การตั้งค่าที่แนะนำเมื่อทำการหยุดการขาดทุน
กรอบเวลาเครือข่ายแนะนำเป็นกรอบเวลาชั่วโมงหนึ่ง
แนวโน้มของตลาดคือกรอบเวลาชั่วโมงหนึ่ง
เพราะแนวโน้มของตลาดเป็นกรอบเวลาชั่วโมงหนึ่ง
และการ “เก็บกิน” ในช่วงเวลาที่สอดคล้องกับแนวโน้มดังกล่าวด้วยกรอบเวลา 15 นาทีหรืออื่นๆ
การเข้าใจการประกอบของแนวโน้มนี้คือเรื่องของทฤษฎีดาว (Dow Theory)
จังหวะการเทรดดีที่สุดคือจนถึงตำแหน่งติดตาม
การตั้งค่าการขาดทุนคือจากตำแหน่งติดตามถึงตำแหน่งที่ breakout = ตำแหน่งที่ขาดทุนน้อย
ถ้าทำการเทรดเมื่อ breakout เป็นจังหวะการเทรด ตลอดจน Stop Loss จะอยู่ที่ตำแหน่งติดตาม
เหตุผลที่วาง Stop Loss ไว้ตรงนั้นเพราะแนวคิดว่าตลาดจะไม่ย้อนกลับ
ตรรกะว่าเป็นการเล่นที่ไม่ย้อนกลับเองก็เช่นกัน ทั้งสองอย่างเป็นตรรกะที่อิงพื้นฐานว่าไม่ย้อนกลับ
กล่าวคือเป็นตรรกะเพื่อ “รับผลกำไรสูงสุด”
โดยหลักให้เข้าไปตามรูปแบบ N ของทฤษฎีดาว
เพราะเหตุใดก็คือ “ง่ายที่สุด”
นอกจากนี้ โดยพื้นฐานแล้ว
“ไม่ว่าจะเข้าในรูปแบบ M หรือรูปแบบแฟลก ก็ให้สะท้อนการเคลื่อนไหวในรูปแบบ N ทั้งหมด”
กล่าวคือ “รูปแบบ N มีประโยชน์กับทุกรูปแบบตลาด”
แล้ว
N สามารถเข้าได้ด้วยการติดตาม
M หรือแฟลกเข้าได้เมื่อ breakout
กล่าวคือจังหวะเทรดที่ควรถือ
สอดคล้องกับทฤษฎีดาว
ถ้าเป็น N ให้ติดตาม
ถ้าเป็น M หรือแฟลกให้เข้าเมื่อ breakout
ก็เพียงเข้าไปเท่านั้น
เพราะเหตุใด
เพราะการเข้าในรูปแบบ N โดยติดตาม
ได้สะท้อนและคงอยู่ในรูปแบบตลาดในอดีต
“หมายถึงว่าใช้ได้จริง”
รูปแบบ M และแฟลกเมื่อสร้างรูปร่างแล้วจะไม่ย้อนกลับ
มันยังคงสะท้อนอยู่ในรูปแบบตลาดในอดีต
“หมายถึงว่าใช้ได้จริง”
ตลาดมีเพียงแค่นั้น
ด้วยเหตุนี้ทฤษฎีดาวจึงมีความสำคัญ
ให้จดจำเฉพาะรูปแบบ N, M และแฟลกก็พอ
แนวโน้มก็สามารถระบุด้วยแนวรับแนวต้านได้
จังหวะการเทรดก็เพียงเข้าเมื่อติดตามหรือ breakout
ตลาดเป็นเรื่องง่าย
การประเมินจังหวะทั้งหมดคือเรื่องทั้งหมด
ด้วย Stop Loss จึงต้องการแสวงหากำไร
“แบ่งการซื้อขายเป็นสองส่วน”
และกำหนดตำแหน่งทำกำไรเป็น “จุดสูงสุดชั่วคราว” และ “จุดสูงสุดจนกว่าสภาวะแนวโน้มจะสิ้นสุด”
นั่นคือทั้งหมด
การเทรดด้วย Stop Loss มีแนวทางเดียวคืออ้างอิงทฤษฎีดาว