【ผลประกอบการ (รายได้)】และ【ผู้ให้บริการที่ใช้งาน】กับความสัมพันธ์
ขอบคุณที่ดูแลอยู่เสมอ ผมคือด็อกเตอร์แมว
วันนี้ ผมจะเขียนการพิจารณาเล็กน้อยในเนื้อหาที่ระบุไว้
มักมีคำถามว่า “จะปรับปรุงผลงาน EA ให้ดีขึ้น ควรใช้โบรกเกอร์รายไหนดีครับ/ค่ะ” จากผู้ใช้งาน
หลังจากที่ผู้ใช้งานได้ให้ข้อมูลมาครับ/ค่ะ
ตรงนี้ ในท้องตลาดมี
(1) โบรกเกอร์ที่มีสเปรดแคบ (ส่วนใหญ่เป็นโบรกเกอร์ในประเทศ)
(2) โบรกเกอร์ที่มีสเปรดกว้าง (ส่วนใหญ่เป็นโบรกเกอร์ต่างประเทศ)
ซึ่งมีอยู่สองประเภทดังกล่าว
ในกรณีนี้
แน่นอนว่า ผลการ Forward ของ EA
(1) โบรกเกอร์ที่มีสเปรดแคบ
จะทำให้ผลงาน EA (กำไร/ผลตอบแทน) ดีกว่า
เพราะเหตุใดนะหรือ..
(1) โบรกเกอร์ที่มีสเปรดแคบ (ส่วนใหญ่เป็นโบรกเกอร์ในประเทศ) จะมี
“สเปรด” ซึ่ง
“ค่าธรรมเนียมต่อการเทรดหนึ่งครั้ง” ลดลง
จึงทำให้
forward performance มีแนวโน้มดีขึ้น (คือ ชนะมากขึ้น) เพราะฉะนั้นจึงทำให้
→ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่การเทรดหนึ่งครั้งหรือสองครั้งเท่านั้นที่ทำให้ต่างกัน
แต่หากใช้ EA ทำงานไปหลายเดือนจนถึงปี
ความแตกต่างจะค่อยๆ สะสม จนในที่สุด
“ความต่างของสเปรด” จะนำไปสู่ความต่างของผลตอบแทนที่ค่อนข้างมาก
ในทางกลับกัน
(2) โบรกเกอร์ที่มีสเปรดกว้าง (ส่วนใหญ่เป็นโบรกเกอร์ต่างประเทศ)
จะ
แน่นอนว่า เมื่อเทียบกับข้อ (1) ประสิทธิภาพของ EA (ผลตอบแทน) จะลดลง
เหตุผลคือ สเปรดที่กว้างกว่า (มีค่าธรรมเนียมมากกว่า)
จึงเป็นผลลัพธ์ที่ตามมาคือ
ดังนั้น
หากต้องการ “ปรับปรุงผลการของ EA ให้ดีขึ้นอย่างง่ายๆ”
ควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีสเปรดแคบ หรืออย่างน้อยก็เลือกโบรกเกอร์ต่างประเทศที่มีสเปรดแคบ
นั่นคือแนวทางที่ควรทำ
อย่างไรก็ตาม ในบรรดาโบรกเกอร์ต่างประเทศ ก็มี
บางโบรกเกอร์ที่ตั้งค่าคุณสมบัติเช่น โบนัส (เครดิต) ต่างๆ
อยู่ด้วย
ในกรณีนั้น
ความสามารถในการทำกำไรจากการใช้งาน EA จะเป็นอย่างไร
・ ผลการของ EA มีโอกาสแย่ลง (รายได้ลดลง)
・ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผลการของ EA แย่ลง ก็จะได้โบนัสเพิ่ม (รายได้เพิ่มขึ้น)
จึงเกิดรูปแบบดังกล่าว
ดังนั้น ในการใช้งาน EA บนโบรกเกอร์ต่างประเทศ เราไม่ควรคิดเพียงแค่ผลการของ EA อย่างเดียว แต่ควรพิจารณาองค์ประกอบสองอย่างคือ
และพิจารณาประสิทธิภาพ EA ตามสภาพรวมทั้งสองอย่าง
ดังนั้นจึงต้องตัดสินใจบนฐานะภาพรวม
จุดนี้
หากคุณใช้งาน EA มานานพอสมควร
คุณจะเข้าใจได้
โดยเฉพาะผู้เริ่มต้น
มักจะคิดว่า “ใช้งาน EA บนโบรกเกอร์ต่างประเทศแต่ไม่ชนะ เพราะ Forward แตกต่างมาก” และ
ยังไม่พิจารณาเพิ่มของโบนัสให้ครบถ้วน
จึงมักดูแค่ “ผลตอบแทนของ EA” เท่านั้น จึงควรระวังด้วย
นอกจากนี้ ในโบรกเกอร์ต่างประเทศ ยังมีฟีเจอร์เสริมต่างๆ เช่น
โบนัสต่างๆ (เครดิต)
ซึ่งค่าใช้จ่ายจากฟีเจอร์เหล่านี้ก็ถูกสะท้อนไว้ในความกว้างของสเปรดด้วย
ดังนั้น ฟีเจอร์เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ forward ของ EA ลดลงได้เช่นกัน โปรดระมัดระวังด้วยค่ะ
(ถึงแม้จะพิจารณาจากข้อเหล่านี้แล้ว ก็ยังมีจำนวนผู้ใช้งานโบรกเกอร์ต่างประเทศอยู่มาก)
สรุปดังนี้
(1) หากต้องการ “ทำให้ผลการของ EA ดีขึ้น” ควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีสเปรดแคบ (เช่น โบรกเกอร์ในประเทศ)
(2) ในโบรกเกอร์ต่างประเทศ เนื่องจากสเปรดมีผลต่อผลการของ EA จึงมักแย่ลง
แต่ถึงจะลดลง ก็จะมีโบนัสต่างๆ และฟีเจอร์เช่น Leverage สูง และ Zero-Cut ที่อาจให้ประโยชน์เพิ่มเติม (หากใช้งาน ควรเข้าใจข้อดีข้อเสียก่อนใช้งาน)
น่าจะเป็นรูปแบบดังกล่าว
นอกจากนี้ ในโบรกเกอร์ต่างประเทศยังมีค่าใช้จ่ายในส่วนของ Affiliate ที่สะท้อนในสเปรดด้วย
ดังนั้น หากพิจารณาดีๆ จะทำให้เข้าใจได้แม่นยำยิ่งขึ้น
และในระยะยาวจริงๆ หากนำการเทรดจริงมาพิจารณา
ผลกระทบของ “ความกว้างของสเปรด” ต่อการเทรดสามารถประเมินได้ดังนี้
(ตัวอย่าง)
(โบรกเกอร์ที่มีสเปรดแคบ) “0.5 pips × 100 trades” = 50 pips
(โบรกเกอร์ที่มีสเปรดกว้าง) “1.5 pips × 100 trades” = 150 pips
หมายความว่า หลังจากผ่านไป 100 trades รวมทั้งหมดจะมี
“ต่างกันของค่าธรรมเนียมรวมกัน 100 pips”
เมื่อใช้งาน EA จริง จะเห็นว่า
ในโบรกเกอร์ที่มีสเปรดกว้าง เมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ที่แคบ ประมาณหนึ่งครั้งที่ SL จะถูกแตะมากขึ้น
จะปรากฏให้เห็น
ดังนั้นจึงควรพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิภาพ EA กับโบรกเกอร์ที่ใช้งาน
เพื่อเป็นแนวทางในการใช้งานของคุณ
(ข้อควรระวัง)
※เราไม่ใช่ผู้แนะนำการใช้งานโบรกเกอร์ต่างประเทศเป็นหลัก
“การใช้งานโบรกเกอร์ต่างประเทศ” ในปัจจุบันยังไม่มีการแนะนำในประเทศ
การใช้งานจึงเป็นการใช้งานด้วยความรับผิดชอบของตนเอง
จึงขอให้ท่านโปรดระมัดระวังในจุดนี้ด้วย