เข้าใจ “Pivot” โดย มักซ์อิวะโมโตะ ตอนที่ 1 [มักซ์อิวะโมโตะ]
ข้อมูลส่วนตัวของ Max Iwamoto
Iwamoto Keisuke. ตามฉายา “ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคที่ไม่มีการศึกษา” ในวงการนักวิเคราะห์ ซึ่งหายากมากในวงการนี้ แม้สังคมในปัจจุบันยังคงให้ความสำคัญกับการศึกษา แต่เขายังคงต่อสู้กับตลาด FX ที่ไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษาแบบเดิมๆ ต่อวัน ด้วยความปรารถนาว่า “ในเวลานี้ที่ทุกคนสามารถเริ่ม FX ได้อย่างง่ายดาย เราควรสอนทักษะที่ทำให้ชนะอย่างต่อเนื่อง” เขาจึงทำหน้าที่เป็นผู้เขียนคอลัมน์และวิทยากรบรรยายในสัมมนา
※บทความนี้เป็นการนำบทความจาก FX攻略.com ฉบับเดือนธันวาคม 2018 มาตัดต่อและปรับปรุง เนื้อหาตลาดที่ระบุในบทความอาจต่างไปจากสถานการณ์ตลาดปัจจุบัน กรุณาตระหนัก
การจับแรงกดดันในการซื้อขายจากการเปลี่ยนแปลงราคาของวันก่อน
ฉบับนี้เราจะนำ Pivot ที่ออกแบบโดย J. W. Wilder มาแนะนำ ผู้ที่สร้างผลงานสำคัญในด้านเทรดดิ้งเชิงเทคนิค เช่น RSI, Parabolic SAR, DMI และอื่นๆ ซึ่งเป็นชื่อที่นักเทรดเทคนิคหลายคนอาจรู้จัก
แนวคิดของ Pivot คือการแสดงความแข็งแกร่งของอำนาจซื้อและขายในวันถัดไปจากการเปลี่ยนแปลงราคาของวันก่อน โดยต่างจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่พิจารณาค่าปิดหลายวัน Pivot จะพิจารณาเฉพาะวันก่อนหน้า ดังนั้นสำหรับผู้ที่สนับสนุนเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ อาจถามว่า “วันก่อนหน้าอย่างเดียวยังไม่พอใช่หรือไม่?” แต่หากมองจากมุมมองของเป้าหมายในการวางแผน กลยุทธ์ระยะกลางถึงยาวหรือกลยุทธ์ซื้อขายรายวัน ทั้งสองแนวสามารถใช้งานได้กว้าง ดังนั้น Pivot ในกรณีนี้ถือเป็นดัชนีสำหรับการเทรดระยะสั้นที่เหมาะกับ Day Trade
ก่อนอื่น ต้องมีราคาสูงสุด (H) ตํ่าสุด (L) และราคาปิด (C) ตามสูตรใน ตารางที่ ① ตามที่คำนวณค่า Pivot Index โดยเฉลี่ยของราคาสูงสุด ต่ำสุด และปิดของวันก่อนหน้า แนวคิดพื้นฐานของ Pivot คือใช้ Pivot Index เป็นค่ากลางของวันนั้นๆ โดยพิจารณาอ่อนแรงของราคาซื้อจากวันก่อนหน้าถึง Pivot และความกดดันในการซื้อที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในวันนั้นเท่ากัน และความกดดันในการขายจะมาจากราคาสูงสุดถึง Pivot ซึ่งเป็นแรงกดดันในการขายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในวันนั้น (รูปที่ 1)
เป็นดัชนีที่ผ่านแนวเส้นทั้ง 7 เส้นรอบ Pivot เพื่อวัดความแข็งแกร่งของผู้ซื้อและผู้ขายและนำไปใช้ในการตัดสินใจซื้อขาย (รูปที่ 1) เนื่องจากรับราคาจากวันก่อนหน้าโดยตรง จึงเห็นได้ชัดว่าตอนนี้อยู่ในช่วงราคาคงที่หรือเทรนด์ ซึ่งเป็นจุดดึงดูดใจ