อย่าพุ่งเป้าแต่ตลาดแนวขดลวด! เพราะเมื่อเป็นแนวโน้มจะหลีกเลี่ยงไม่ได้
ฉันคิดว่าการเฝ้าหาแนวทางราคาช่วงช่วงนั้นเป็นเรื่องที่ดีมาก
แต่ถ้าเน้นหาช่วงราคาที่อยู่ในกรอบมากไป
ถึงแม้ไม่ทำการนานปิ้น
เมื่อเกิดแนวโน้มราคาที่ไม่กลับตัว (แนวโน้มที่ไม่กลับมา) จะกลายเป็น “หนทางหลีกเลี่ยงไม่ได้”
ถ้าเอายุทธศาสตร์การหากรอบแนวราคามาระบุไว้ จะให้ความสำคัญกับการตัดขาดทุน
แต่ถึงจะให้ความสำคัญก็ “ไม่มีความหมาย”
ยิ่งไปกว่านั้น
เพราะจะมีปรากฏการณ์ตลาดที่ไม่มีการกลับตัวจนทำให้มันไม่มีความหมาย
เมื่อมีแนวโน้มราคาที่ไม่กลับตัว ปรากฏการณ์แบบนี้จะสร้างความวุ่นวายอย่างยิ่ง
เพราะเหตุนี้
ในกรอบแนวราคาที่พบได้บ่อยๆ ในกรอบแนวรับ-แนวต้าน
“เมื่อราคากลับมา จะตัดขาดทุน”
เป็นยุทธศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม และ
ก็มีการกล่าวมากมายในสินค้าหรือคอนเทนต์ต่างๆ ด้วยกัน
เช่นเดียวกับการพิจารณาตามมาตรฐานของตลาดจึงไม่สามารถใช้งานได้เต็มที่
“การเพียงร้อยเรียงกลยุทธ์อย่างเดียวไม่ได้ผล”
นี่เป็นสิ่งที่ได้กล่าวซ้ำๆ ในสินค้าต่างๆ ที่เพิ่มการปรับปรุง
รูปแบบตัดขาดทุน หรือ
การตัดขาดทุนโดยพื้นฐานคือ “เมื่อราคากลับไปก็ได้”
แต่เมื่อสัญญาณที่ตลาดไม่มีการกลับตัวแรงปรากฏขึ้น
ต้องตัดขาดทุนก่อนที่จะกลับมามากกว่าการรอให้กลับ
ถึงแม้ตลาดนี้จะออกมาจากแบบสุ่มด้วย
(ช่วงกรอบแนวรับ-แนวต้านบ่อยๆ แล้วมีกำไร ชอบที่จะทำให้รู้สึกดี และ
หากความจริงก็มีตลาดแบบนี้บ่อยจนทำให้การวางแผนแนวโน้มล่วงหน้าจะกลายเป็นไม่เกิดขึ้นเมื่อมีส่วน
ท้ายที่สุดตลาดก็สะท้อนความคิดของผู้เทรดเดอร์เช่นเดียวกัน
จำไว้ว่าสิ่งที่ฉันคิดนั้น คู่ต่อสู้ก็คิดเช่นกัน
โดยคิดไปพร้อมๆ กันในการตัดขาดทุนเมื่อไร
เป็นเรื่องที่ยุ่งยากเพราะต้องขยับมุมมองและเดินหน้า
แต่สุดท้ายแล้ว
ตัดขาดทุน หรือ ปล่อยทิ้งกัน
แนวโน้ม หรือ กรอบแนวรับ-แนวต้าน
เป็นความเรียบง่ายแบบสองตัวเลือกที่ชัดเจน
แต่ลักษณะจริงๆ ยังเรียบง่าย
แต่เงื่อนไขการตัดสินใจซับซ้อนกว่า
การตัดขาดทุนเป็นเส้นสำคัญมาก
โดยเฉพาะช่วงเส้นสำคัญ
อยู่ตรงจุดแบ่งระหว่างกรอบแนวรับ-แนวโน้ม
ดังนั้น
ไม่ใช่แค่การจ้องหากรอบแนวรับ-แนวต้านอย่างเดียวนะ
แต่ให้มุมมองแนวโน้มด้วย
ควรเลือกสานต่อระบบตรรกะที่เน้นกรอบแนวรับ-แนวต้าน
※ผู้ที่อยากทำกำไรต่อเนื่องจาก FX ให้ไปที่นี่↓