ทำความเข้าใจ “RSI” ของ มักซ์ อิวาโมโตะ ตอนที่ 3 [มักซ์ อิวาโมโตะ]
โปรไฟล์ คุณไมส์กซ์อาโมโตะ
อิวาโมโตะ เคสุเกะ ตามชื่อเสียง “ผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์เทคนิคที่จบการศึกษาระดับมัธยมต้น” ซึ่งหาได้ยากในวงการวิเคราะห์ เนื่องจากแทบไม่มีประวัติการศึกษาแม้ในยุคที่สังคมให้ความสำคัญกับการศึกษา และยังคงต่อสู้ในตลาด FX ทุกวัน แม้วันนี้หลายคนจะเริ่มต้นFX อย่างง่ายดาย แต่ผมขอให้มีทักษะที่ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องเพื่อชนะและอยู่รอด จึงทำงานเป็นผู้เขียนซีรี่ส์และผู้บรรยายสัมมนา
※บทความนี้เป็นการเผยแพร่และปรับปรุงใหม่จากบทความใน FX攻略.com เดือนตุลาคม 2018 หากข้อมูลในบทความแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน โปรดระวังด้วย
การเบี่ยงเบน (Divergence) เป็นสัญญาณซื้อขายที่มีประโยชน์หรือไม่
คราวนี้เราจะพูดถึง “Divergence” ซึ่งมักถูกใช้เป็นสัญญาณซื้อขาย Divergence ไม่จำกัดเฉพาะ RSI เท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นกับตัวชี้วัดประเภท Oscillators ที่แสดงในหน้าต่างย่อยอื่น ๆ เช่น Stochastic, MACD, Psycological Line ฯลฯ ซึ่งแต่ละตัวชี้วัดมีความหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เหตุผลคือ RSI คำนวณจาก “ความเปลี่ยนแปลงของค่าในช่วงระยะเวลาหนึ่ง” ในขณะที่ Stochastic ใช้ราคาปิดเป็นหลัก และค่าเป้าหมายและสูตรคำนวณต่างกัน Divergence สามารถแบ่งเป็นกลุ่มทั่วไปได้ แต่ต้องไม่ลืมถึงความแตกต่างด้านนั้น
ในกรณี Divergence ของ RSI หากแนวโน้มขาขึ้นอยู่กับราคาที่เพิ่มขึ้น แต่ RSI เริ่มลงจากโซนสูง แปลว่าแนวโน้มขาขึ้นอาจสิ้นสุด (ดูกราฟที่ ①) และในแนวโน้มขาลง ราคากำลังลดลง แต่ RSI เริ่มกลับตัวขึ้นจากโซนต่ำ แปลว่าแนวโน้มขาลงอาจสิ้นสุด (ดูกราฟที่ ②)
Divergence ที่เตือนการพลิกผันแนวโน้มเช่นนี้มักถูกนำมาใช้เป็นสัญญาณซื้อขาย ซึ่งเป็นวิธีการใช้งานทั่วไป อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่ทั้งหมดในการเข้าใจ Divergence ของ RSI
Divergence เป็นปรากฏการณ์ย้อนทิศทาง ไม่ใช่การคิดแบบง่ายๆ ว่ามันจะทำให้แนวโน้มเปลี่ยนทันที แต่ควรเห็นว่าแรงลมขึ้นลงเริ่มอ่อนแรงลง เหมือนสัญญาณดับ มันน่าจะถูกอธิบายได้เมื่ออ่านต่อไป