วิธีทำกำไรจากตลาดได้เสมอ ตอนส่วนเทรนด์
ขออภัย แต่แทบจะล้มละลายกับการพนัน
ท้ายที่สุดก็จำเป็นต้องรับความเสี่ยงเพื่อให้มีกำไร
นั่นคือ
อาจเป็นเหมือนลมพัดแรงในช่วงชั่วครู่
หรือตอกย้ำความเสี่ยงที่ดูไม่เด่นชัดด้วยการสะสมความเสี่ยง
เพียงแค่เรื่องนี้เท่านั้น
ในสภาวะตลาดปกติการกลับคิดขาลงและทำไานั้รตินก็ให้ผลกำไรได้เท่านั้น
การไล่ตามแนวโน้มต้องรอเวลาอย่างมาก และไม่รู้ว่าจะชนะหรือไม่
และบ่อยครั้งที่จะเกิดสถานการณ์ที่ขาลงสลับกับขาลงหลายครั้ง
แม้จะทำการนับหันกลับในแนวคิดกลับทวน
“นรกหันกลับ” จะบีบให้ไปถึงอนาคตที่มีกำไรเมื่อคิดถึงกำไร
ถึงอย่างนั้น เพื่อให้พ้นจากความคิดว่าเป็นนรกหันกลับ ต้อง
ห้ามจำกัดการนันพิน แต่เนื่องจากการทำโดยอัตโนมัติสามารถทำได้ง่าย
จึงไม่สามารถเชื่อมั่นว่ากำไรจะมั่นคง
เมื่อทำการนันพินกลับ แน่นอนว่าจะถูกกลไกของนรกหันกลับกีดขวาง
เมื่อมีแนวโน้มเกิดขึ้น ไม่มีวิธีหลบหนีจากนรกหันกลับ
สุดท้ายเพื่อหลบหนีนรกหันกลับ
หลังจากได้กำไรจากรูปแบบกำไรในช่วงนันพินที่เกิดขึ้น
จึงออกจากนรกหันกลับด้วยรูปแบบนันพิน
แต่คนที่ทำได้มีจำนวนค่อนข้างน้อย
นอกจากนี้ ณ จุดที่ออกจากนั้น
การหมุนเวียนของกำไรจะลดลงแบบทุติยภูมิ
นั่นก็คือ
ก่อนที่รูปแบบกำไรจะมา
รูปแบบนรกหันกลับจะมา
เมื่อความสมดุลของกำไรและขาดทุนแย่ลงและส่งผลให้ตลาดคลาดเคลื่อน
นี่แทบจะเป็นขอบเขตที่แน่นอนแล้ว
การตามแนวโน้มเป็นทุกสิ่ง
โดยพื้นฐานเป็นรูปแบบการหากำไรจากการตามแนวโน้มในกรอบ 5 นาที
สิ่งนี้จะครอบคลุมตลาดทั้งหมดได้
การตามแนวโน้ม Williams Percent Range ในกรอบ 5 นาที
ทำให้การเทรดด้วยระบบอัตโนมัติ minimizes ขาดทุน
และปล่อยทิ้งไว้พร้อมดูสภาพตลาดเมื่อเกิดแนวโน้มใหญ่
แค่เพียงเท่านี้
ขาดทุนจนถึงตอนนี้จะหายไป
ทองคำในช่วงที่ผ่านมามีการเคลื่อนไหวเป็นกรอบ หากเกิดแนวโน้มขนาดใหญ่ก็จะเกิดการเทรนด์ใหญ่ขึ้น
นี่คือทั้งหมดของการตามแนวโน้ม และเป็นเพียงบทสวดวิเศษของอุปมูลที่ไม่ใช่คำจำกัดความของดัชนีชี้วัด
บทสวดวิเศษของดัชนีชี้วัด
ในหนึ่งครั้งที่เข้าเทรด
หากกำไรจากการนันพินในทางอากาศเกิดขึ้นจะเป็นการหมุนเวียนซ้ำๆ
นี่คือเหตุผลที่ทำให้สามารถจับแนวโน้มขนาดใหญ่ได้ด้วยการเข้าเทรดเพียงหนึ่งครั้ง
ถ้าใช้ทฤษฎีบนโต๊ะจะพูดไม่ได้จริงๆ
สุดท้ายก็กลายเป็นทฤษฎีบนโต๊ะอยู่ดี
จึงกลายเป็นแนวคิดปล่อย EA ตามแนวโน้ม
เพราะจังหวะที่ไม่เข้ากับสถานการณ์นั้นดูน่าหดหู่
กลับกันก็ดูเหมือนมองเห็นจังหวะที่เข้ากันอย่างยิ่ง
เป็นเรื่องเพียงการทำตามแนวโน้มในตลาดใหญ่เท่านั้น
ฉันคิดว่าสถานะแบบนี้ไม่มีทางหมดไป
เพราะเหตุผลว่า
ตรรกะนันพิน
ตรรกะดันบอห์
เป้าหมายผลตอบแทนกลางในการตามแนวโน้ม
และอื่นๆ อีกมากมายของระบบอัตโนมัติที่ถูกสร้างขึ้น
แต่ยังไม่สามารถสร้างรูปแบบการปล่อยทิ้งเฉพาะสำหรับแนวโน้มใหญ่ได้
จึงมีเหตุผลหลักว่า
การสร้างกำไรจากแนวโน้มใหญ่เพียงอย่างเดียวด้วยการปล่อยทิ้งจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดกำไรต่อเนื่อง
ซึ่งไม่ว่าในตลาดใดก็ตามจะมีอยู่จริง สุดท้ายก็เป็นการตามแนวโน้มเท่านั้นที่ชนะ
แต่การลงมือทำจริงนั้นต้องใช้ความพยายามมาก
เป็นเรื่องของปล่อยตามแนวโน้มด้วย EA
เพื่อให้ได้กำไรจากตลาด
ท้ายที่สุดคือ
ความเสี่ยงต่ำ:ผลตอบแทนสูง
ความเสี่ยงต่ำ:ผลตอบแทนระดับกลาง
สุดท้ายจึงต้องทำด้วยเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หากมีความเสี่ยงต่ำ:ผลตอบแทนสูง
กำไรจะเริ่มปรากฏขึ้น
ดังนั้นจึงต้องเลือกกลยุทธ์นี้
ในการต่อสู้ระยะสั้น
การนันพินในทางกลับมักได้ผลตอบแทนต่ำแต่เสี่ยงสูง
ในสภาวะตลาดที่มีแนวโน้มจะกลายเป็น“นรกมาร์เก็ต” และ
การเสียหายจะเพิ่มขึ้นเหมือนระดับมาร์ติเนย์ จึงห้ามทำเป็นอย่างเด็ดขาด
การมุ่งเป้ากำไรต่ำแต่ได้ผลตอบแทนระดับกลาง
ทำให้ไม่สามารถตามแนวโน้มจริงๆ ของตลาดใหญ่ได้
สรุปผลงานจะมีความเสถียรขึ้นๆ เหมือนกับการสะดุด
การนันพินกลับ
เมื่อแนวโน้มมาถึงจริงๆ ก็ปล่อยทิ้งต่อไป
หากทำได้จริงก็เป็นเรื่องดี
ถ้าไม่สามารถทำได้ ก็ไม่ควรทำการควบคุมด้วยตัวเอง
จังหวะเข้าเทรด
“ไม่เข้ากับสถานการณ์ส่วนใหญ่” และ
“ทิศทางของตลาดก็ผิดพลาดได้เป็นเรื่องปกติ” ดังนั้น
สำหรับจังหวะเข้าเทรดนั้นมีเพียงหนึ่งอย่างที่เหมาะสม
นั่นคือ “เพียงพอของการเปิดเทรด” เพราะว่า “การคาดทิศทางตลาดผิดเป็นเรื่องปกติ”
ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องรอ 12 ชั่วโมงแล้วจึงเปิดคำสั่ง
หรือปล่อยตามแนวโน้มและดูสถานการณ์ต่อไป
นันพินทั้งตามแนวโน้มและปล่อยทิ้ง
ทั้งคู่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจังหวะเข้าเทรดแต่ขึ้นกับมุมมองตลาด
แต่ทั้งคู่ก็ยังแพ้เมื่อราคาตลาดเคลื่อนไป
ความเสี่ยงจึงค่อนข้างสูง เพียงดูเหมือนลดลงเท่านั้น
สุดท้ายการปล่อยตามแนวโน้มก็ถูกถือว่าวิธีที่ถูกต้องในการเทรดแบบเวลารอ
เช่นเดียวกับการนันพินกลับ ความสำคัญคือการรอเวลา
เบื้องหลังของการนันพินกลับ
มีสองด้านคืออยากได้กำไรและอยากคืนทุน
และพยายามทำให้ทั้งสองด้านอยู่ร่วมกัน
ดังนั้นจึงไม่พ้นจากกลไกของนรกหันกลับที่ไม่สามารถหลุดพ้นออกไป
การนันพินแม้จะเป็นการควบคุมด้วยการใช้งาน แต่ถ้าไม่สร้างรูปแบบนันพินไม่จำเป็นจะทำกำไรได้
อัตรากำไรจากการนันพินจะเป็น
1:1 หรือ 1:2 โดยใช้ความต่อเนื่องของรูปแบบ
เมื่อราคากลับตัวในตลาด ก็จะมีกำไรแต่
เมื่อรุกตลาดไปข้างหน้า การขาดทุนจะตามมาไม่ทัน
เมื่อมีผลกำไรจะเพิ่มขึ้น
แต่เมื่อเกิดตลาดที่รุดหน้า ก็ควบคุมไม่ได้
ในแต่ละครั้งจะมีจุดที่ช่วยให้ตัดขาดทุนและทำกำไรได้
หากแพ้ในการเดินทางทั้งคำและการกลับตัว ตลาดจะพังทลาย
สุดท้ายถ้าเป็นการนันพินกลับก็ยังคงตามแนวโน้มกลับไป
ถ้าเป็นการตามแนวโน้มก็คงตามต่อไป
ต้องเชื่อในทิศทางเดียวเท่านั้นที่จะทำอะไรได้
เพียงแค่ขึ้นมาก็ขาย ลงมาก็กซื้อ
ทำให้มุ่งไปที่การตามแนวโน้มเท่านั้น
เข้าเทรดตามแนวโน้มอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งหากำไรจากเทรนด์ หรือเข้าเทรดเพื่อรักษากำไร
การเพิ่มจำนวนจังหวะเข้าเทรดไม่ทำให้ได้กำไรสูงขึ้น
ไม่ว่าเป็นแนวโน้มหรือกลับหัว ไม่มีความได้เปรียบ
ความได้เปรียบเป็นเพียงความรู้สึกว่าเริ่มต้น
การเข้าเทรดตามแนวโน้มอย่างต่อเนื่องหากประสบความสำเร็จจะนำไปสู่ผลกำไร
แต่ถ้าไม่สำเร็จจะเป็นเพียงว่าได้กำไรหรือไม่
↑
เป็นเพียงการใช้แนวคิดที่ตรงข้ามกับนันพินกลับ
↑
เมื่อคิดด้วยดัชนีชี้วัดตรงไปตามแนวโน้ม
(แนวโน้มตรงข้ามประกอบด้วยการขาดทุน 20 pips + จุดนันพิน 10 pips ซึ่งทำตรงกันข้าม)
นันพินกลับ
ขาดทุน 20 pips
จุดนันพิน 10 pips
สถานที่ทำกำไร = เมื่อกำไรหรือขาดทุนจากผลงานเกิน 20 pips
มองเห็นแนวโน้มเป็นรูปแบบพิรึบการนันพินกลับที่ขัดแย้ง
มุมมองตลาดในขณะนั้นจะไม่มีความจำเป็น
และนั่นคือการคาดเดาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไม่ใช่การตามแนวโน้ม แต่กลายเป็นตรรกะของดัชนีชี้วัดที่นำไปสู่แนวโน้มตามขวาง
พิจารณาจบรวมเป็นบวก
จากสถิติในปัจจุบัน บวก 5 ในการทำกำไร
เพื่อขยายเพิ่มได้ตลอดเวลา
“คุ้นชินกับการเทรดด้วยดัชนีชี้วัดที่ตรงข้าม”
เท่านี้เอง
PS: แนวโน้มตามแนวสร้างและแนวโน้มการเปิดคำสั่ง ก็แค่สองอย่างนี้
คิดเป็น 1:1
แล้วลองคิดการเปิดคำสั่งนันพินกลับ
ให้คิดว่าเข้า 10 ครั้งนันพินกลับ
สุดท้ายในสิบครั้งนันพินกลับ 1:1 จะแพ้อยู่ใช่ไหม
ตอนนั้น แนวโน้มตามแนวโน้มจะเป็นอย่างไรล่ะ