【เทรดเดอร์ FX มืออาชีพ แมวอธิบายการเทรดปอนด์เยน】
ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อแมว ซึ่งทำงานเป็นผู้ค้าสต๊อกเงินตราแบบเต็มเวลา
ในโอกาสที่ได้เปิดตัว N-Method ซึ่งเป็นวิธี半裁量ที่ใช้ EA ผมจะอธิบายการเข้าออเดอร์ที่ทำพร้อมกับการเทรดหลักของผมไปพร้อมกัน
ก่อนอื่นคือ GBPJPY วันที่ 28 กุมภาพันธ์
ตลาดที่เปิดในเวลาญี่ปุ่นร่วงลงอย่างมาก แต่ช่วงเวลา 5 โมงได้เข้าออเดอร์ short ด้วย N-Method
ภาพคือกราฟแท่ง 4 ชั่วโมง
สัญญาณบอก RSI ต่ำกว่า 50 ถือเป็นเสี่ยงลง ขณะ RSI แตะที่ 30 แต่เนื่องจากเทรนด์ยังเป็นอยู่ จึงข้ามพิจารณาไป และเมื่อทิศทางของเส้นกลาง (Middle Band) เริ่มเอียงมากขึ้นและ Bollinger Band ขยายตัวออกไปเป็นช่วงที่
สัญญาณของ N-Method
※คู่มือ N-Method ระบุไว้ว่าให้ตั้งค่า EA สำหรับการเข้าออเดอร์และ EA สำหรับการแจ้งเตือนบนกราฟ 5 นาที แต่ไม่มีกำหนดชัดเจนว่าจะใช้กราฟเวลาใดก็ได้ ไม่ใช่ปัญหาถ้าจะตั้ง EA บนกราฟ 4 ชั่วโมงในครั้งถัดไป เพื่อทำให้จุดเข้าชัดเจนและเทรดพร้อมกับงานหลักของผม
ผลลัพธ์เนื่องจากเป็นวันศุกร์ จึงปิดกำไรประมาณช่วงเวลาตีสองของวันเสาร์โดยยังไม่มีสัญญาณออกมาซื้อขาย ทำกำไรได้ราว 400 พิปส์
ในปี 2016 หรือก่อนหน้านั้น GBPJPY ปกติจะเคลื่อนไหวมากกว่า 300 พิปส์
ผมรู้สึกว่ากลไกราคาที่เคยอยู่ในกรอบตั้งแต่ปี 2017 ได้จบลง และอาจจะมาถึงช่วงที่มีความผันผวมากขึ้น
นี่คือกราฟรายวัน ในส่วนที่เส้นแนวนอนยาวออกไปได้ทำให้ Bollinger Band ขยายตัว
บนกราฟรายวันเมื่อหลุดจาก Middle Band ถือเป็นสัญญาณผันผวนอ่อน และเมื่อ Bands กำลังหดตัว โอกาสที่การขยายตัวจะเกิดขึ้นสูง จึงควรระวังการเทรดที่สวนแนวทาง
ผมรู้สึกว่าในกรอบ 4 ชั่วโมง GBPJPY มีรูปแบบการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกันอย่างมาก
ดังนั้นผู้ที่เป็นนักเทรด N-Method ควรมุ่งเน้นที่กราฟรายวันและ 4 ชั่วโมง และปล่อยกราฟช่วงเวลาต่ำกว่าให้ EA วิเคราะห์
Bollinger Bands, RSI, และค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่
การตั้งค่ากราฟอาจดูเรียบง่ายมาก แต่
oscillator ต่างๆ ความคำนวณไม่ได้ต่างกันมากนัก อย่างน้อยหนึ่งตัวก็เพียงพอ
จริงๆ แล้วในยุคนี้การรับรู้การเคลื่อนไหวของตลาดแบบเรียลไทม์เองก็ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่ได้รับความนิยมแพร่หลาย บางคนเห็นครั้งแรกแล้วคิดว่า “ชนะได้แน่” แต่พอใช้งานจริงอาจผิดหวังมาก
N-Method ได้ให้คำตอบหนึ่งเรื่องต่อเรื่องนี้