【สหรัฐอาหรับ】แนวคิดในการทบทวนพอร์ตฟอลิโอ
สวัสดีครับ/ค่ะ รีแมน(@Lehman1980)ครับ/ค่ะ
จากบทความก่อนหน้า ผมได้ซื้อ ADR และเพื่อกิจการนั้นได้เพิ่มน้ำหนักในหุ้นเดี่ยวลงด้วย ดังนั้น
จะเขียนเกี่ยวกับการทบทวนพอร์ตโฟลิโอ
สถานะการถือหุ้นในสหรัฐอเมริกา
สรุปบัญชีของ SBI Securities
หุ้นรายตัวที่ได้ทำการปรับเปลี่ยนดังต่อไปนี้
ทำให้เทคโนโลยีเฉพาะเหลือ CSCO เท่านั้น และ KO ที่ทำกำไรดีจากงบการเงินก็ขายออกไป
ห้าหุ้นที่ซื้อได้ทั้งหมดเป็น ADR ที่ให้เงินปันผลสูงและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลขณะนี้มากกว่า 4.5%
นอกจากนี้ BHP (เหมืองแร่) RDSB (น้ำมัน) WBK (ธนาคาร) เป็นเซกเตอร์ที่เริ่มถือหุ้นเป็นครั้งแรก
ทั้งนี้ ช่วงสัปดาห์ 14–18 ตุลาคมมีการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้น ทำให้มีกำไรอยู่ที่ประมาณ 0.8% ปิดท้ายวัน
ก่อนหน้า: ABBV、CSCO、KO、MO、MSFT、PYPL、T、V
ปัจจุบัน:ABBV、BHP、BTI、CSCO、GSK、MO、RDSB、T、WBK(ตัวหนาแสดงหุ้นใหม่)
( JPM และธนาคารที่ประกาศกำไรดีในสัปดาห์นี้ เช่น KO ปรับตัวขึ้น ในขณะที่เทคโนโลยี JNJ, BA ปรับตัวลง ภาพ: ปิดวันที่ 18 ตุลาคม แหล่งที่มา: FINVIZ)
สถานะพอร์ตโฟลิโอและการทบทวนสมดุล
กราฟวงกลมของหุ้นที่ถืออยู่ด้านบนนี้ ในสองสัปดาห์นี้ได้ดำเนินการปรับสมดุลควบคู่ไปด้วย
ในบทความแรก ผมได้เขียนอัตราส่วน Core-Satellite ไว้ และครั้งนี้ตัดสินใจทบทวนใหม่
Core คือETF 3 ชนิด (85% → 60%) Satellite คือหุ้นเดี่ยว 10 ชนิด (6 ชนิด 15% → 10 ชนิด 40%)เป็นอย่างนี้
ในอีกประมาณ 1 ปีข้างหน้า ตลาดหุ้นสหรัฐมีความเสี่ยงสูงขึ้น ผมจึงจะเพิ่มหุ้นเดี่ยวที่ให้เงินปันผลสูงขึ้น
(ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2019)
Core ประกอบด้วย VTI (20%) SPYD (25%) PFF (15%) สามชนิด และได้ปรับสัดส่วน。
Satellite มี 10 ชนิดจาก ABBV、BHP、BTI、CSCO、GSK、MO、MSFT、NGG、RDSB、T、WBK โดยแต่ละชนิด 4% (เดิม 2.5%)
นอกจากนี้ Satellite จะพิจารณาซื้อเพิ่มหรือตัดเปลี่ยนตามสถานการณ์ของแต่ละหุ้นเป็นระยะ