ถนนสู่ท้องฟ้าและฐานะจิตวิทยาและจิตใจ
ทุกคน สวัสดีครับ ผมชื่อฮ잣จิ? (引地) ขอแนะนำตัวครับ
ขอความกรุณาจากทุกคนดูแลด้วยนะครับ เนื่องเป็นครั้งแรก ผมจะแนะนำประวัติการลงทุนในหุ้นของผมและสไตล์การลงทุนของผมพร้อมๆ กัน
ผมกำลังทำวิจัยด้านการเงินที่มหาวิทยาลัยหนึ่ง โดยรับผิดชอบหลายวิชา เช่น “ทฤษฎีองค์กร” และ “เวนเจอร์” และ “การเงินองค์กร” เนื่องจากเป้าหมายการวิจัยมักเป็นบริษัทจดทะเบียน ผมจึงเริ่มลงทุนในหุ้นด้วยความคิดว่าอาจนำความรู้ที่ได้ไปใช้กับการลงทุนในหุ้นได้ ประมาณ 7–8 ปีมาแล้ว ผลการดำเนินงานในช่วงห้าปีแรกค่อนข้างล้มเหลว ผมถนัดการวิเคราะห์บริษัท ดังนั้นวิเคราะห์พื้นฐาน เพื่อเข้าหาการลงทุนหุ้นที่มีมูลค่าต่ำกว่าความจริงในระยะยาว แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ。
ไม่สามารถชนะได้ง่ายๆ จึงเคยหันไปตามกระแสซื้อขายแบบอินาโก (หมดทุน) ที่มีชื่อเสียงก็มีบ้าง แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ได้ดีเลย บางครั้งก็ชนะอย่างรุนแรง แต่โดยรวมขาดทุนมาก นักลงทุนในโลกนี้มักพูดถึงคำว่า “ละลายไปพร้อมกับเงิน” ผมได้ประสบการณ์ว่าเงินละลายหายไปตามไปด้วย。
ประมาณ 5 ปีผ่านมา ทำให้ทรัพย์สินของผมลดลงต่อเนื่อง ตอนแรกคิดว่าการใช้ความรู้ด้านการวิเคราะห์พื้นฐานจะทำให้ชนะได้ แต่โลกของหุ้นไม่ได้หวานขนาดนั้น ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะมีข่าวสารใหม่ออกมา และถึงมี ก็ยากที่จะเดาทิศทางได้ บางครั้งพอขายขาดทุนกลับมาราคาขึ้น บางครั้งซื้อมาแล้วราคาก็ลงทันที ในกรณีอินาโกที่มีชื่อเสียงหากเวลายังไม่ถูกต้องจะเสียเงินมาก การซื้อขายทั้งจังหวะซื้อและขายจึงสำคัญมากถึงขนาดที่หากล้มเหลวอาจแพ้มาก
5 ปีที่ผ่านมาผมลดสินทรัพย์ลงมากมาย ระหว่างนั้นผมเริ่มคิดสิ่งต่างๆ มากขึ้น แน่นอนว่าการวิเคราะห์พื้นฐานยังคงเป็นส่วนสำคัญ แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณา ก่อนอื่นคือการคิดจากมุมมองผู้บริหารของบริษัท ผมจะตั้งสมมุติว่า “ถ้าผมเป็นประธานบริษัท ผมจะทำอย่างไร” แล้วกราฟตัวเลขพื้นฐานก็จะดูมีชีวิตชีวาขึ้น ถัดมาเป็นความคิดของนักลงทุนคนอื่น แม้นักลงทุนรายใหญ่จะเป็นอย่างไร นักลงทุนรายย่อยเป็นอย่างไร เมื่อพิจารณาเช่นนี้ ความต้องการและอุปสงค์ก็จะถูกเข้าใจมากขึ้น และอื่นๆ เช่น สภาพแวดล้อมของบริษัท ทั้งสังคม การเมือง กฎหมาย สภาพแวดล 국제까지 ผมได้เริ่มพิจารณาปัจจัยหลายอย่างเพิ่มเติม
จนถึงตอนนี้ ทำให้เงินไม่ลดลงอีกต่อไปและในช่วงไม่กี่ปีมานี้มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น ผมเชื่อว่าในที่สุดตอนนี้สไตล์ของตัวเองก็เริ่มชัดเจนขึ้น
การถูกเห็นกำไรหลุดและขาดทุนเกิดขึ้นเพราะ “พื้นฐาน” ไม่ใช่ “จิตใจ” ดังนั้น สิ่งสำคัญในหุ้นคือการบริหารจิตใจของตัวเองให้ดี ไม่ใช่พื้นฐานของบริษัทเท่านั้น