วิธีที่ทำให้ราคาซื้อขายมีเสถียรภาพและเพิ่มหรือลดได้อย่างมีประสิทธิภาพในตลาด
ตลาดโดยรวมคือ
เกี่ยวกับการเพิ่มหรือลดของราคาโดยนันพินและพิลา
ดังนั้นจึงมีตลาดที่กลับมาและตลาดที่ไม่กลับมา
กล่าวคือสำหรับการซื้อขายอัตโนมัติ
ในช่วงที่แนวทางการตามเทรนด์พิราไม่ทำกำไรและช่วงที่การตามแนวกลับในนันพินทำกำไร
การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดแบบสุ่ม และไม่ทราบช่วงเวลาที่มันจะเกิดขึ้น
นอกจากนี้ แม้จะมีแนวโน้มของเทรนด์ แต่ก็มีช่วงที่ตามพิราทรดไม่ไปตามนั้น
นั่นหมายถึงตลาดเป็นไปตามทฤษฎีการเคลื่อนไหวแบบสุ่มอย่างสมบูรณ์
ดังนั้น
ในแง่ของการที่จุดเพิ่มขึ้นและลดลงยังคงเสถียรคือ
ยังคงเป็นการรอเวลาสำหรับการเปิดสถานะ
เหตุผลคือ
เพราะเปิดเป้าหมายตามโอกาสที่เกิดขึ้นเพียงหนึ่งในหลายๆ ครั้ง
ยกเว้นการเทรดด้วยการรอเวลาจะ
หันไปสู่สไตล์การติดตามตลาด
ดังนั้นสรุปว่าการเปิดสถานะด้วยการรอเวลเป็นการเพิ่มทุนที่มีคุณภาพ
ถ้าจะเทรดในฐานะผู้ค้าแบบเต็มเวลาควร
สุดท้ายต้องเพิ่มปริมาณการเทรดตามเงินทุนที่มีครอบคลุมเรื่อง Zero Cut
การทำนันพินในแนวมาร์ชันจะมีประสิทธิภาพมากกว่า
อย่างไรก็ตามการเทรดแบบนันพินหากทำไปเรื่อยๆ จะรู้ว่า
ในตลาดแนวโน้มจะอ่อนแอลง และจากโลจิกการเทรดที่ผ่านมาจะทำให้เกิด Zero Cut หลายครั้ง
สรุปคือ
ท้ายที่สุดนันพินจะกลายเป็นการเทรดที่เน้นวัน-สวิงมากกว่าการเทรดเดย์เทรด (เวลาถึงกำไรนาน)
ดังนั้น FX ไม่เหมาะแก่การเป็นอาชีพหลัก
(หรือพูดอีกอย่างก็คือการเทรดอยู่ในสถานที่แบบนั้น
เพราะผู้ค้าขายมีความคิดและเป้าหมายต่างๆ
จึงมีทั้งนักลงทุนเต็มเวลาและโปรแกรมการซื้อขายอัตโนมัติอยู่
สรุปว่าแนวทางที่รอเวลาจะให้ความมั่นคงในการเปลี่ยนแปลงมากกว่า)
จริงๆ เพื่อให้การเทรดประสบความสำเร็จ
“ไม่ถูกก้าวล่วงโดยตลาด”
เพื่อไม่ให้ถูกกระทบจากตลาด
ในที่สุดการรอเวลสำหรับการเปิดสถานะจึงเป็นระบบที่ดีที่ควรติดตาม
จริงๆแล้วไม่ได้หมายความว่าเก่ง
สไตล์ที่เพิ่มขึ้นคือ“การเปิดสถานะรอเวลา”
เพราะพื้นฐานของการเปิดบัญชีอัตโนมัติกับสไตล์เดียวกันจึงทำให้เพิ่มขึ้น
โดยไม่ถูกกระทบจากตลาด
ระบบที่มีอัตราการหมุนเวียนดีที่สุด
เมื่อคิดถึงสิ่งเหล่านี้
สรุปคือการรอเวลาเปิดสถานะสำหรับการเทรดที่เสี่ยงน้อยกำไรกลาง-ใหญ่
การเทรดหนึ่งครั้งทุกๆ 12 ชั่วโมง
※หากต้องการทำเงินจาก FX ต่อไป คลิกด้านล่างนี้↓