ระบบ Breakout ตามแนวโน้ม
ระบบ Breakout ตามแนวโน้ม
แม้จะนำแนวโน้มไปใช้ในกรอบเวลายาวก็เช่นกัน
โดยทั่วไป Breakout ยังคงเป็นที่นิยม
เพราะในกรอบเวลาสั้นมันทำงานในรูปแบบแฟลกก์
ในกรอบเวลาสั้นแนวโน้มกำลังกลับตัว
และกำลังสร้างแนวโน้มขึ้นมาบ้างแล้ว
ในช่วงเวลานี้ นักเทรดระยะสั้นจะเปลี่ยนตำแหน่งกัน
เมื่อถึงตอนนั้น หากกรอบเวลายาวกลับมาเริ่มต้นแนวโน้ม
กรอบเวลาสั้นจะจบลงด้วยผลลัพธ์ว่าเป็นแฟลก
แน่นอนว่าในช่วงเวลานั้น นักเทรดระยะสั้นจะไม่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งได้และยังคงถืออยู่
แก่นของตลาดขึ้นอยู่กับจำนวนตำแหน่งของนักเทรด
ทีละน้อยจำนวนตำแหน่งของนักเทรดจะเปลี่ยนสมดุลและความถ่วงก็จะเอียงไป
เมื่อพิจารณาแล้ว Breakout ตามแนวโน้มนี้
สามารถขึ้นไปบนความไม่สมดุลของการซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่ต้องบอกไว้ว่า
กรุณาวางน้ำหนักไว้ที่ “ติดตามแนวโน้มที่ลาดเอียงเท่านั้น”
ตัวอย่างเช่น ในภาพที่มีลักษณะระดับแนวรับแนวต้านแนวนอน อย่าปักหมุดเลย
ทำไมความเอียงจึงสำคัญ?
เพราะมันขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่นักเทรดทำการซื้อขายและขาย
กรณีที่เป็นแนวรับแนวต้านแนวนอน จะเห็นตำแหน่งแนวรับได้ง่ายใช่ไหม?
การเห็นได้ง่ายหมายถึง “จุดหยุดขาดทุนง่าย”
ดังนั้น Breakout จะมีโอกาสประสบความสำเร็สน้อยลง
ในสถานการณ์ที่มีความล้มเหลวและยังไม่มีแนวโน้มชัดเจน Breakout ตามแนวโน้มก็มีแนวโน้มล้มเหลว
กรณีที่มีแนวรับแนวต้านที่มีมุม
ตำแหน่งที่เป็นแนวรับแนวต้านจะเป็นเส้นแนวโน้มที่มีการรองรับด้วย
ในช่วงเวลานี้จะหยุดขาดทุนได้ง่ายหรือไม่?
สำหรับผู้ที่เทรดเอง “หยุดขาดทุนได้ยาก” ใช่ไหม?
เมื่อมันกลายเป็นสถานการณ์ที่ดูเหมือนการเปลี่ยนแนวโน้ม ล่ะ?
การหยุดขาดทุนช้าอาจทำให้มีคนต้องหยุดขาดทุนอย่างเร่งด่วน
หลังจากประเมินนักเทรดที่อาจเปลี่ยนทิศทางอยู่ในระดับหนึ่ง
ก็จะสร้างแฟลกเพื่อเริ่มแนวโน้มใหม่
ช่วงเวลาที่ลงไปคือ
เรียกว่า Breakout ตามแนวโน้มของการตามแนวโน้ม
ดังนั้นเมื่อ Breakout เกิดขึ้นในแนวรับแนวต้านที่ลาดเอียง จะเคลื่อนไปในทิศทางของแนวโน้ม
さて、この分析指標としましては
34 MA เป็นพื้นฐาน
จะแสดง 34 MA พร้อมกับ envelopes รอบ 0.1% ของ 34 แสดง high-low ของ 34
ไม่ใช่ว่า envelopes จะมีประสิทธิภาพเสมอไป
เหตุผลที่จะแสดง high-low ของ 34 เพราะ
การวิเคราะห์แนวรับแนวต้านที่มีมุมมองจะเข้าใจง่ายและจับต้องได้ง่าย
MA High-Low ที่แสดงก็ทำให้ดูว่าแนวโน้มเอียงหรือไม่
โดยพื้นฐานคือการเคลื่อนไหวอยู่บนHigh-Low เป็นวิธีการคาดเดาแนวโน้ม
แรงซื้อถ้ามากก็จะเคลื่อนไหวเหนือสูง
แรงขายถ้ามากก็จะเคลื่อนไหวต่ำกว่าต่ำ
จะแสดง CCI โดย CCI เป็น 20 ค่าเสถียรในระดับ 100 และ -100 ใส่ไว้
CCI ใช้เป็นส่วนเสริมเมื่อเข้าสู่ Breakout จริง
เพื่อการติดตามแนวโน้ม
ขั้นแรกเพื่อเดาแนวโน้มตลาดด้วย
ใช้ 34 MA High-Low เพื่อประเมินแนวโน้มของแรงซื้อและแรงขาย
จากนั้นหากเข้าใจว่าเป็นแนวโน้มตลาด
หลังจากทัช 34 MA แล้ว Break High-Low ตามแนวโน้ม และ Break ±100 ตามแนวโน้มของ CCI
จากนั้นจึงเข้าสู่การเทรด
หากต้องการเทรดอย่างมั่นใจ แนะนำให้ Break High-Low ตามทิศทางแนวโน้มก่อน
รอประมาณ 5 เคสแล้วค่อยเทรดก็ได้
ในระหว่างนั้นหากแนวโน้มไม่เสถียรให้หยุดเทรดเพื่อป้องกันการขาดทุน
ตำแหน่ง Stop-Loss ควรใช้
34 MA หรือ High-Low ที่ตรงข้ามแนวโน้มเป็น Stop-Loss
ส่วนลิมิตให้เท่ากันหรือต่อยอด 2-3 เท่า
หากแนวโน้มตลาดมีเสถียรภาพดี การทำกำไรโดยไม่กำหนดจุดปิดทำกำไรก็แนะนำ
ตลาดแนวโน้มมีการรับรู้แนวรับแนวต้านมุม ดังนั้นจุดสูงสุดของเส้นแนวโน้มก็ถือเป็นจุดทำกำไรที่เหมาะสม
※ผู้ที่ต้องการทำเงินจาก FX ติดตามที่นี่ ↓