ควรหยุดการเทรดที่มีความปรารถนาอันแรงกล้า
ฝ่ายที่แพ้มีอยู่มาก แต่
พอทราบอยู่แล้วถึงสภาวะตลาดพื้นฐาน และที่แพ้ระหว่างทางคือ
น่าจะเป็นส่วนนักเทรดส่วนใหญ่ที่ยังคงเทรดด้วยความโลภ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนั้นเป็นของนักเทรดที่มีอิสระในการตัดสินใจมาก
อาจมีมากกว่านั้นหากเป็นนักเทรดที่เน้นการเทรดด้วยระบบน้อยกว่าอิสระในการตัดสินใจ
เมื่อจะหยุด
หาจุดหยุดโดยไม่ดูผลลัพธ์
กระบวนการเช่นนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก
เพราะส่วนใหญ่ละเลยสิ่งเหล่านี้แล้วจึงสะสมขาดทุนและบันทึกผลขาดทุนอย่างมาก
ในการจัดอันดับการเทรด
สาเหตุที่คนที่อยู่ในจุดรอรอซื้อเสริมมากๆ ถึงแพ้มากขนาดนั้นคือ
ไม่ใช่ว่านั่นเป็นข้อเสียของการชะลอการซื้อเสริม
ตรงกันข้าม การชะลอการซื้อเสริมช่วย補เต็มจุดอ่อนของมนุษย์ได้
การชะลอการซื้อเสริมถูกเปรียบเทียบกับวิธีการของปีศาจ
แต่ฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งที่มีความเป็นเทวดาอยู่เพราะช่วยครอบคลุมส่วนที่เทรดไม่เก่งได้
อย่างไรก็ตาม หากคิดไปในทางโลภมากก็จะกลายเป็นวิธีของปีศาจ
เครื่องมือที่ใช้เพื่อครอบคลุมถูกมองว่าเป็นแค่เครื่องมือเพิ่มกำไร จนทำให้ติดนิสัยแพ้
การชะลอการซื้อเสริมก็คือ
เป็นวิธีครอบคลุมที่อิงตามภาพรวมตลาด
ไม่ได้เพื่อเพิ่มกำไรเป็นหลัก
เหมือนกับการเปิดสถานะสองฝั่ง ไม่ใช่การเพิ่มผลกำไรเสมอไป
แต่เป็นสิ่งที่ช่วยครอบคลุมการเทรดเท่านั้น
นักเทรดจำนวนมากมักมองข้ามด้านจิตใจ
จิตใจมีความสำคัญแน่นแฟ้นกับการเทรดอย่างมาก
เมื่อเทรดไป จะมีส่วนที่ต้องตัดสินใจด้วยอิสระในการตัดสินใจ
ในตลาดที่เกิดขึ้นแบบนี้
ความโลภกลายเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง
เพราะคิดว่าในตลาดก่อนหน้าสามารถทำได้ จึงไม่ตัดขาดทุนด้วยการชะลอการซื้อเสริม
และผลลัพธ์คือมีผู้แพ้จากการชะลอการซื้อเสริมในอันดับการเทรดที่เด่นชัด
ปัจจัยที่ทำให้แพ้
ความโลภในการเทรดมีสัดส่วนค่อนข้างมาก
แน่นอนสิ่งที่เราต้องการคือ
เทรด × ได้กำไร
อย่างไรก็ตามยังคงเป็นผลมาจาก “การเพิ่มลดซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
ดังนั้นถึงแม้ว่าจะควรเพิ่มลดให้ไปในทางเดียวกัน
การเทรดด้วยความโลภทำให้การเทรดเป็นแบบที่ไม่ใส่ใจการเปลี่ยนแปลง
ผลก็คือมันจะกลายเป็นสถานะที่บันทึกขาดทุน
ดังนั้น ความโลภขึ้นอยู่กับตลาด
หากสัญญาณตลาดไม่ดีต่อการเทรดของตน
ควรตัดขาดทุนและคิดถึงเรื่องนั้น
เรียกมันว่าเส้นทางเดี่ยวระหว่างความโลภกับการควบคุม
การเทรดเป็นการคัดเลือกและทิ้งงานอยู่เสมอ
เพื่อให้จิตใจยังคงทำงานต่อไปควรหยุดการเทรดด้วยความโลภ
ความรู้สึกว่า “วันนี้แพ้แต่อย่างน้อยก็พอใจแล้ว”
เป็นความคิดที่ถูกต้องสำหรับนักเทรด
หากคิดว่า “ต้องหากำไรให้ได้ไม่ว่าอย่างไร”
ในสถานการณ์ตลาดที่ไม่สามารถหนีรอดได้จะทำให้ขาดทุนสะสมขึ้น
การลดการล่ะลายของความโลภและการเปลี่ยนแปลงซ้ำๆ
ผลการเทรดจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
ถ้าไม่ดีขึ้น ก็เพิ่มความโลภอีกนิดหน่อยได้
นี่คือ “แนวคิดการเทรดที่มีการสำรวจจิตใจอย่างสูง” เหรอครับ
เพราะฉะนั้นจิตใจกับนักเทรดมันใกล้ชิดกันมาก