จากแนวโน้มการล่ามนต์ของเทรดเดอร์ส่วนบุคคลสู่กลยุทธ์สำหรับตลาด
ช่วงนี้มีความพยายามในการล่าผู้เล่นสเกลเลอร์มากขึ้น
คิดว่า สเกลเดย์เทรดดีที่สุด
แม้จะเป็นเทรดเดอร์อาชีพก็เห็นว่าเป็นกลยุทธ์การเทรดที่เหมาะสมที่สุด
เดย์เทรดถึงสวิงเทรด มีกำหนดการผิดพลาดที่ขนาดใหญ่
การเลือกทำสเกลถึงเดย์เทรดจะลดผลกระทบที่ได้รับ
เพื่อชนะในการเทรด
ไม่สับสน
ถ้าหลงไปกับการเคลื่อนไหวของตลาด มันจบ
ไม่ควรมีความคิดจะพลิกสถานะอย่างรวดเร็วเกินไป เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง
โดยเฉพาะเมื่อทำกับผู้ให้บริการที่มีเลเวอเรจสูงยิ่งรู้สึกเช่นนั้น
จริงอยู่ที่มีสถานที่ที่สามารถล็อกการพลิกสถานะครั้งเดียวได้
แต่มันเป็นตลาดที่เกิดขึ้นเพียงทุกหลายปี
และถ้าไม่สำเร็จ ก็จะขาดทุนอย่างมาก
มากกว่าความคิดว่าจะพลิกสถานะชั่วขณะ
สิ่งสำคัญกว่าคือการดำเนินการต่อไปแม้ทรัพย์สินยังคงเพิ่มขึ้นอย่างน้อยนิด
ควรดูตรงไหนของตลาด?
เราเปลี่ยนกรอบเวลาในการดูตลาด แต่กรอบหลักยังเหมือนเดิม
เมื่อพูดถึง Time frame มักจะคิดเป็นกรอบเวลาย่อยๆ ที่มองไปทีละอัน
ถ้าเป็นเช่นนั้นเมื่อมี noise เกิดขึ้น จะจัดการได้ไม่ดี
รากฐานของการวิเคราะห์ตามกรอบเวลา คือ
ยังคงดูกรอบเดียวกัน
“อาจจะเป็นแบบนี้ก็ได้หรือไม่?”
“กำไรที่ได้ในตอนนี้ถือไปต่อได้มั้ย”
“ขาดทุนที่ยังไม่ขายจะทำให้เสียเงินแล้วเปลี่ยนทิศทางหรือไม่”
เป็นต้น
แนวคิดต่างๆ ถูกนำมาใช้งาน และผลตลาดจะออกมาเมื่อโพซิชั่นได้วางตำแหน่งต่อไป
เพื่อให้ตลาดมีความสอดคล้องในระยะยาว การมุ่งมั่นในตลาดนั้นเป็นเรื่องที่ต้องมองยาว
ตลาด breakout หรือแนวโน้มที่แข็งแรงก็ยังคงแข็งแกร่ง
แต่ตลาดแบบนั้นที่สามารถทำกำไรได้ยากมาก มักเป็นตลาดที่เกิดความขาดทุนมาก
ดังนั้นในกรณีของตัวเอง จึงคิดว่าให้ทำการเทรดแค่วันละหนึ่งครั้งเท่านั้น
ดูล็อกลอจิกและผลลัพธ์ ± แล้วคิดจำนวนครั้งที่เทรดโดยใช้ล็อกลอจิกนั้น
แต่ถ้าช่วงเวลาที่เป็นจังหวะเอนเทริตีมีความมีประสิทธิภาพสูงมาก
ควรตั้งเป้าหมายให้พอสมควรในการลุ้นด้วย