ผู้สืบทอดเส้นกรอบ ซาบตะ เทียะชิ (บุตรชายของชาบาตะ เทียะชิยะ)~ ความคิดถึงต่อชุด “สุภาษิต” 108 บทของเส้นกรอบชาบาตะ~
เมื่อคิดย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนอายุสิบเก้าปีข้าพเจ้าได้เข้าเป็นศิษย์ของบิดา และนับตั้งแต่นั้นมาได้เข้าสู่ยุคที่อายุเจ็ดสิบเจ็ดปีครบรอบสิบแปดพอดี ชีวิตยังมีช่วงเวลาที่เหลือไว้อย่างน้อย และความจำยังไม่เสื่อม ข้าพเจ้าจึงตีสันนิษฐานและลงมือทำหน้าที่รับใช้สุดท้ายและจับปากกาเขียนงานนี้ ส่วนหนึ่งเพราะมรดกทางวรรณกรรมโบราณที่นักเขียนผู้มีความสามารถถ่ายทอดไว้บนมู่ลี่แนวพู่กันฝึกฝนจนอ่านได้โดยทุกคน ไม่ใช่ผลงานที่เขียนด้วยตนเองแบบชิ้นพิเศษ
สองรุ่นพ่อแม่ผ่านพ้นไปกว่าแปดสิบกว่าปี บนพื้นฐานของความลึกซึ้งในงานลับและการศึกษาของพ่อที่ชื่ออากิโทะ เอ็นโทะ ได้มีการวิจัย ปรับปรุง และเผยแพร่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ จงปล่อยให้พวกรุ่นต่อไปหลังพ่อแม่จะเสียใจถ้าไม่มีการเผยแพร่ความลึกซึ้งทุกประการ จึงได้มุ่งมั่นเริ่มเขียนงานนี้
ระหว่างที่เราเติบโตในยุคสงครามมหาอำนาจ ความจริงคือเป็นเด็กและหลานที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก พีซีที่เด็กๆ ใช้ได้ง่ายก็ยังเป็นอะไรกันบ้าง ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องใหญ่ที่พวกเขาเกลียด การร่างบทความด้วยลายมือเองก็มีความลำบาก ความคิดท่องหนังสือที่ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ที่ได้บันทึกลงเป็นตอนๆ สิ่งที่ได้รับจากพ่ออากิโทะ เอ็นโทะ ในการสั่งสอน และที่ข้าพเจ้าได้ตระหนักในวงการตลาดมานาน ได้เห็นข้อสงสัยและตั้งคำถาม แล้วนำมาผูกเป็น “สุภาษิต” ในการเขียน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในแนวรั้วแนวสันเทียะ ไม่ต้องหลงทางในอนาคต