【神回】ทำไมคุณถึงซ้ำซากกับ “กำไรเล็ก เสียใหญ่” และบทที่ 10 ของหนังสือ "ระเบียบวินัยและผู้เทรด" กับกับดักของ “ความจำ ความเชื่อ และการเชื่อมโยง” ที่ควบคุมสมองของคุณ ??
ถึงผู้อ่านทุกท่าน: เกี่ยวกับซีรีส์นี้ ?✨
สวัสดีครับ/ค่ะ! ขอบคุณที่ติดตามมาตลอดนะครับ/ค่ะ?
ครั้งนี้ เราจะนำการขุดลึกที่อธิบายอย่างเข้าใจง่ายกว่าใครถึงผลงานชิ้นเอกที่ traders ทั่วโลกใช้อ่านเป็นเหมือน “คัมภีร์” และ『วินัยและจิตวิทยาของผู้ค้า แนวทางการวิเคราะห์อารมณ์ในตลาด』(เขียนโดย มาร์ค แดกแลส)ให้ผู้อ่านเข้าใจอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นกว่าเดิม!
ครั้งนี้【บทที่ 10: ความจำ ความเชื่อ และการเชื่อมโยงกำกับข้อมูลของโลกภายนอกอย่างไร】จะถูกอธิบายอย่างละเอียด?
หนังสือนี้มีเนื้อหาที่ยอดเยี่ยมจริงๆ แต่มีการใช้ศัพท์ทางจิตวิทยาและคำพูดเชิงนามธรรมมาก ทำให้หลายคนคิดว่า “จริงๆ แล้วยากมากถึงจะอ่านจนจบ…?”
แต่ไม่ต้องกังวลไป!?
บทความนี้จะทำให้คุณอ่านบนสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย โดยการอธิบายอย่างละเอียดและนำไปใช้จริงในตลาดจริงๆ เพื่อให้คุณเห็นภาพได้ชัดเจน!
ต่อไปนี้【บทที่ 11: ทำไมจึงต้องเรียนรู้วิธีปรับตัวให้เข้ากับโลกภายนอก】、【บทที่ 12: จ dinamics ของการบรรลุเป้าหมาย】…และจะขยายแก่นแท้ของหนังสือให้ลึกยิ่งขึ้นต่อไป อย่าพลาดนะครับ/ค่ะ【ติดตาม】และ【กด❤️ เหลือบ】กรุณาช่วยติดตามด้วยนะครับ/ค่ะ!✨
บทนำ: ทำไมถึงดู “กราฟเดียวกัน” แล้วมีคนชนะกับคนแพ้?
อุ่นเครื่องสักนิด คุณมีคำถามกับเราอยู่:
วันเดียวกัน คู่สกุลเงินเดียวกัน กราฟ 5 นาทีเหมือนกันเป๊ะ แต่
「นักเทรดที่สามารถควบคุมกำไรได้ทันที」กับ
「เทรดเดอร์ที่กลัวจนมองไม่เห็นโอกาส」
คิดว่าเป็นเพราะอะไรนะ? ??
「เพราะวิธีการต่างกันใช่ไหม?」
「เพราะประสบการณ์ต่างกันใช่ไหม?」
『ข้อมูลที่ตลาด (โลกภายนอก) ส่งออกมาแม้จะเหมือนเดิม แต่กรอบคิดของ “ความจำ, ความเชื่อ, การเชื่อมโยง” ภายในใจของคุณต่างกัน ทำให้การรับรู้ความจริงต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง』?⚡
นั่นแหละ!
เหตุผลที่คุณไม่ชนะในตลาดไม่ใช่เพราะวิธีการหรือตัวยึดต่างๆ ไม่พอ แต่เป็น「ความทรงจำในอดีตและความเชื่อที่คุณมี ทำให้มองเห็นโอกาสตลาดโบนัสข้างหน้าคุณไม่เห็น」นั่นเอง!
เมื่อคุณเข้าใจบทที่ 10 นี้ จะทำให้ “บล็อกทางจิตใจ” ที่หุ้มอยู่บนสมองคลี่คลาย และตลาดจะเห็นได้ชัดขึ้นอย่างน่าประหลาด!✨
มาเจาะลึกสิ่งที่เกิดขึ้นในสมองของเราเถอะ!?
บทที่ 1: เราไม่ได้มองตลาดจริงๆ ในแบบที่เป็นอยู่ใช่ไหม? ความลับของวงจรปิดในสมอง ?⚡
ก่อนอื่น ขอกล่าวถึง核心ของบทที่ 10 ก่อนครับ/ค่ะ。
เราอาจคิดว่าเห็นโลกภายนอก (ตลาด) อย่าง “เป็นกลาง” แต่จริงๆ แล้วเราไม่เห็นมันเลย?♂️?
สิ่งที่เรารับรู้คือ
「ผ่านประสาทสัมผัสแล้วแปลเป็นความจริงของเราเองผ่านกรองของ ‘ความทรงจำและความเชื่อในอดีต’」
นั่นคือความจริงของเราเอง! ??
? 【ความเชื่อและความจริงในวงจรปิด (สวิตช์)】
แดกแลสอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างใจเราและโลกภายนอกด้วย「วงจรปิดไฟฟ้า (เปิด-ปิด สวิตช์)」ลองนึกถึง?
โลกภายนอก (ตลาด)ส่งสัญญาณไม่รู้จบของความเป็นไปได้และสัญญาณต่างๆ ตลอดเวลา ?
อย่างไรก็ตาม สมองของเรานั้น「ข้อมูลที่สอดคล้องกับความเชื่อในใจเราเท่านั้น」เข้ามาเมื่อไหร่ สวิตช์จะ "คลิ๊ก" และวงจรก็จะปิด (รับรู้ได้) ?⭕️
ในทางกลับกัน「ข้อมูลที่ขัดกับความเชื่อของเรา」หรือข้อมูลที่เคยเจ็บปวดจะทำให้สวิตช์เปิดอยู่ตลอดและวงจรถูกขัดขวาง (เห็นไม่ชัด) ?❌
นั่นคือ ไม่ว่าจะมีสัญญาณชนะที่มองเห็นชัดแค่ไหน ถ้าขอบเขตในใจคุณรับมันไม่ได้สมองจะโยนข้อมูลนั้นลงถังขยะทั้งหมดไปเลย! ?️?

บทที่ 2: การทดลองรุนแรง! ทำไมการแจกเงินฟรีถึงมีผู้ไม่สนใจ 9 ใน 10 คน ??️
คุณคิดว่า “ถ้าโอกาสอยู่ตรงหน้า ย่อมสังเกตเห็นใช่ไหม?”
เราจะเล่าถึงเรื่องราวที่น่าสนใจและทำให้ต้องคิดตามอย่างยิ่ง“การทดลองบนถนน Michigan ของชิคาโก”ที่ถูกนำเสนอในหนังสือ???
? 【รายละเอียดการทดลอง】
ในปี 1987 สถานีโทรทัศน์ชิคาโกได้ทำการทดลองน่าสนใจบนถนน Michigan ถนนคนเดิน
ทีมงานของรายการนำป้ายที่เขียนว่า “วันนี้เท่านั้น! เงินฟรี! เงินของฟรี (Free Money)” ไปติดไว้เพื่อแจกเงินสดจริงให้กับผู้ที่เดินผ่านถนน!???
? 【ปฏิกิริยาของผู้คนเป็นอย่างไร…?】
ถ้าคิดโดยทั่วไป คงมีผู้คนชุมนุมกันว่า “โอ้! จริงเหรอ? ขอเงินหน่อย!” ใช่ไหม?
แต่ผลลัพธ์คือน่าตกใจอย่างยิ่ง…
?♂️คนส่วนใหญ่ไม่สนใจป้ายและเดินผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจ
?หลบหลีกชายที่แจกเงิน เหลือบตาปรากฏรอยยิ้มและเดินไปต่อ!
? หนึ่งนักธุรกิจตะโกนว่า “ฉันไม่อยากได้เงินของคุณ กรุณาอย่าควานหามาใกล้ฉัน!” แล้วโกรธ
??
? 【แดกแลสอธิบาย “ความจริง”】
เหตุผลนั้นเรียบง่ายมาก
ความเชื่อในใจผู้คนมีกรอบแน่นอนว่า “รับเงินจากคนแปลกหน้าบนถนนไม่ได้หรอก” และ “ถ้ามีข้อเสนอน่าสงสัย มักมีด้านที่ไม่ดีเสมอ”??
เพราะใจยังไม่มีวงจรไฟฟ้า “รับเงินฟรี” ทำให้เมื่อเงินสดจริง (โอกาสโบนัสจริง) ถูกยื่นให้ ก็ยังถูกสมองมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่เห็นค่าและมองไม่เห็นเลย! ??
⚠️ นี่เป็นเรื่องเดียวกันที่คุณอาจทำในการเทรดหรือไม่?
「เพราะครั้งก่อน breakout แล้วผิดหวัง ก็เลยกลัว…?」
「รูปแบบกราฟที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ ยังไงก็ร่วงอีกแน่…สงสัย」
ด้วยเหตุนี้ความทรงจำในอดีตและความเชื่อที่ว่า “ตลาดยากและชนะไม่ง่าย”ทำให้คุณพลาดโอกาสโบนัสที่ปรากฏต่อหน้าคุณอยู่หรือไม่!? ??

บทที่ 3: ความกลัวทำให้มองเห็นได้น้อย! กับดัก “คนใหม่ที่หัดขับรถ” และ “บาดแผลจากสุนัข” ??
แล้วทำไมสมองของเราถึงกีดกั้นข้อมูลที่มีประโยชน์ขนาดนี้?
ผู้ร้ายใหญ่คือความกลัวจากการเทรดในอดีต「ความกลัว (พลังงานเชิงลบ)」นั่นเอง!?
แดกแลสอธิบายวิธีที่ความกลัวล็อคสมองด้วยสองตัวอย่างเข้าใจง่ายๆ?
? ① วิสัยทัศน์เล็กน้อยของผู้ขับขี่มือใหม่
จินตนาการถึงขับรถเมื่อได้ใบขับขี่ใหม่ๆ ในถนนแคบๆ ที่มีการจราจรหนาแน่น ??
ความกลัวว่าจะชนหรือไม่อยากมีอุบัติเหตุกันจนทำให้มองเห็นไม่ชัด?วิสัยทัศน์แคบลงอย่างมากใช่ไหม?
เมื่อถูกดูดพลังงานด้วยความกลัว ข้อมูลภายนอกที่จำเป็นสำหรับการขับขี่อย่างสัญญาณจราจร สัญญาณจากผู้โดยสาร และผู้เดินเท้า จะไม่ถูกกรองเข้ามาในสมองเลย ทำให้มองเห็นเป็นภาพที่แคบลงวิสัยทัศน์เหลือแค่จุดเดียว!視野เป็นจุดเดียวไม่ครบถ้วน
? ② เด็กที่ถูกสุนัขกัดกับ “การเชื่อมโยงผิดๆ”
สมมติว่าเด็กคนหนึ่งถูกสุนัขรุกรานกัดจนบาดเจ็บ ??
ในใจของเด็กนั้นจะมี「สุนัข=อันตรายและเป็นอันตรายร้ายแรง」เป็นการเชื่อมโยงเชิงลบที่รุนแรง
เมื่ออนาคตมีสุนัขที่นิสัยดี สอนดี และไม่เป็นอันตรายปรากฏขึ้น หนูน้อยอาจยังกลัวและร้องไห้หนีไปอย่างกลัวๆมองอย่างเป็นกลางดูแล้วปลอดภัย แต่“ความทรงจำในอดีตที่บิดความจริงของปัจจุบัน”
นั่นเอง!⚠️
? เมื่อนำมาใช้นกับตลาดจริงๆ ได้ไหม…?
เมื่อเราเคยได้รับบาดแผลใหญ่จากการขาดทุน ทำให้ตอนนี้เด็กขับรถมือใหม่หรือเด็กที่ถูกสุนัขกัดอาจเกิดอาการแบบเดียวกัน!
กราฟหน้าจะเสนอการลงทุนที่ปลอดภัยและให้ผลตอบแทนสูง (เสี่ยงน้อย) แต่สมองกลับกดความกลัว บดบังการมองเห็น และหันหลังให้โอกาสที่ดีไปอย่างเต็มกำลัง! เสียโอกาสไปมากนะ! ??

บทที่ 4: ปริศนาที่ยาวนานถูกคลี่คลาย! ทำไมเทรดเดอร์ทั่วไปถึงกลายเป็น “กำไรน้อยขาดทุนมาก” ⚖️出血
เอาละ นี่คือจุดไคลแม็กซ์ของบทที่ 10 กันเลยครับ/ค่ะ!?
ความหายนะที่แทบจะเกิดกับเทรดเดอร์ทั่วไปทั้งหลายคือ
「ทำกำไรได้ แต่ชนะไม่หยุด รอดูแล้วขายแบบกลัวขาดทุนเมื่อกำไรนึงออก และเมื่อขาดทุนเกิดขึ้น ไม่สามารถตัดขาดการขาดทุนได้」
แดกแลสอธิบายสาเหตุของความป่วยใจนี้จากการไปทางทิศที่ความสนใจมุ่งไป (เวกเตอร์ของความกลัว) อย่างชัดเจน!
? ① เหตุผลที่เกิดการชนะน้อยขายแบบกลัว (Chicken Profit)
เมื่อมีกำไรในมือ เทรดเดอร์ทั่วไปจะมีความกลัวว่า “กลัวว่ากำไรที่ออกมาจะหายไป”
ทำให้สมองละเว้นสัญญาณที่กำไรจะยังเพิ่มขึ้น และหันเหความสนใจไปยังข้อมูลที่ว่า “ตลาดอาจกลับตัวและกำไรอาจหายไป” อย่างรุนแรง!?⚠️
ผลคือความวิตกกังวลเล็กๆ ก็ทนไม่ไหว จึงปล่อยตำแหน่งไปอย่างเร็วจนได้กำไรเล็กๆ เท่านั้น! น้ำตาไหล
? ② เหตุผลที่ไม่สามารถตัดขาดทุน (ขาดทุนมาก)
ในทางกลับกัน เมื่อสถานะการถือหุ้นลบและขาดทุนในบางครั้ง เทรดเดอร์ทั่วไปจะมีความกลัวว่า「ไม่อยากยอมรับว่าแพ้! ไม่อยากยืนยันการขาดทุน!」
เมื่อเป็นเช่นนี้ สมองจะบล็อกสัญญาณเตือนที่ตลาดอาจกลับตัวและยึดข้อมูลที่เป็นความหวังที่สะดวกและข้อมูลที่ว่าราคาจะกลับมาชดเชย?祈
ผลคือปุ่มตัดขาดทุนไม่ถูกกด ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง (โดนเรียกว่าดอกเบี้ย)!
? บทสรุป: เรากำลังต่อสู้กับความกลัวภายในตัวเราเอง ไม่ใช่ตลาด!
เดี๋ยวคุณก็รู้แล้วใช่ไหม?
การเป็นผู้ชนะด้วยกำไรเล็กๆ และเสียทุนมากไม่ได้เกิดจากขาดทักษะ แต่
“ความกลัวที่จะเสียกำไร” และ “ความกลัวที่จะยอมรับความผิดพลาด” ที่ทำให้สมองสับสนจนมองข้อมูลตลาดโดยไม่เป็นกลางเลย! แน่ใจนะ? ⚡

บทที่ 5: เขียนใหม่เป็นสมองนักโปรที่ชนะ! “ความเชื่อมั่นในตนเอง” และ “การทำความสะอาดใจ” ✨?
ดังนั้น เพื่อหลุดพ้นจากวงจรความกลัวและคำสาปความชนะกำไรเล็กๆ แล้วพัฒนาไปสู่“สมองโปรที่คว้าโบนัสในตลาดหน้าได้อย่างสบายๆ”เราจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร?
คำตอบที่แดกแลสเสนอมีเพียงหนึ่งเดียว
? ทำความสะอาดใจ และสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง!
เพื่อเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ คุณต้องกำจัดบาดแผลการตัดขาดทุนในอดีตและ “ความกลัวที่จะสูญเสีย”“การทำความสะอาดใจอย่างทั่วถึง” จำเป็นอย่างยิ่ง!
รับข้อมูลจากตลาดอย่างเป็นกลางทั้งหมด และเพื่อขยายกำไรให้สูงสุด คุณต้องมี “ความเชื่อมั่นในตัวเองที่มั่นคงว่าไม่ว่าอะไรจะเกิด ก็สามารถควบคุมตัวเองได้”จะต้องมี! ไพ่ลับ?
ด้านล่างนี้คือ 3 ขั้นตอนที่ควรลงมือปฏิบัติ! ??
STEP 1: ตระหนักถึง “ตัวกรองที่มองไม่เห็น (ความเชื่อ)” ของคุณ ?️⚠️
“อ้า ตอนนี้ฉันกำลังจะเลือกขายทำกำไรแบบกลัวจะขาดทุนใช่ไหม”“ฉันกำลังหาข้อมูลที่สะดวกต่อการยอมรับความล้มเหลวใช่ไหม” ไปดูจุดอ่อนของสมองของคุณทีละก้าว (เมตา-การรับรู้)นี่คือจุดเริ่มต้นทั้งหมด!✨
STEP 2: รับผิดชอบ 100% ต่อผลลัพธ์ของตลาด และยอมรับความเสี่ยงอย่างเต็มที่ ?️
ก่อนเข้าเทรด ให้พิจารณาเสียก่อนว่า “การเทรดนี้อาจขาดทุนได้มากแค่ไหน”รับความเสี่ยงจากหัวใจอย่างจริงจัง และเข้าเทรดด้วยสภาพจิตที่ไม่มีความกลัวเลย!
หากคุณพร้อมด้วยความมุ่งมั่น ตลาดจะไม่ส่งสัญญาณเตือนให้คุณตื่นตระหนก และคุณสามารถอ่านแผนภูมิได้อย่างเป็นกลาง! calm?♂️
STEP 3: เล่นตลาดด้วย “ความอยากรู้อยากเห็นที่เป็นธรรมชาติของเด็กๆ” ??
ถึงตลาดจะไม่เป็นไปตามที่คุณคิด แต่ไม่จำเป็นต้องตะโกนหรือท้อแท้!
“ว้าว! ตลาดตอนนี้มีลักษณะแบบนี้ งั้นน่าสนใจมาก!”แล้วดูด้วยความยืดหยุ่นและใจที่เปิดกว้างแบบเด็กๆ สังเกตดูนะ! ตื่นเต้น✨
เมื่อเติมพลังบวกให้หัวใจ สมองจะเปิดวงจรอย่างง่ายดาย โอกาส “เงินฟรี (โอกาสใหญ่)” ที่ผู้คนพลาดจะชัดเจนเห็นได้!
สรุป: ไปสู่กรอบความคิดของผู้ชนะในสมองของคุณเถอะ! ??
ครั้งนี้ เราได้วิเคราะห์บทที่ 10 ของ “วินัยและผู้ค้า” อย่างละเอียดแล้ว!
?เราไม่ใช่เห็นโลกภายนอกอย่างเป็นกลางเท่านั้น แต่เห็นข้อมูลผ่านวงจรปิดของความเชื่อของเราเอง!
?หากถูกกักขังด้วยอดีตบาดแผล จะกลายเป็น “คนขับรถมือใหม่” ที่พลาดโอกาสใหญ่ในฉากที่ดูปลอดภัยและเหมือนสุนัขที่เป็นอันตราย!
?สาเหตุของ “กำไรน้อยรอทุนใหญ่” คือความกลัวการเสียกำไรและความกลัวที่จะยอมรับความผิดพลาดซึ่งเป็นบั๊กของสมอง!
?การยอมรับความเสี่ยงอย่างเต็มที่ และมีความเชื่อมั่นในตนเองและความอยากรู้อยากเห็น จะทำให้ตลาดกลายเป็นเวทีโบนัสของคุณ!
จริงๆ แล้วสิ่งที่จำเป็นเพื่อชนะตลาดไม่ใช่การหาดัชนีอินดิเคเตอร์ใหม่ๆ แต่คือ「การอัปเดตกรอบความคิด (เฟรมเวิร์ก) ของตัวคุณเอง」ได้เลย! ??
การมองกราฟในวันพรุ่งนี้อาจเปลี่ยนไปเล็กน้อย และนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้ดีใจนะ! ✨
? ทีเซอร์ถัดไป & ขอความกรุณา ?✨
ขอบคุณที่อ่านจนจบจริงๆ ครับ/ค่ะ! ??
ต่อไปจะเป็นบทที่มีจุดเปลี่ยนสำคัญในสารบัญของหนังสือ
【บทที่ 11: ทำไมต้องเรียนรู้วิธีปรับตัวให้เข้ากับโลกภายนอก】
ให้เข้าใจง่ายขึ้น อบอุ่นขึ้น และลึกซึ้งมากขึ้น! ??
เราจะสำรวจเทคนิคเชิงปฏิบัติที่ช่วยให้คุณปรับตัวกับโลกภายนอกที่ไม่อาจคาดเดาได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อยืนรอดและชนะต่อไป!
「ครั้งหน้าต้องอ่านต่อแน่นอน!」「มีประโยชน์มาก ๆ!」ถ้าคุณคิดเช่นนั้น
【ติดตาม】รอคอยด้วยนะครับ/ค่ะ! ?✨
(เสียงกดชอบและคอมเมนต์ของทุกท่านเป็นพลังขับเคลื่อนสูงสุดให้ซีรีย์นี้ต่อไปมากเลย)