เราแบ่งปันบทเรียนจาก “การเทรดที่ล้มเหลว” ซึ่งทำให้เงินทุนเพิ่มขึ้นประมาณสามเท่าแล้วเกือบทำให้บัญชีพินาศหลังจากนั้นทันที!
ถึงเทรดเดอร์ทุกท่าน สวัสดีค่ำคืนครับ!
คริสต์มาสปีนี้ GBP ดีดตัวขึ้นอย่างมากเพราะผลกระทบจากข่าว Brexit ใช่ไหมครับ
ผมตั้งวันที่ 24 เป็น “วันที่งดการเทรด” และไปออกนอกบ้าน จึงไม่สามารถตามกระแสขึ้นลงได้เลย (´;ω;`) ヒゥゥ
ปีหน้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ผมตั้งใจจะใส่แผนไว้ที่วันที่ 25 และดูตลาดวันที่ 24 ต่อไป ฮ่าๆ
ครั้งนี้ ผมจะเขียนถึงประสบการณ์ล้มเหลวที่เกือบลบพอร์ตหลังจากกรณีที่ประสบความสำเร็จกับบทความก่อนหน้า
・・・จริงๆ แล้วเขียนมันลำบากมาก ฮ่าๆ
แต่ผมอยากให้เส้นทางของมือใหม่สู่การเป็นมหาเทรดเดอร์ถูกบันทึกไว้ใน Investment Navi+ เพื่อให้ใครบางคนคิดว่า “ถ้าเขาทำได้ ฉันก็ทำได้” ดังนั้นผมจะเขียนอย่างตรงไปตรงมา
ーเนื้อหาー
1. หลังจากทำกำไรประมาณ 3 เท่าของเงินทุนเมื่อวันที่ 12/22 ทะลุไปถึงเครดิตจนเกือบล้มทรัพย์
2. การสะท้อนด้านจิตใจและมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ
3. การสะท้อนด้านเทคนิคการเทรดและมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ
************
1.หลังจากทำกำไรประมาณ 3 เท่าในวันที่ 12/22 ทะลุไปถึงเครดิตจนเกือบล้มทรัพย์ ทรดเดอร์เผยแพร่
(ผมฝากเงินครั้งแรก 10,000 เยน และได้รับเครดิตโบนัส 15,000 เยน โดยพื้นฐานผมคิดจากการเปลี่ยนแปลงของเงินฝาก 1 หมื่นเยน)
ก่อนอื่น เรามาตีตริงการเทรดที่ทำเงินได้ใกล้ 3 เท่ากันก่อนดีกว่า
ครั้งหนึ่ง ผมเสียการหยั่งยืนหลังจากที่ตัดขาดขาดทุนเป็น -18.6 pips แต่หลังจากนั้นราคากลับอยู่ในกรอบและผมสามารถเปิดสถานะ Short เมื่อตลาดทำ highs ในช่วงกรอบได้ใช่ไหม
นี่คือการยึดหลักแนวระดับ (horizontal line) เป็นเหตุผลในการตัดสินใจที่ดีที่สุดในตอนนั้นผมคิดว่า
(ไอ้ที่เสีย -18.6 pips นั่นเกิดจาก “entry แบบกระโดดเข้ามา”)ตัดขาดทุนระดับล่างและตั้งเป้ากำไรให้ชัด แล้วเข้าสู่ตลาดหลังจากนี้เพื่อให้ลิสต์ความเสี่ยง-รางวัลเหมาะสม เดินหน้าละทิ้งการเทรดแบบการพนันไปนะครับ)เดิมทีผมมีเงินคงเหลือ 24,242 เยน เพิ่มขึ้นถึง 17% ผมพอใจกับผลลัพธ์นี้ จึงคิดว่า “วันนี้การเทรดเสร็จแล้ว ไปบันทึก pips ในชาร์ตและจบ” และเริ่มบันทึกข้อมูลต่อไป เราจะย้อนดูการเทรดที่ตัดสินใจปิดภายใน 30 นาทีและทำให้ทุนหายไปผมมองไม่เห็นการหลุดกรอบและคิดว่าราคาจะกลับขึ้นไปยังจุดสูงเดิม จึงเพิ่มเติมจำนวนการซื้อไป แม้ว่าราคาจะลดลงตลาดไม่ได้ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเราซึ่งเป็นความจริงที่ไม่เปลี่ยน แต่ผมก็ตื่นกลัวจนไม่ได้ให้กำไรวันนี้ (4,084 เยน) ลดลงเมื่อความกลัวมาทำให้ผมเพิ่มล็อตจาก 0.1 เป็น 0.9 ทำให้ขาดทุนรวมพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วต่อไป เราจะตรวจสอบการสะท้อนและมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ************2.การสะท้อนด้านจิตใจและมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผมจะสรุปอารมณ์ความคิดเป็นลำดับเวลา・ตัดสินใจจบการเทรด (ได้กำไรประมาณ 20% ยังไม่พอ แต่พอใจแล้ว) หรืออารมณ์ว่าตลาดไม่แน่นอน ตัดสินใจจบที่นี่・จะเข้าเทรดอีกครั้ง (ถ้าตอนนี้ได้กำไร 700 เยนก็น่าจะได้อยู่… 0.2 ล็อตจะได้ 4 pips ก็พอเข้าไปบ้าง)!ข้อสะท้อน ①!・พอขาดทุน 3 pips ก็เพิ่มการซื้อเพิ่ม (อันนี้ไม่ใช่สินะ ราคายังไม่ต่ำสุด แล้วก็ซื้อเพิ่ม) ・เริ่มทำการซื้อเพิ่มหลังจากเริ่มต้นขาดทุน 11 pips (แย่มาก ไม่ควรสูงเท่านี้ ไม่ควรขึ้น) เพื่อเยียวยาคืน ผมจะซื้อไว้ตรงนี้ แล้วทำให้ทั้งสองครั้งที่หยุดขาดทุนก่อนหน้า หากคืนทุนได้จะได้+!ข้อสะท้อน ②!・หลังจากแพ้สามครั้งในการเปิดสถานะ ก็ลงไป Short ซ้ำอีกครั้ง และไม่ละอายใจที่จะ Short อีกครั้ง หากราคาตกลงไปอีก คุณจะสามารถถอนกำไรได้บ้าง!ข้อสะท้อน ③!ーーーーーーเมื่อดูรายการนี้จึงเห็นได้ว่า โดยเฉพาะข้อสะท้อน ② เป็นต้นไป สภาวะจิตใจขณะขาดทุนมีความอันตรายมากข้อสะท้อน ➀ คือการที่ผมตัดสินใจหยุดการเทรด แต่ยังเปิดสถานะด้วยความคิดที่ว่า “อีกนิดเดียวก็ได้”เรื่องน่าแปลกคือเมื่อคิดว่า “อีกนิดเดียว!”, “อีกหนึ่งชัยชนะ” มักมักเกิดเหตุการณ์ตรงข้าม ทำให้ขาดทุนกำไรที่อาจชดเชยได้อดทนอีกนิดแล้วหยุดและกำไรให้ดีขึ้น อดทนอีกนิดแล้วถอนกำไรให้เร็ว นี่คือจิตใจที่สำคัญมากที่ได้เรียนรู้เราเรียนรู้ว่า ต้องมีระเบียบวินัยสูงในการคิดและตัดสินใจจนถึงตอนนี้ ผมบันทึกผลการเทรดและผลลัพธ์ลงสเปรดชีตทุกวัน แต่เพื่อป้องกันความผิดพลาดจาก “การเข้าเทรดหลังจากหยุดการเทรด” ผมตั้งกฎไว้ว่า หลังหยุดการเทรดแล้วจะบันทึกข้อมูลในวันถัดไปและปิดโปรแกรมคอมพิวเตอร์เมื่อสภาพดี ผมก็อยากจะเข้าเทรดอีกครั้งในภายหลังโดยคิดว่า “ครั้งนี้ก็ชนะได้เหมือนกัน” แต่ผมจะตั้งกติกเพื่อให้ไม่สามารถเทรดได้จนกว่าจะถึงก่อนต่อไปข้อสะท้อน ② คือการพยายามเรียกคืนด้วยความมุ่งมั่นในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการคิดเวลาที่แพ้ เรามักอยู่ในสภาวะจิตใจที่ไม่สามารถคิดรอบคอบได้ เช่น สภาพแวดล้อมไม่เอื้อให้รออยู่ใช่ไหม(แย่แล้ว เนี่ย เห้ย ไม่ใช่แบบนี้นะ คิดว่าจะไปสูงขึ้น)ความรู้สึกตรงนี้สะท้อนสภาวะจิตใจที่ไม่สามารถเข้าใจได้ ฉันเริ่มต้นการเทรดจริงและตกอยู่ในสภาวะจิตใจดังกล่าว จึงไม่สามารถหาวิธีรับมือได้และลากยาวไปจนแพ้อย่างไรก็ตาม (จากประสบการณ์ของฉัน) เมื่อใจเย็นลง ก็สามารถตัดสินใจได้ปกติขึ้นดังนั้นต่อไปนี้ จะเป็นหยุดขาดทุนเมื่อแพ้แล้วปิดคอมพิวเตอร์และดื่มน้ำในครัวนี่คือการสร้างระบบเพื่อเยียวยาจิตใจของตัวเองด้วย!จะเห็นผลอย่างไร ผมจะรายงานในบทความถัดไปสุดท้ายข้อสะท้อน ③ คือการที่ราคาพลิกไปมามุ่งหน้าไปทาง Short → Long → Short ทำให้วุ่นวายการถูกพาไปด้วยการเคลื่อนไหวของราคาเป็นการพนันที่ไม่มีเหตุผลมากนัก หากต้องการเป็นเทรดเดอร์ที่จริงจัง จำเป็นต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนในการเทรดและเป้าหมายที่ชัดเจนผมยังไม่สามารถสร้างเหตุผลที่มั่นคงจากการทดสอบย้อนหลังให้สามารถนำไปใช้จริงทุกครั้งได้ แต่ได้ตระหนักในครั้งนี้ครั้งนี้การขาดทุนและความกังวลมีส่วนอย่างมาก แต่เพื่อให้สามารถเทรดด้วยเหตุผลที่มีอยู่ทุกสัปดาห์ ผมจะตั้งรายการตรวจสอบก่อนเข้าเทรดรายการตรวจสอบมีดังนี้☑ จุดแนวระดับที่เป็นเหตุผลคืออะไร☑ แนวรบที่แนวโน้มขอให้เกิดการหยุดขาดทุน☑ เป้าหมายกำไรอยู่ที่จุดไหน (อัตราส่วนกำไร-ขาดทุนเป็นเท่าไร)☑ ถ้า Long ให้ต่ำสุด หาก Short ให้สูงสุด และถ้าแนวกรอบให้ตัดสินใจเข้าเทรดที่จุดสูงสุด-ต่ำสุดยังไม่แน่ใจว่าจะครอบคลุมทั้งหมดหรือไม่ แต่เพื่อให้เกิดนิสัย ผมจะพยายามบังคับให้ตรวจสอบด้วยวิธีนี้ก่อนเริ่มเทรดบทนี้เป็นการสะท้อนและมาตรการด้าน “จิตใจ”หากทุกคนมี “มาตรการ” ที่ทำอยู่เพื่อแก้ไข 3 ข้อนี้ อยากให้คอมเมนต์บอกกันนะครับ (o^―^o)************3.การสะท้อนด้านเทคนิคการเทรดและมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำสุดท้าย ผมจะมาสะท้อนด้านเทคนิค การรวมในสมุดบันทึกการเทรดมีดังนี้・ดู only นาที 1 แล้วเข้าเทรด・แม้จะหลุดจุด Stop Loss ก็ไม่ลดการขาดทุนและยังซื้อเพิ่มขึ้นต่อไป・เข้า Long ที่จุดสูงสุด・ในสภาวะที่ไม่ชัดเจนว่าจะไปทางไหน ยังเปิดสถานะและไม่ถอนกำไรอย่างระมัดระวัง・มีการดู LINE ในขณะที่ถือสถานะ ทำให้พลาดจังหวะเมื่อดูรายการทั้งหมดแล้ว เห็นได้ชัดว่าใครก็ตามจะเห็นว่าเป็นสถานการณ์ที่เสียเปรียบแน่นอน・ตัวอย่างแรกคือการดูเพียงกราฟ 1 นาที ซึ่งเป็นสาเหตุของการละเลยการรับรู้อุณหภูมิของตลาดการรับรู้สภาพแวดล้อมที่อ่อนแอถือเป็นกฎพื้นฐานที่สำคัญมาก จึงตั้งใจใช้รายการตรวจสอบก่อนเทรดตามที่กล่าวไว้ก่อนหน้าคุณทุกคนได้สร้างเหตุผลที่ชัดเจนในการเทรดตามสถานการณ์หรือไม่?・การหยุดขาดทุนก็อาจมีสาเหตุจากการที่ไม่ได้สร้างสภาพรอบตลาดและแผนการที่ชัดเจน FX ไม่ใช่เกมที่ชนะเสมอและการตัดสินใจยุติควรมีจุดที่ชัดเจนการตัดสินใจจุด Stop Lossจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราได้เห็นแล้วในครั้งนี้・การเข้าเทรดที่จุดสูงสุดเมื่อราคาพบเส้นกรอบไม่ได้รับการเตรียมสภาพกรอบเป็นสาเหตุภาพที่สอง เห็นเส้นระดับสีม่วงเป็นกรอบราคาก่อนหน้านั้น แต่ผมกลับเข้า Long ที่จุดสูงกว่ากรอบนั้นถ้าคิดถึงการที่กรอบตลาดหลุดลงไป การหยุดขาดทุนควรทำเมื่อราคาย้อนกลับไปเทียบกับข้อสะท้อนก่อนหน้า แต่ยังคงเชื่อว่าการสร้าง Scenario ที่รัดกุมยังเป็นเรื่องสำคัญจึงรู้สึกว่าความสำคัญนี้(สิ่งที่ต้องระวังคือการเรียกว่า “สถานการณ์” ด้วยคำพูดเท่านั้นโดยคาดการณ์ว่าราคจะขึ้นหรือลงไม่มีความหมายคือการกำหนดแนวระดับ ในสถานการณ์ใดและไปในทิศทางไหน เพื่อเข้าเทรดและทำกำไรให้สอดคล้องกับแผน จะถือว่าเป็น “Scenario” ดังนั้นควรระวังไม่ให้ถูกหลอกด้วยคำพูด・ในตลาดที่ไม่แน่นอน ไม่ควรเข้าเทรดครั้งนี้ ความพยายามที่จะกลับมากลายเป็นการเทรดโดยไม่พิจารณา อันนี้เกี่ยวข้องกับกฎมากกว่าทักษะ「ไม่แตะต้องในจุดที่ไม่มั่นใจ เข้าทางที่มั่นใจเท่านั้น」เป็นสิ่งที่ผมตระหนักว่าไม่ควรละทิ้งนอกจากนี้ เมื่อเข้าไปในจุดที่ไม่เข้าใจ ควรถอนกำไรนิดๆ เสมอ เพราะการพลิกกลับไปมักจะเป็นโอกาสที่ดีที่หายไปหากการเข้าเทรดผิดพลาดแต่ทำกำไรได้ ผมจะขอบคุณและตัดสินใจถอนกำไรเล็กน้อยทันที เพื่อไม่ให้กลับไปขาดทุนอีกครั้ง・สุดท้ายเป็นความผิดพลาดพื้นฐานสุดแย่ เมื่อรอให้ราคายืดออกไป แต่ในระหว่างรอทำงานอื่นไปด้วย เป็นความผิดพลาดที่ไม่มีใครยอมรับได้สำหรับมือใหม่เงินที่ฝากเข้ามาไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยให้ลอยนวล คุณต้องใช้อย่างระมัดระวังฉันได้ตัดสินใจว่าการดู LINE ขณะถือสถานะจะหยุดทันที************以上,大失敗トレードの反省とまとめでした!คุณทุกคนเคยมีประสบการณ์ล้มเหลวแบบนี้บ้างไหมครับ?เทรดเดอร์ที่ชนะอยู่ในปัจจุบันก็เคยล้มเหลวหรือเผชิญกับการล้มละลายมาก่อน แต่พวกเขาแชร์ประสบการณ์เหล่านี้เพื่อให้เราไม่ทำซ้ำความผิดพลาดเดิม ดังนั้นผมอยากระวังไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดแบบนี้อีกเมื่อจะเปิดเผยผลการเทรดครั้งต่อไป ผมจะพยายามทำให้ทุนเพิ่มเป็นหลายเท่าและนำเสนอเทคนิคนี้ในช่วงท้ายปีเพื่อเผชิญหน้ากับตลาดอย่างจริงจังคุณทุกคนสามารถอ่านความผิดพลาดของผมและนำไปประสบการณ์จำลอง เพื่อช่วยป้องกันความผิดพลาดแบบนี้ได้มากขึ้นขอบคุณที่อ่านจนถึงตรงนี้ครับพบกันในบทความถัดไปนะครับ!อิซึมิซากะ
เดิมทีผมมีเงินคงเหลือ 24,242 เยน เพิ่มขึ้นถึง 17% ผมพอใจกับผลลัพธ์นี้ จึงคิดว่า “วันนี้การเทรดเสร็จแล้ว ไปบันทึก pips ในชาร์ตและจบ” และเริ่มบันทึกข้อมูล
ต่อไป เราจะย้อนดูการเทรดที่ตัดสินใจปิดภายใน 30 นาทีและทำให้ทุนหายไป
ผมมองไม่เห็นการหลุดกรอบและคิดว่าราคาจะกลับขึ้นไปยังจุดสูงเดิม จึงเพิ่มเติมจำนวนการซื้อไป แม้ว่าราคาจะลดลง
ตลาดไม่ได้ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเราซึ่งเป็นความจริงที่ไม่เปลี่ยน แต่ผมก็ตื่นกลัวจนไม่ได้ให้กำไรวันนี้ (4,084 เยน) ลดลง
เมื่อความกลัวมาทำให้ผมเพิ่มล็อตจาก 0.1 เป็น 0.9 ทำให้ขาดทุนรวมพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ต่อไป เราจะตรวจสอบการสะท้อนและมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ
************
2.การสะท้อนด้านจิตใจและมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ
ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผมจะสรุปอารมณ์ความคิดเป็นลำดับเวลา
・ตัดสินใจจบการเทรด (ได้กำไรประมาณ 20% ยังไม่พอ แต่พอใจแล้ว) หรืออารมณ์ว่าตลาดไม่แน่นอน ตัดสินใจจบที่นี่
・จะเข้าเทรดอีกครั้ง (ถ้าตอนนี้ได้กำไร 700 เยนก็น่าจะได้อยู่… 0.2 ล็อตจะได้ 4 pips ก็พอเข้าไปบ้าง)
!ข้อสะท้อน ①!
・พอขาดทุน 3 pips ก็เพิ่มการซื้อเพิ่ม (อันนี้ไม่ใช่สินะ ราคายังไม่ต่ำสุด แล้วก็ซื้อเพิ่ม)
・เริ่มทำการซื้อเพิ่มหลังจากเริ่มต้นขาดทุน 11 pips (แย่มาก ไม่ควรสูงเท่านี้ ไม่ควรขึ้น) เพื่อเยียวยาคืน ผมจะซื้อไว้ตรงนี้ แล้วทำให้ทั้งสองครั้งที่หยุดขาดทุนก่อนหน้า หากคืนทุนได้จะได้+
!ข้อสะท้อน ②!
・หลังจากแพ้สามครั้งในการเปิดสถานะ ก็ลงไป Short ซ้ำอีกครั้ง และไม่ละอายใจที่จะ Short อีกครั้ง หากราคาตกลงไปอีก คุณจะสามารถถอนกำไรได้บ้าง
!ข้อสะท้อน ③!
ーーーーーー
เมื่อดูรายการนี้จึงเห็นได้ว่า โดยเฉพาะข้อสะท้อน ② เป็นต้นไป สภาวะจิตใจขณะขาดทุนมีความอันตรายมาก
ข้อสะท้อน ➀ คือการที่ผมตัดสินใจหยุดการเทรด แต่ยังเปิดสถานะด้วยความคิดที่ว่า “อีกนิดเดียวก็ได้”
เรื่องน่าแปลกคือเมื่อคิดว่า “อีกนิดเดียว!”, “อีกหนึ่งชัยชนะ” มักมักเกิดเหตุการณ์ตรงข้าม ทำให้ขาดทุนกำไรที่อาจชดเชยได้
อดทนอีกนิดแล้วหยุดและกำไรให้ดีขึ้น อดทนอีกนิดแล้วถอนกำไรให้เร็ว นี่คือจิตใจที่สำคัญมากที่ได้เรียนรู้เราเรียนรู้ว่า ต้องมีระเบียบวินัยสูงในการคิดและตัดสินใจ
จนถึงตอนนี้ ผมบันทึกผลการเทรดและผลลัพธ์ลงสเปรดชีตทุกวัน แต่เพื่อป้องกันความผิดพลาดจาก “การเข้าเทรดหลังจากหยุดการเทรด” ผมตั้งกฎไว้ว่า หลังหยุดการเทรดแล้วจะบันทึกข้อมูลในวันถัดไปและปิดโปรแกรมคอมพิวเตอร์
เมื่อสภาพดี ผมก็อยากจะเข้าเทรดอีกครั้งในภายหลังโดยคิดว่า “ครั้งนี้ก็ชนะได้เหมือนกัน” แต่ผมจะตั้งกติกเพื่อให้ไม่สามารถเทรดได้จนกว่าจะถึงก่อน
ต่อไปข้อสะท้อน ② คือการพยายามเรียกคืนด้วยความมุ่งมั่นในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการคิด
เวลาที่แพ้ เรามักอยู่ในสภาวะจิตใจที่ไม่สามารถคิดรอบคอบได้ เช่น สภาพแวดล้อมไม่เอื้อให้รออยู่ใช่ไหม
(แย่แล้ว เนี่ย เห้ย ไม่ใช่แบบนี้นะ คิดว่าจะไปสูงขึ้น)ความรู้สึกตรงนี้สะท้อนสภาวะจิตใจที่ไม่สามารถเข้าใจได้ ฉันเริ่มต้นการเทรดจริงและตกอยู่ในสภาวะจิตใจดังกล่าว จึงไม่สามารถหาวิธีรับมือได้และลากยาวไปจนแพ้
อย่างไรก็ตาม (จากประสบการณ์ของฉัน) เมื่อใจเย็นลง ก็สามารถตัดสินใจได้ปกติขึ้น
ดังนั้นต่อไปนี้ จะเป็นหยุดขาดทุนเมื่อแพ้แล้วปิดคอมพิวเตอร์และดื่มน้ำในครัว
นี่คือการสร้างระบบเพื่อเยียวยาจิตใจของตัวเองด้วย!
จะเห็นผลอย่างไร ผมจะรายงานในบทความถัดไป
สุดท้ายข้อสะท้อน ③ คือการที่ราคาพลิกไปมามุ่งหน้าไปทาง Short → Long → Short ทำให้วุ่นวาย
การถูกพาไปด้วยการเคลื่อนไหวของราคาเป็นการพนันที่ไม่มีเหตุผลมากนัก หากต้องการเป็นเทรดเดอร์ที่จริงจัง จำเป็นต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนในการเทรดและเป้าหมายที่ชัดเจน
ผมยังไม่สามารถสร้างเหตุผลที่มั่นคงจากการทดสอบย้อนหลังให้สามารถนำไปใช้จริงทุกครั้งได้ แต่ได้ตระหนักในครั้งนี้
ครั้งนี้การขาดทุนและความกังวลมีส่วนอย่างมาก แต่เพื่อให้สามารถเทรดด้วยเหตุผลที่มีอยู่ทุกสัปดาห์ ผมจะตั้งรายการตรวจสอบก่อนเข้าเทรด
รายการตรวจสอบมีดังนี้
☑ จุดแนวระดับที่เป็นเหตุผลคืออะไร
☑ แนวรบที่แนวโน้มขอให้เกิดการหยุดขาดทุน
☑ เป้าหมายกำไรอยู่ที่จุดไหน (อัตราส่วนกำไร-ขาดทุนเป็นเท่าไร)
☑ ถ้า Long ให้ต่ำสุด หาก Short ให้สูงสุด และถ้าแนวกรอบให้ตัดสินใจเข้าเทรดที่จุดสูงสุด-ต่ำสุด
ยังไม่แน่ใจว่าจะครอบคลุมทั้งหมดหรือไม่ แต่เพื่อให้เกิดนิสัย ผมจะพยายามบังคับให้ตรวจสอบด้วยวิธีนี้ก่อนเริ่มเทรด
บทนี้เป็นการสะท้อนและมาตรการด้าน “จิตใจ”
หากทุกคนมี “มาตรการ” ที่ทำอยู่เพื่อแก้ไข 3 ข้อนี้ อยากให้คอมเมนต์บอกกันนะครับ (o^―^o)
************
3.การสะท้อนด้านเทคนิคการเทรดและมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ
สุดท้าย ผมจะมาสะท้อนด้านเทคนิค การรวมในสมุดบันทึกการเทรดมีดังนี้
・ดู only นาที 1 แล้วเข้าเทรด
・แม้จะหลุดจุด Stop Loss ก็ไม่ลดการขาดทุนและยังซื้อเพิ่มขึ้นต่อไป
・เข้า Long ที่จุดสูงสุด
・ในสภาวะที่ไม่ชัดเจนว่าจะไปทางไหน ยังเปิดสถานะและไม่ถอนกำไรอย่างระมัดระวัง
・มีการดู LINE ในขณะที่ถือสถานะ ทำให้พลาดจังหวะ
เมื่อดูรายการทั้งหมดแล้ว เห็นได้ชัดว่าใครก็ตามจะเห็นว่าเป็นสถานการณ์ที่เสียเปรียบแน่นอน
・ตัวอย่างแรกคือการดูเพียงกราฟ 1 นาที ซึ่งเป็นสาเหตุของการละเลยการรับรู้อุณหภูมิของตลาดการรับรู้สภาพแวดล้อมที่อ่อนแอถือเป็นกฎพื้นฐานที่สำคัญมาก จึงตั้งใจใช้รายการตรวจสอบก่อนเทรดตามที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
・การหยุดขาดทุนก็อาจมีสาเหตุจากการที่ไม่ได้สร้างสภาพรอบตลาดและแผนการที่ชัดเจน FX ไม่ใช่เกมที่ชนะเสมอและการตัดสินใจยุติควรมีจุดที่ชัดเจนการตัดสินใจจุด Stop Lossจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราได้เห็นแล้วในครั้งนี้
・การเข้าเทรดที่จุดสูงสุดเมื่อราคาพบเส้นกรอบไม่ได้รับการเตรียมสภาพกรอบเป็นสาเหตุ
ภาพที่สอง เห็นเส้นระดับสีม่วงเป็นกรอบราคาก่อนหน้านั้น แต่ผมกลับเข้า Long ที่จุดสูงกว่ากรอบนั้น
ถ้าคิดถึงการที่กรอบตลาดหลุดลงไป การหยุดขาดทุนควรทำเมื่อราคาย้อนกลับไป
เทียบกับข้อสะท้อนก่อนหน้า แต่ยังคงเชื่อว่าการสร้าง Scenario ที่รัดกุมยังเป็นเรื่องสำคัญจึงรู้สึกว่าความสำคัญนี้
(สิ่งที่ต้องระวังคือการเรียกว่า “สถานการณ์” ด้วยคำพูดเท่านั้นโดยคาดการณ์ว่าราคจะขึ้นหรือลงไม่มีความหมายคือการกำหนดแนวระดับ ในสถานการณ์ใดและไปในทิศทางไหน เพื่อเข้าเทรดและทำกำไรให้สอดคล้องกับแผน จะถือว่าเป็น “Scenario” ดังนั้นควรระวังไม่ให้ถูกหลอกด้วยคำพูด
・ในตลาดที่ไม่แน่นอน ไม่ควรเข้าเทรด
ครั้งนี้ ความพยายามที่จะกลับมากลายเป็นการเทรดโดยไม่พิจารณา อันนี้เกี่ยวข้องกับกฎมากกว่าทักษะ「ไม่แตะต้องในจุดที่ไม่มั่นใจ เข้าทางที่มั่นใจเท่านั้น」เป็นสิ่งที่ผมตระหนักว่าไม่ควรละทิ้ง
นอกจากนี้ เมื่อเข้าไปในจุดที่ไม่เข้าใจ ควรถอนกำไรนิดๆ เสมอ เพราะการพลิกกลับไปมักจะเป็นโอกาสที่ดีที่หายไป
หากการเข้าเทรดผิดพลาดแต่ทำกำไรได้ ผมจะขอบคุณและตัดสินใจถอนกำไรเล็กน้อยทันที เพื่อไม่ให้กลับไปขาดทุนอีกครั้ง
・สุดท้ายเป็นความผิดพลาดพื้นฐานสุดแย่ เมื่อรอให้ราคายืดออกไป แต่ในระหว่างรอทำงานอื่นไปด้วย เป็นความผิดพลาดที่ไม่มีใครยอมรับได้สำหรับมือใหม่
เงินที่ฝากเข้ามาไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยให้ลอยนวล คุณต้องใช้อย่างระมัดระวัง
ฉันได้ตัดสินใจว่าการดู LINE ขณะถือสถานะจะหยุดทันที
************
以上,大失敗トレードの反省とまとめでした!
คุณทุกคนเคยมีประสบการณ์ล้มเหลวแบบนี้บ้างไหมครับ?
เทรดเดอร์ที่ชนะอยู่ในปัจจุบันก็เคยล้มเหลวหรือเผชิญกับการล้มละลายมาก่อน แต่พวกเขาแชร์ประสบการณ์เหล่านี้เพื่อให้เราไม่ทำซ้ำความผิดพลาดเดิม ดังนั้นผมอยากระวังไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดแบบนี้อีก
เมื่อจะเปิดเผยผลการเทรดครั้งต่อไป ผมจะพยายามทำให้ทุนเพิ่มเป็นหลายเท่าและนำเสนอเทคนิคนี้ในช่วงท้ายปีเพื่อเผชิญหน้ากับตลาดอย่างจริงจัง
คุณทุกคนสามารถอ่านความผิดพลาดของผมและนำไปประสบการณ์จำลอง เพื่อช่วยป้องกันความผิดพลาดแบบนี้ได้มากขึ้น
ขอบคุณที่อ่านจนถึงตรงนี้ครับ
พบกันในบทความถัดไปนะครับ!
อิซึมิซากะ