจะให้คำแนะนำ
แล้วลองดูสิ?
เมื่อได้ยินว่า“มืออาชีพให้คำแนะนำ” จะคิดว่าอาจจะดีบ้างไหมนะ
แต่ถ้าคิดแบบนั้นจริงๆ
มีสิ่งที่อยากให้คิดให้ดี
ผู้ที่ให้คำแนะนำเป็นคนที่
ทำกำไรจากการเทรดอยู่หรือไม่
นั่นคือเรื่องที่สำคัญ
หากผู้ที่ให้คำแนะนำมาจากบริษัทที่มีกำไร
มีโอกาสในการรับคำแนะนำโดยตรงจากผู้ที่ทำกำไรจริง
แต่ในความจริงเราไม่อาจทราบได้
เพราะไม่สามารถเห็นหลักฐานผลกำไรได้
โดยพื้นฐานแล้วผู้ที่ให้คำแนะนำคือ
พนักงานของบริษัทนั้นๆ
ไม่ใช่เทรดเดอร์มืออาชีพ
ผู้ที่ให้คำแนะนำคือมืออาชีพที่ทำกำไรจากค่าธรรมเนียม
เพราะโมเดลธุรกิจคือการทำกำไรจากค่าธรรมเนียม
ดังนั้นผลกำไรของลูกค้าจะไม่ใช่เป้าหมายสำคัญ
ถ้าให้คิดอย่างปกติแล้ว
ในฐานะเทรดเดอร์มืออาชีพ
ไม่ใช่เรื่องที่ถูกฝึกฝนให้พัฒนา
การใช้งานบริการดังกล่าวก็เป็นเสรีของคุณ แต่
หากคุณเป็นมือใหม่ในการเทรด
ยังไม่ทำกำไร
คุณจะไม่ควรสมัครบริการของบริษัทหลักทรัพย์เหล่านั้น
แต่
อาจมีผู้ที่เห็นคุณค่า
หลายคนอาจยังมีความคิดเช่นนั้น
ตัวอย่างเช่น
“อยากให้ทุกเรื่องได้ยิน”
การเทรดเป็นงานที่โดดเดี่ยว
เมื่อมีกำไรหรือขาดทุน ก็ล้วนอยู่คนเดียว
มีหลายคนที่รู้สึกเหงาเพราะไม่มีใครคุยเรื่องการเทรด
ไม่มีใครที่สามารถคุยเรื่องการเทรดด้วย
กับใครสักคน
สำหรับผู้ที่เป็นเช่นนั้น การได้ฟังและพูดกับใครก็อาจเป็นประโยชน์
อาจช่วยให้สภาพจิตใจดีขึ้น
“เพียงได้ฟังเรื่องราวก็ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น”
เช่นนั้น
แต่ถ้าคุณคิดว่าอยาก“ฟังเรื่องราว”
การมีเพื่อนร่วมทางที่ดีขึ้นน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
โดยไม่ต้องจ่ายเงิน ไม่ต้องมีผลประโยชน์ร่วม
การมีเพื่อนที่พูดคุยด้วยอย่างบริสุทธิ์ใจจะทำให้จิตใจสงบมากขึ้น
===================
จำนวนการตัดสินใจที่คนหนึ่งทำในหนึ่งวัน
===================
เปลี่ยนเรื่องไปนิดนะครับ แต่จำนวนการตัดสินใจที่คนหนึ่งทำในหนึ่งวัน
โดยทั่วไปกล่าวกันว่าอยู่ที่“9,000 ครั้ง”
มีข้อถกเถียงมากมาย บ้างว่า 30,000 ล้านครั้ง หรือ 35,000 ครั้งก็ว่าได้
อย่างไรก็ตามพวกเรากำลังตัดสินใจอยู่ทุกวันในจำนวนมาก
ถ้าลองจำลองว่าเรทำการตัดสินใจวันละ 9,000 ครั้ง
นอนหลับ 7 ชั่วโมง ทำงาน 17 ชั่วโมงต่อวัน
จะมีการตัดสินใจประมาณ 600 ครั้งต่อชั่วโมง
หรือประมาณ 10 ครั้งต่อหนึ่งนาที
สมองทำงานอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว
และเราไม่ได้รับรู้มากของการตัดสินใจเหล่านั้น
เพราะฉะนั้นการเร่งรีบตัดสินใจให้ใครสักคนมาดำเนินการแทนจึงเป็นธรรมชาติ
เป็นธรรมชาติที่จะอยากมอบการตัดสินใจให้กับผู้อื่น
อย่างไรก็ตามในเรื่องการเทรด
หากมอบการตัดสินใจให้ผู้อื่นไว้แล้วอนาคตจะไม่มี
หากคุณไม่สามารถคิดอย่างมีความรับผิดชอบต่อเองได้
จะไม่มีวันได้ผลกำไรที่มั่นคง
ดังนั้นวันนี้ ผมจึงขอพูดถึง
“การคิดด้วยหัวของตัวเอง” ซึ่งเป็นหัวข้อที่ธรรมดาแต่สำคัญมาก
ขอบคุณที่รับชมจนถึงตอนท้าย
ขอขอบคุณมากครับ
เคโซวจิ่งซัน