เหตุผลที่แม้จะชนะในการทดสอบก่อนหน้า FX แต่ตัดสินใจไม่ได้ในการใช้งจริง|วิธีเปลี่ยนการฝึกซ่อนอนาคตให้เป็นการฝึกฝนที่เปิดเผย
การตรวจสอบย้อนหลัง FX สามารถตัดสินใจได้ดี แต่เมื่อเข้าสู่สภาวะตลาดที่มีการเคลื่อนไหวจริงก็ยังลังเล เหตุผลหลักที่ทำให้เกิดช่องว่างนี้ไม่ใช่แค่ขาดความรู้เท่านั้น
เพราะในการเปรียบเทียบคำตอบกับ chart ที่เสร็จแล้วนั้น กับการตัดสินใจในสถานการณ์ที่ยังมองไม่เห็นอนาคต ความสามารถที่จำเป็นจึงต่างกัน
เพื่อเชื่อมผลการตรวจสอบย้อนหลังเข้ากับการใช้งานจริง จำเป็นต้องไม่เพียงแค่รวบรวมผลการทดสอบ แต่ยังฝึกฝนการตัดสินใจเรื่องการ “ซื้อ-ขาย-รอ” โดยที่ยังบอกถึงค่าเคลื่อนไหวของอนาคตไว้ด้วย ในบทความนี้จะอธิบายวิธีเปลี่ยนค่า chart ในอดีตให้เป็นการฝึกตัดสินใจที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริง
เหตุผล 3 ข้อที่ทำให้รู้ในขั้นตรวจสอบย้อนหลังแต่สับสนในการใช้งานจริง
chart ที่เสร็จแล้วมีคำตอบให้เห็น
เมื่อเลื่อนไปมาใน chart ในอดีตจะเห็นชัดว่า จุดที่เริ่มขึ้นและจุดที่กลับตัวอยู่ตรงไหนแล้ว
ดังนั้นในสถานการณ์ที่โดยปกติอาจยากต่อการตัดสินใจ ก็สามารถรู้สึกว่า “นี่คือจุดที่ควรซื้อจริงๆ” หรือ “ถ้ารูปแบบนี้ ก็ขายได้” ได้ง่ายขึ้น บางครั้งก็เห็นว่าคุณลักษณะของการขึ้นทำให้ดูเหมือนรอการย่อตัว และหลังจากลงก็เห็นว่าความต้านทานทำงาน
ในทางกลับกัน ในตลาดจริง เราไม่เห็นอนาคตถัดจากแท่งเทียนที่อยู่ตรงหน้า ยังมีการกลับตัวที่ดูเหมือนเป็นการย้อนกลับชั่วคราว อาจมีการเคลื่อนไหวต่อไปก่อนที่เงื่อนไขจะครบถ้วน
พลังในการหารูปร่างหลังจากเสร็จสิ้น กับพลังในการตัดสินใจจากสถานะระหว่างทางจึงควรคิดแยกกัน
การตรวจสอบวิธีและการฝึกตัดสินใจที่ผสมผสานกัน
การตรวจสอบย้อนหลัง FX มีบทบาทหลักอยู่ 2 ประการ
- นำวิธีที่กำหนดไปทดสอบกับตลาดในอดีต แล้วบันทึกผลลัพธ์และแนวโน้ม
- ใช้ข้อมูลที่มองเห็นในขณะนั้นเท่านั้น เพื่อฝึกขั้นตอนการตัดสินใจ
ในส่วนแรก จะทำซ้ำเงื่อนไขแบบเดียวกันด้วยกฎที่กำหนด เพื่อบันทึกอัตราชนะ กำไรเฉลี่ย ขาดทุนเฉลี่ย คงเสถียรภาพ และความแตกต่างตามสภาพตลาด
ส่วนที่สองจะตรวจสอบว่า “ในสถานการณ์นั้นๆ สามารถสร้างสถานการณ์ได้หรือไม่” “รอจนเงื่อนไขพร้อมหรือไม่” และ “สามารถปฏิเสธการซื้อได้หรือไม่”
หากตรวจสอบเฉพาะผลการดำเนินการของวิธีการอย่างเดียว ไม่เพียงพอต่อการฝึกฝนความสามารถในการตัดสินใจในตลาดจริง ควรแยกเป้าหมายและเลือกวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละส่วน
ฝึกเฉพาะสถานการณ์ที่เข้าสถานะการเปิด Positions เท่านั้น
ในการตรวจสอบย้อนหลัง มักจะค้นหาช่วงที่เคลื่อนไหวได้อย่างสวยงามเท่านั้น แต่เวลาในตลาดจริงส่วนใหญ่คือเวลาที่รอให้เงื่อนไขครบถ้วน
การตัดสินใจเช่น “ราคายังไปถึงไม่ถึง” “เงื่อนไบต่ำกว่าที่กำหนดไม่สำเร็จ” หรือ “ข้ามสถานการณ์เพราะแผนถูกทำลาย” เป็นส่วนหนึ่งของการเทรด
หากบันทึกเฉพาะสถานการณ์ที่เปิดตำแหน่ง จะฝึกการตัดสินใจที่ไม่เข้าเสี่ยง ทำให้ในตลาดจริงอาจอยากเข้าเมื่อมีเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งปรากฏ และจำนวนการเทรดอาจเพิ่มมากกว่าในการตรวจสอบย้อนหลัง
5 ขั้นตอนเปลี่ยน chart ในอดีตเป็นการฝึกตัดสินใจเชิงใช้งานจริง
1.กำหนดตำแหน่งเริ่มต้นโดยซ่อนอนาคต
ใช้ฟังก์ชันการเล่นกราฟ หรือวิธีอื่นๆ เพื่อไม่ให้เห็นการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดหลังจุดเริ่มต้นการฝึก
ไม่เลื่อนไปยังรูปแบบที่ต้องการตั้งแต่แรก แต่เริ่มจากตำแหน่งที่ยังไม่แน่ว่าจะตรงตามเงื่อนไข เพื่อให้การตรวจสอบรวมถึงการรอและการพิจารณาการยกเลิกเป็นส่วนหนึ่งของการฝึก
รูปแบบการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ อาจแตกต่าง แต่สิ่งที่จำเป็นคือ “สภาพแวดล้อมที่ไม่เห็นอนาคตถัดไป”
2.ก่อนจะเล/chart ไปลึก เขียนสถานการณ์
เมื่อสภาวะเริ่มต้นถูกตรวจสอบแล้ว ให้บันทึกอย่างน้อยต่อไปนี้
- สภาวะของช่วงเวลาบนระดับสูงขึ้นอย่างไร
- รอที่ระดับราคาช่วงไหน
- อะไรที่จะทำให้พิจารณาเข้าออเดอร์
- อะไรที่จะยกเลิกสถานการณ์สถานะปัจจุบันคือ “ซื้อ-ขาย-รอ” อย่างไร
ไม่จำเป็นต้องเขียนบทวิเคราะห์ยาวๆ แค่พอให้เห็นเกณฑ์การตัดสินใจในภายหลัง
สิ่งสำคัญคืออย่าเพิ่มเหตุผลที่สะดวกหลังจากเห็นการเคลื่อนไหว หากต้องแก้เงื่อนไขให้เป็นไปได้ ก็ให้แก้บันทึกเดิมโดยเพิ่มเติมว่า “ข้อมูลใดที่ทำให้เปลี่ยนการตัดสินใจ”
3.เลื่อนกราฟแท่งเทียนทีละขั้นและตัดสินใจทุกครั้ง
เลื่อนกราฟไม่ใช่ไปทั้งหมด แต่ให้แท่งเทียนบนกรอบเวลาที่ใช้ทีละแท่ง หรือทีละหน่วยที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ
ทุกครั้งที่ตรวจสอบ ไม่ใช่แค่ตรวจ whether สามารถเข้าออเดอร์ได้หรือไม่
- สถานการณ์เดิมยังมีผลอยู่หรือไม่
- ถึงราคาที่รออยู่หรือยัง
- เงื่อนไขการเข้าออเดอร์ถูกยืนยันแล้วหรือยัง
- ยังไม่ถึงจุดที่ควรมองหาได้หรือไม่
ถ้าเงื่อนไขไม่ครบถ้วนให้ “รอ” หากสถานการณ์พังทลายให้ “พิจารณายกเลิก” แม้ราคาจะเริ่มเคลื่อนไหวแต่หากยังไม่เข้าเงื่อนไขที่กำหนดก็จะไม่ไล่ตาม
การทำซ้ำการตัดสินใจที่ไม่ทำอะไรเป็นการฝึกที่ช่วยลดการเข้าออเดอร์เกินความจำเป็น
4.ก่อนดูผล ให้บันทึกจุดตัดสินใจ
เมื่อเลือกเข้าออเดอร์หรือรอ จะต้องบันทึกภาพกราฟและเหตุผลไว้
หากรอผลลัพธ์แล้วบันทึก จะทำให้ยากที่จะอธิบายเหตุผลในภายหลัง หากมีภาพจุดตัดสินใจจะช่วยแยกข้อมูลที่มองเห็นในตอนนั้นออกจากการตีความหลังจากเห็นผล
กรุณาเก็บบันทึกสถานการณ์ที่ไม่ได้เข้าออเดอร์ด้วย เพราะผลที่ “ไม่เข้าสู่การรอ” อาจไม่ใช่ความผิด แต่หากเงื่อนไขก่อนหน้ายังไม่ครบถ้วนก็อาจมีกรณีที่ควรละเว้นการเข้าออเดอร์
5.ไม่ใช่ผลกำไร-ขาดทุน แต่ตรวจสอบความสับสนในการตัดสินใจ
เมื่อสถานการณ์หนึ่งเสร็จสิ้น ไปเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่เขียนไว้ตอนต้น
สิ่งที่ควรตรวจสอบได้แก่
- การตัดสินใจของระดับบนกับทิศทางที่ตั้งไว้สอดคล้องกันหรือไม่
- รอถึงระดับราคาที่คาดหวังได้หรือไม่
- ก่อนที่เงื่อนไขจะยืนยัน ได้เข้ามาออเดอร์หรือไม่
- ไม่ยึดติดกับสถานการณ์ที่หมดความถูกต้องหรือไม่
- หลังเห็นผล ได้เติมเหตุผลเพิ่มไหม
กำไรหรือขาดทุนจะบันทึกแยกต่างหาก เพราะมือที่ปฏิบัติตามขั้นตอนไม่เสมออาจทำให้ขาดทุน หรือการเทรดที่ข้ามเงื่อนไขอาจให้ได้กำไรโดยบังเอิญ
จุดมุ่งหมายที่นี่คือไม่ใช่การทำกำไรสูงสุดบน chart ในอดีต แต่เป็นการค้นหาว่าการตัดสินใจของตนเองมักหลุดออกจากกฎก่อนหน้าในขั้นใดบ้าง
ตัวอย่างทั่วไปดูความต่างระหว่าง “การตอบคำถาม” กับ “การฝึกตัดสินใจ”
ตัวอย่างทั่วไป สมมติว่าในระดับบนมีการคาดการณ์แนวโน้มขึ้น และเมื่อตั้งค่าระดับราคาก่อนเรียบร้อยแล้ว หากเงื่อนไขของระดับล่างสำเร็จ ก็ควรพิจารณาซื้อ
เมื่อดู chart ที่เสร็จเรียบร้อย ราคากลับขึ้นอย่างสวยงาม อาจดูเป็นจุดซื้อที่ง่าย
แต่หากปิดบังอนาคตแล้ว การตัดสินใจจริงๆ จำเป็นต้องทำดังนี้
- รอเพราะราคายังไม่ถึง
- ถึงแล้วแต่เงื่อนไขระดับล่างยังไม่ชัดเจน จึงรอ
- เคลื่อนไหวขึ้นลงแต่ความตั้งต้นของระดับบนพังทลาย จึงพิจารณายกเลิก
- หลังเงื่อนไขสำเร็จแต่ขาดทุน แต่ขั้นตอนการตัดสินใจก็ยังถูกต้อง
ไม่ใช่การเดาว่าจะขึ้นจากจุดไหนในอนาคต แต่เลือกการกระทำอย่างไรตามข้อมูลที่มีในขณะนั้น ความต่างนี้ทำให้การตรวจสอบย้อนหลังกลายเป็นการฝึกที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริง
ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่ยังใช้การตรวจสอบย้อนหลังเป็นงาน
การเพิ่มจำนวนครั้งในการตรวจสอบเป็นเป้าหมายหลักเอง จะทำให้คุณภาพการตัดสินใจลดลง โดยเฉพาะแนวทางที่ควรระวังต่อไปนี้
- ค้นหาช่วงที่เคลื่อนไหวแล้วเท่านั้นทีหลัง
- ปรับเงื่อนไขการเข้าออเดอร์ให้สอดคล้องกับผลลัพธ์
- บันทึกเฉพาะสถานการณ์ที่เข้าออเดอร์แล้ว
- ทดลองหลายวิธีหรือธีมปรับปรุงพร้อมกัน
- เร่งจำนวนข้อมูลให้เร็วขึ้นเป็นอันดับแรก
ในการฝึกหนึ่งครั้ง ควรจำกัดคู่เงิน เวลา และกฎที่ใช้ และโจทย์ที่ต้องการตรวจสอบให้แคบลงเท่าที่จะทำได้
ยกตัวอย่างว่า ไม่ใช่การเปลี่ยนแผนทั้งหมดว่า “วันนี้จะปรับทั้งความแม่นยำในการ enter ของระดับล่างและวิธีการชำระหนี้” แต่ให้ตรวจสอบเป็นลำดับว่า “รอถึงระดับราคาที่ตั้งไว้ได้หรือไม่” หนึ่งอย่างต่อหนึ่งอย่างจะทำให้เห็นชัดว่าต้องแก้อะไรบ้าง
ก่อนก้าวไปสู่การใช้งานจริงควรตรวจสอบหลักเกณฑ์การตัดสินใจ
จำนวนครั้งของการตรวจสอบย้อนหลังเพื่อให้สามารถตัดสินใจในตลาดจริงขึ้นอยู่กับวิธีการ เวลา และความชำนาญของแต่ละบุคคล ไม่มีวิธีที่กำหนดตายตัว
แนวทางที่ควรใช้เป็นเกณฑ์คือสถานะต่อไปนี้
- เขียนสถานการณ์ก่อนที่การเคลื่อนไหวจะไปข้างหน้าได้
- อธิบายเหตุผลในการรอและเหตุผลในการปฏิเสธการเข้าออเดอร์ได้
- สามารถตัดสินใจในตลาดที่ต่างกันด้วยลำดับเดียวกัน
- ลดจำนวนเงื่อนไขเมื่อเห็นผลลัพธ์
- รู้ว่าคุณอยู่ในขั้นตัดสินใจส่วนไหนที่มักทำผิด
เมื่อถึงจุดนี้แล้ว ให้ลองใช้ในสภาพแวดล้อมจริง เช่น การเดโมเทรด ด้วย
สิ่งสำคัญคืออย่าตั้งข้อจำกัดให้การตรวจสอบย้อนหลังเป็นการสร้างผลลัพธ์ในอดีตเท่านั้น เพราะผลลัพธ์ในอดีตไม่รับประกันผลในอนาคต และในสถานการณ์จริงจิตใจก็มีการเปลี่ยนแปลง
สรุป|เปลี่ยนการตรวจสอบย้อนหลังจากการ “หาคำตอบ” ไปสู่ “การฝึกตัดสินใจ”
เมื่อ FX ตรวจสอบย้อนหลังแล้วพบว่าสามารถตัดสินใจได้ แต่ยังลังเลในการใช้งานจริง ให้ลองทบทวนวิธีการตรวจสอบก่อนเพิ่มจำนวนวิธี เพื่อให้การใช้งานจริงมีความสมเหตุสมผลมากขึ้น
การค้นหารูปแบบที่สำเร็จจาก chart ที่เสร็จเรียบร้อยไม่ได้ช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจในสภาวะที่คิดไม่เห็นอนาคตได้ง่ายขึ้น
ซ่อนอนาคต ทำสถานการณ์ล่วงหน้า เขยิบกราฟทีละแท่งเพื่อกำหนด “ซื้อ-ขาย-รอ” และบันทึกสถานการณ์ที่ไม่ได้เข้าออเดอร์ด้วย ไม่ใช่การดูผลแล้วมองหาคำตอบ แต่ตรวจสอบความสับสนในการตัดสินใจ
กระบวนการนี้จะทำให้การตรวจสอบย้อนหลังไม่ใช่แค่การตอบคำถาม แต่เป็นการฝึกขั้นตอนการตัดสินใจที่ใช้ได้จริงในการใช้งาน
↓↓แนะนำ↓↓