【ผู้เริ่มต้น】 ICT วิธีการคืออะไร? อธิบายวิธีดูชาร์ตด้วยการใช้ Liquidity และ FVG อย่างเข้าใจง่าย
นักเทรดต่างประเทศบนวิดีโอและโซเชียลมีเดีย เคยเห็นคำอย่าง “Liquidity (สภาพคล่อง)”, “FVG”, “Order Block” หรือไม่
เหล่านี้เป็นแนวคิดที่ใช้บ่อยในวิธีการเทรดที่เรียกว่า ICT
ICT ไม่ใช่วิธีการที่ตามสัญญาณซื้อขายจากอินดิคเตอร์เพียงอย่างเดียว มันอ่านจากตำแหน่งราคาสูงสุดต่ำสุดและพลังของแท่งเทียน เพื่อหาว่า “มีคำสั่งจำนวนมากน่าจะรวบรวมอยู่ที่ไหน” และ “แนวโน้มการเคลื่อนไหวน่าจะเปลี่ยนแปลงไปที่ไหน”
อย่างไรก็ตามการจำ ICT ไว้ไม่ได้แปลว่าจะชนะเสมอไป บทความนี้อธิบายแนวคิดพื้นฐานของ ICT และขั้นตอนการดูกราฟสำหรับผู้เริ่มต้นอย่างเข้าใจง่าย
ICT คืออะไร?
ICT ย่อมาจาก “Inner Circle Trader”
หมายถึงวิธีวิเคราะห์ที่เน้นการอ่าน Price Action ที่เผยแพร่โดย Michael J. Huddleston ผู้สอนการเทรดในสหรัฐอเมริกาเว็บไซต์ทางการของ ICTซึ่งมี教材สำหรับอ่านแนวโน้มและการเคลื่อนไหวของราคาช่วงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเผยแพร่
ใน ICT ราคาไม่ได้เป็นเพียงการขึ้นลงต่อเนื่อง แต่เป็นการ “เคลื่อนที่ไปยังโซนราคาที่คาดว่าคำสั่งจะรวมตัวกันมากขึ้น” และ “แนวโน้มการเคลื่อนไหวได้เปลี่ยนไปอาจเกิดขึ้น”
ที่ต้องระวังคือ ICT ไม่ใช่ทฤษฎีทางการเงินอย่างเป็นทางการหรือมาตรฐานร่วมใดๆ มันไม่ใช่วิธีที่ “ยืนยันคำสั่งจากสถาบันการเงินโดยตรง” และเป็นหนึ่งในวิธีวิเคราะห์จากการคาดเดจุดที่มีคำสั่งน่าจะอยู่บนกราฟจากจุดสูงสุดหรือต่ำสุด
5 คำศัพท์พื้นฐานในการเข้าใจ ICT
1.Market Structure
Market Structure คือการเรียงตัวของราคาสูงสุดต่ำสุดของตลาด
ราคาสูงขึ้นต่ำลงเรื่อยๆ: แนวโน้มขาขึ้น
ราคาสูงขึ้นต่ำลง: แนวโน้มขาลง
สลับอยู่ในกรอบราคาคงที่: ตลาดในรูปแบบแนวรั่บ/ไร้ทิศทาง
ใน ICT ก็จะตรวจสอบทิศทางของตลาดก่อนบนกรอบเวลายาวใหญ่
ยกตัวอย่าง หากกรอบเวลาย้อนกลับไปเป็นแนวโน้มขาขึ้น ก็สามารถค้นหาคำสั่งซื้อขายที่เป็นลักษณะ Buy ได้ก่อนบนกรอบเวลาย่อ เช่น 5 นาที
2.Liquidity (สภาพคล่อง)
ใน ICT liquidity คือบริเวณที่คาดว่าคำสั่งจำนวนมากจะรวมตัวกัน
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ราคาสูงสุดและต่ำสุดในอดีต
| สถานที่ | ชื่อเรียกใน ICT | คำสั่งที่คาดว่าจะรวบรวม |
|---|---|---|
| ด้านบนของราคาสูงสุดในอดีต | Buy-side Liquidity | คำสั่งซื้อที่ถูกหยุดขาดจากการขาย เพราะมุ่งหวังการหนีทะลุขึ้น |
| ด้านล่างของราคาต่ำสุดในอดีต | Sell-side Liquidity | คำสั่งขายที่ถูกหยุดขาดจากการซื้อ เพราะมุ่งหวังการทะลุต่ำลง |
”Equal Highs” ที่ราคาสูงสุดเรียงกันในระดับเดียว และ “Equal Lows” ที่ราคาต่ำสุดเรียงกันในระดับเดียว ถือเป็นพื้นที่ที่สภาพคล่องมักรับรู้ได้ง่าย
3.Liquidity Sweep
การที่ราคาทะลุผ่าน highs หรือ lows ในอดีตเพียงครั้งเดียว แล้วกลับมายังกรอบเดิมอย่างรวดเร็วเรียกว่า “Liquidity Sweep”
ตัวอย่างคือ ต่ำกว่าต่ำสุดในอดีตเล็กน้อย แล้วพุ่งขึ้นอย่างแรง
ใน ICT จะตีความว่า “มีความเป็นไปได้ที่คำสั่งซื้อที่อยู่ต่ำกว่าจะถูกกลืนเข้าไปในช่วงนี้”
แต่การทะลุ highs หรือ lows ไม่ได้หมายความว่าจะกลับตัวเสมอไป บางครั้งราคาไปต่อในทิศเดิม ดังนั้นห้ามตัดสินการซื้อขายจากการ Sweep อย่างเดียว
4.Displacement และ MSS
Displacement คือการเคลื่อนไหวของราคาที่แท่งเทียนพุ่งไปในทิศทางหนึ่งอย่างแรง
การทะลุ highs หรือ lows ในระยะสั้นหลังจากการเคลื่อนไหวนั้น ทำให้โครงสร้างตลาดเปลี่ยนไปเรียกว่า MSS (Market Structure Shift)
เมื่อคิดจะซื้อ ให้ตรวจสอบลำดับดังนี้
ทะลุต่ำสุดในอดีตลงไปชั่วคราว
ราคากลับมาสู่กรอบเดิมเร็วๆ
เกิดแท่งขี้นแรง (Bullish)
ทะลุเหนือสูงสุดระยะสั้นล่าสุด
ไม่ใช่เพียงแค่ “ต่ำสุดถูกทะลุ” แต่เป็นจุดที่สามารถยืนยันแรงซื้อที่เพิ่มขึ้นได้คือเรื่องสำคัญ
5.FVG(Fair Value Gap)
FVG คือพื้นที่ราคาที่เกิดจากการเคลื่อนไหวแบบรุนแรง ทำให้แท่งเทียนทับซ้อนกันน้อย
โดยทั่วไปจะยืนยันด้วยการใช้สามแท่งเทียนต่อเนื่อง
ในช่วงขึ้น จะมีช่วงที่ไม่ทับซ้อนระหว่างราคาสูงสุดแท่งที่หนึ่งกับต่ำสุดแท่งที่สาม ขณะลง จะมีช่วงระหว่างต่ำสุดแท่งหนึ่งกับสูงสุดแท่งสาม
ใน ICT พิจารณาช่วงราคานี้ว่า “อาจไม่ได้มีการซื้อขายมากพอจากการเคลื่อนไหวที่รุนแรง” และรอปฏิกิริยากลับมาที่ราคานั้นอีกครั้งเมื่อราคากลับขึ้น
FVG ควรใช้งานร่วมกับ Liquidity Sweep หรือ MSS มากกว่าใช้งานเดี่ยวๆ โดยทบทวนแนวคิดเพิ่มเติมได้ที่ ICT เองวิดีโออธิบาย FVG อย่างเป็นทางการสามารถตรวจสอบได้
แนวทางพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น
ICT มีคำศัพท์มากมาย แต่ผู้เริ่มต้นไม่จำเป็นต้องจำทั้งหมดตั้งแต่เริ่ม
เริ่มจากโฟกัสตามลำดับด้านล่างจะเข้าใจง่ายขึ้น
กรณีที่ต้องพิจารณาซื้อ
ตรวจสอบทิศทางราคาในกรอบเวลายาวใหญ่
หาค่าราคาสูงสุดต่ำสุดในอดีตและความสูงต่ำสุดในอดีต
รอการทะลุต่ำสุดดังกล่าวเล็กน้อยลงไป
ยืนยันการขึ้นแรงและ MSS
ดูการกลับมาของ FVG ในช่วงขึ้น
ถ้าราคาต่ำกว่านั้นอีกครั้งให้ตัดสินว่าแนวโน้มซื้อถูกทำลาย
ตั้งเป้าหมายสภาพคล่องด้านตรงข้าม เช่น จุดสูงสุดในอดีต
สำหรับการพิจารณาขายเป็นการตรงกันข้าม
สิ่งสำคัญคืออย่าพยากรณ์ล่วงหน้าเพียงอย่างเดียว ควรรอจน “Sweep”, “พลังแรงที่ชัดเจน”, และ “การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง” ตรวจสอบเรียบร้อยก่อน
ลองดูบนกราฟจำลอง
ตัวเลขต่อไปนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายแนวคิด
สมมติคู่สกุลเงินมี Low ในอดีตที่ 1.0800
ราคาลงไปถึง 1.0797 ก่อนจะฟื้นกลับขึ้นมาเมื่อปิดที่ 1.0800 จากนั้นแรงขึ้นทะลุสูงล่าสุด 1.0810 แล้วเกิด FVG ขึ้นระหว่าง 1.0804 ถึง 1.0807
ใน ICT สามารถสรุปได้ดังนี้
ด้านล่างของ 1.0800: Sell-side Liquidity
การลงไปถึง 1.0797: สวอปสภาพคล่องที่อาจเกิดขึ้น
การทะลุ 1.0810: MSS ที่เป็นไปได้
1.0804–1.0807: FVG ที่ควรถ observable เป็นการดี
ต่ำกว่ากว่า 1.0797: สถานที่ที่แนวโน้มซื้อถูกทำลาย
High ในอดีต: เป้าหมายถ้าราคาพุ่งขึ้น
บางครั้ง FVG จะไม่กลับมาที่เดิมหรือขึ้นต่อไปก็ได้ ดังนั้นการเชื่อว่า “มี FVG แล้วต้องเด้งขึ้น” จึงเป็นอันตราย
ประโยชน์ของ ICT
ICT มีลักษณะดังนี้
วิเคราะห์ด้วยแท่งเทียนเป็นหลัก
จำกัดพื้นที่ที่ต้องพิจารณาการเข้าเทรด
กำหนดราคาที่ทำให้สมมติฐานการซื้อขายถูกทำลายง่าย
จัดระเบียบจุดหยุดขาดทุนและจุดเป้าหมายล่วงหน้า
ทำให้สามารถตั้งกฎเงื่อนไขที่ควรรอได้ง่าย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จุดว่า “จะซื้อที่ไหน” และ “ถ้าราคาลงไปถึงจุดไหนถึงจะคิดว่าแนวคิดของตนผิด” ซึ่งช่วยในการบริหารความเสี่ยง
ข้อควรระวังของ ICT
ในทางกลับกัน ICT ก็มีส่วนที่ยากอยู่บ้าง
การตีความเส้นหรือกรอบมีความแตกต่างระหว่างบุคคล
การตัดสินใจว่า high หรือ low ใดสำคัญจะทำให้ผลการวิเคราะห์ต่างกัน FVG และ Order Block ก็หาได้ง่ายเมื่อมองย้อนหลัง แต่ในเวลาจริงการตัดสินใจอาจยาก
ศัพท์มากเกินไปอาจทำให้สับสน
ICT มีคำศัพท์มากมาย เช่น Order Block, Breaker Block, Mitigation Block, OTE ฯลฯ
สำหรับผู้เริ่มต้น ควรจำให้ได้แค่ 4 หัวข้อหลัก: high/low, Liquidity, MSS, FVG
FVG ไม่จำเป็นต้องถูกเติมทั้งหมด
ราคากลับมาหา FVG อาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่จำเป็นต้องกลับมาเสมอ และบางครั้งกลับมาแล้วก็ผ่านไปได้
ประกาศข้อมูลเศรษฐกิจทำให้ราคาผันผวนมาก
ในช่วงการประกาศอัตราดอกเบี้ย งานข้อมูลการจ้างงาน และดัชนีราคาจะเกิดการแพร่ระบาดของสเปรดหรือการวิ่งของราคาบางครั้ง แม้กราฟจะพร้อมใช้งานแต่การเทรดในราคาที่คาดการณ์ไว้ก็ไม่รับประกันเสมอ
วิธีฝึกหัดสำหรับผู้เริ่มต้นที่แนะนำ
ไม่ควรเริ่มเทรดด้วยเงินจริงทันที ควรทดสอบในกราฟย้อนหลังหรือบัญชีสาธิต
รายการที่ต้องบันทึกมีดังนี้
ชื่อสินทรัพย์และช่วงเวลา
ทิศทางของกรอบเวลายาวใหญ่
High หรือ Low ที่สวอปแล้ว
มี MSS หรือไม่
ตำแหน่ง FVG
ตำแหน่งจุดหยุดขาดทุนและเป้าหมายที่คาดไว้
ผลลัพธ์รวมถึงต้นทุนการซื้อขาย
สามารถตัดสินใจตามกฎได้หรือไม่
ไม่ใช่จะดูอัตราชนะเท่านั้น ควรตรวจสอบกำไรเฉลี่ย ขาดทุนเฉลี่ย จำนวนการล่มติดต่อกันสูงสุด และค่าธรรมเนียมสเปรดด้วย
หากปรับเงื่อนไขบ่อยๆ ระหว่างการตรวจสอบ อาจไม่ทราบว่าอะไรที่ได้ผลจริง ก่อนเริ่ม แนะนำให้โฟกัสตลาดหนึ่ง ช่วงเวลาเดียว และรูปแบบการซื้อขายหนึ่งแบบ
ให้การบริหารเงินเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด
ไม่ว่ากลยุทธ์จะดีแค่ไหน ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะขาดทุนบ้าง
ก่อนเทรดให้กำหนด “ขีดจำกัดการขาดทุนในการเทรดครั้งเดียว” แล้วปรับปริมาณการเทรดให้สอดคล้องกับขอบเขตนั้น
จำนวนขาดทุนที่ยอมรับได้คำนวณได้จากสมการนี้
ทุนในบัญชี × อัตราการขาดทุนที่กำหนดเอง = จำนวนขาดทุนที่ยอมรับได้ต่อครั้ง
ตัวอย่าง หากทุนในบัญชี 100,000 เยน และอัตราขาดทุนที่ยอมรับได้ 0.5% จะทำให้ขาดทุนที่ยอมรับได้ต่อครั้งเป็น 500 เยน นี่เป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณ ไม่ได้แนะนำอัตราขาดทุนใดเป็นพิเศษ
ในตลาด FX แบบโบรกเกอร์เทรดดิ้งเพื่อบุคคลทั่วไปในประเทศมีข้อจำกัดเลเวอเรจสูงสุด 25 เท่า แต่การใช้ 25 เท่าไม่ได้หมายถึงปลอดภัยเสมอ กระทรวงการคลังเองระบุว่าในช่วงที่ตลาดผันผวนอาจมีความเสี่ยงขาดทุนมากกว่าเงินเดิมพันระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับ “ข้อกำหนดการประกอบธุรกิจ FX ในต่างประเทศ”
นอกจากนี้ หากใช้วิธีที่แนะนำในต่างประเทศก็ไม่จำเป็นต้องใช้ผู้ให้บริการ FX ต่างประเทศ ผู้ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นควรตรวจสอบว่าโบรกเกอร์ที่เลือกมีการจดทะเบียนเรียบร้อยในประเทศหรือไม่คำเตือนจากกระทรวงการคลังเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจต่างชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน
สรุป
ICT คือการวิเคราะห์สภาพคล่องที่มักเกิดขึ้นเมื่อราคาสูงสุด-ต่ำสุดในอดีตรวมตัวและจากนั้นดูการเปลี่ยนแปลงของราคาหลังจากนั้น
สำหรับผู้เริ่มต้นให้จำลำดับต่อไปนี้
ตรวจทิศทางราคาบนกรอบเวลายาวใหญ่
หาค่าราคาสูงสุด-ต่ำสุดในอดีต
รอการสวอปของสภาพคล่อง
ยืนยันการเคลื่อนไหวแรงและ MSS
สังเกตการกลับมาของ FVG
กำหนดล่วงหน้าว่าถ้าพื้นฐานผิดจะขาดทุนได้เท่าไร
ICT ไม่ใช่วิธีการทำนายราคาที่อนาคตได้อย่างแน่นอน ควรใช้เป็นโครงกรอบสำหรับการวิเคราะห์ เพื่อกำหนดเงื่อนไขในการซื้อขายและเงื่อนไขที่ควรเลี่ยง
※บทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ ICT ไม่ใช่คำแนะนำการซื้อขายหรือลงทุนในสินค้าการเงินใดๆ เช่น FX การเทรดด้วยมาร์จิ้นมีความเสี่ยงขาดทุนจริง ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างและความเสี่ยงของสินค้าและตัดสินใจใช้งานด้วยตนเองและรับผิดชอบ