【อ่าน FX ด้วยพาริตี้สามสกุลเงิน ─ วิเคราะห์พาริตี้สามสกุลเงินที่เปลี่ยน “ความเบี่ยงเบน” ในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นกำไร 第3回:三通貨パリティを図解する ─ แนวคิด “ชุดเดียว” ใหม่ของ Triad
ครั้งก่อนเราพูดถึงว่า “การดูเพียง 2 สกุลเงิน = 1 คู่เท่านั้น เราจะมองเห็นโครงสร้างของตลาดได้ไม่ทั้งหมด”คราวนี้ เราเดินหน้าไปอีกขั้น──
เมื่อพิจารณา 3 สกุลเงินเป็น Triad (สามเหลี่ยม) แล้วจะเห็นอะไรบ้าง จะถ่ายทอดด้วยภาพประกอบให้ได้มากที่สุด
1. เริ่มจากความสัมพันธ์สามเหลี่ยมที่เรียบง่ายก่อน
ใน FX เมื่อมีสกุลเงินทั้ง 3 สกุลเงินEUR・GBP・USD สามสกุลเงินนี้มีอยู่ จะสร้าง
-
EURUSD
-
GBPUSD
-
EURGBP
เป็นชุดคู่สกุลเงิน 3 คู่ได้
ที่สำคัญคือ คู่ทั้งสามไม่ได้เคลื่อนไหวแยกกันอย่างอิสระ แต่อยู่ใน“ความสัมพันธ์สามเหลี่ยมที่ควรขบกันได้”นั่นเอง
หากเขียนเป็นสมการ จะให้ภาพประมาณนี้
EURUSD ÷ GBPUSD ≒ EURGBP
ยกตัวอย่างเช่น
-
EURUSD = 1.20
-
GBPUSD = 1.50
ดังนั้น EURGBP ตามทฤษฎีจะเป็น
1.20 ÷ 1.50 = 0.80
ประมาณนี้…เป็นแนวคิดหนึ่ง
อัตราความจริงอาจไม่ตรงเป๊ะเนื่องจากสเปรดและการสั่นคลอนของตลาด
มี“สมการความสัมพันธ์” ที่ควรจะขบกันได้อยู่แล้ว──
นี้คือParity Triad(ความสมดุลของสามสกุลเงิน)เป็น
2. Triad (トライアド) = ชุดสกุลเงิน 3 สกุลเงินแนวคิด
ด้วยเหตุนี้ ชุดสามคู่ที่ประกอบด้วย 3 สกุลเงินจึงถูกเรียกว่า
「Triad(トライアド)=3 สกุลเงินชุดเดียว」เป็นจุดเริ่มต้นของการวิเคราะห์ TriParity
จะขอแนะนำ Triad ตัวอย่างหลักๆ แบบภาพรวมไว้ดังนี้
-
Euro_Triangle
-
คู่สกุลเงิน:EURUSD | GBPUSD | EURGBP
-
ดูอะไร → ดู “โครงสร้างที่ถูกกำจัดอิทธิพลของ USD จากความสัมพันธ์ระหว่าง EUR กับ GBP”
-
-
Comdoll_Cluster
-
คู่สกุลเงิน:AUDUSD | NZDUSD | AUDNZD
-
ดูอะไร → ดู “การเปรียบเทียบระหว่าง 2 สกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์ AUD กับ NZD โดยตัดเสียงรบกวนของ USD ออก”
-
-
JPY_Triangle
-
คู่สกุลเงิน:EURUSD | USDJPY | EURJPY
-
ดูอะไร → ดูการเคลื่อนไหว EUR vs JPY โดยใช้ USD เป็นพาหะในมุมสามมิติ
-
-
Gold_Yen_Triangle
-
คู่สกุลเงิน:XAUUSD | USDJPY | XAUJPY
-
ดูอะไร → วิเคราะห์ราคาทองคำที่อนาคตราคาเป็นสกุลเงินเยน (XAUJPY) โดยการรวมทองกับ USD/JPY
-
ในแต่ละ Triad จะมี
-
ลักษณะของสกุลเงินใดที่อยากดึงออกมาดู
-
ตลาดไหน (ยุโรป เอเชีย สินค้าโภคภัณฑ์ แนวถือปลอดภัย ฯลฯ) ที่ไวต่อปัจจัย
แตกต่างกัน
ไม่มองเป็นคู่ละคู่แยกกัน แต่มองเป็น “1 ยูนิทจาก 3 คู่”
นี่คือจุดสำคัญของ Triad ที่เริ่มต้นแนวคิด
3. มาตรฐานเส้นฐานว่า “โดยธรรมชาติควรขบกันได้”
ข้อดีที่ใหญ่สุดของ Triad คือ
“เส้นฐาน” ที่ควรขบกันได้ตามสมการแบบมีตัวบ่งชี้อยู่จากต้นทาง
นั่นเอง
ในตัวอย่าง EUR, GBP และ USD ที่กล่าวไปข้างต้น
EURUSD ÷ GBPUSD = (ในทฤษฎี) EURGBP
จะได้ค่า “理論値A/C” ที่คำนวณได้
และเมื่อเปรียบเทียบกับอัตรา EURGBP ในตลาดจริง จะสามารถ
“ตอนนี้ยังไม่ขบกันเท่าที่ควรหรือไม่?”
= “ยิ่งมันบิดเบี้ยวมากเท่าไร”
จะสามารถวัดได้อย่างเชิงปริมาณ
คำว่า “Diff ระหว่างค่าทฤษฎีกับของจริง”
ใน TriParityParity Gap(พาริตี้แก๊ป)เรียกว่าแบบนี้
4. Parity Gap=“เสี้ยว” ของความสัมพันธ์สามเหลี่ยม
ภาพรวมจะเป็นอย่างนี้
-
Step1:กำหนด Triad
-
ตัวอย่าง:EURUSD / GBPUSD / EURGBP
-
-
Step2:คำนวณอัตราทฤษฎี
-
EURUSD ÷ GBPUSD → อัตราทฤษฎี EURGBP
-
-
Step3:เปรียบเทียบกับ EURGBP ในตลาดจริง
-
ห่างระหว่าง “ค่าทฤษฎี” กับ “อัตราจริง” (Gap)
-
-
Step4:ติดตาม Gap นี้เหมือนลำดับตัวเลขหนึ่งชุด
ยิ่ง Gap ใหญ่ขึ้นเท่าไร
“สามเหลี่ยมของสกุลเงินทั้ง 3 นี้จริงๆ แล้วควบคุมกันอย่างไร้ข้อผิดพลาดจากวิถีที่ควรเป็น”
จะเป็นความจริงขึ้นมา
ในทางกลับกัน หาก Gap ไปใกล้ศูนย์
“ความบิดเบี้ยวถูกคลี่คลายและความสัมพันธ์สามเหลี่ยมกลับมาสมดุลอีกครั้ง”
มุมมองเช่นนี้เป็นไปได้
ใน TriParity จะทำให้ Parity Gap ถูกมาตรฐานด้วยZ-score เพื่อวาดเป็น“Distortion Line”และ
“ความเบี่ยงเบนในปัจจุบันเทียบกับสถิติในอดีตมันแปรปรวนมากน้อยแค่ไหน” จะแสดงให้เห็นด้วยเส้นเดียว
(รายละเอียดของ Z-score จะอธิบายอย่างละเอียดในตอนที่ 4)
5. ใครคือผู้มีส่วนทำให้ความบิดเบี้ยวมากที่สุดจึงเห็นได้
จุดน่าสนใจของ parity สกุลเงินทั้ง 3 คือ
“ไม่ใช่แค่ดูขนาดของการเบี่ยงเบนเท่านั้น แต่ยังวิเคราะห์ได้ด้วยว่า
ในบรรดา 3 คู่ ใครมีส่วนทำให้การเบี่ยงเบนนั้นมากน้อยแค่ไหน”
นั่นคือจุดที่สำคัญ
โดยรายละเอียด เช่น
-
เมื่อมองโดยรวม Triad จะเห็นความบิดเบี้ยวที่ใหญ่จริง
-
แต่เมื่อทำการแยกย่อยออกจะพบว่า
-
EURUSD และ GBPUSD ค่อนข้างนิ่ง
-
EURGBP เท่านั้นที่ “วิ่งรุนแรงเป็นคนเดียว”
-
กรณีเช่นนี้
“ผู้ก่อความบิดเบือนหลักคือ EURGBP (คือ Cross)
สกุลเงินดอลลาร์ที่เหลือไม่บิดเบี้ยวมากนัก”
จะเห็นโครงสร้างนี้
ในทางกลับกัน หาก
-
EURGBP และ GBPUSD ปรากฏว่าคงที่
-
EURUSD วิ่งออกไปอย่างมาก
ก็จะสรุปได้ว่า
“ผู้ดันให้ Triad นี้เกิดขึ้นคือ EURUSD”
ถือเป็นการตัดสินใจได้
ในช่วงการวิเคราะห์ TriParity จะมีระบบที่ทำให้เห็นว่า“ใครคือผู้ดันสุด (Leading Leg)”และ
“ควรวางคำสั่งด้วยคู่ไหนถึงจะมีแนวโน้มถูกต้องที่สุดในระดับโครงสร้าง”
6. Triad แต่ละชุดให้มุมมองแห่งความเห็นที่ต่างกัน
เมื่อพิจารณาจากตอนที่ 2 เป็นต้นมา
“เลือก Triad ไหนก็เปลี่ยนโลกที่เห็นไปอย่างมาก”
จึงเป็นเรื่องที่สามารถจินตนาการได้
ยกตัวอย่างบางส่วน ดังนี้──
-
Euro_Triangle(EURUSD / GBPUSD / EURGBP)
→ ดู “การซักถามระหว่าง EUR กับ GBP ในยุโรป โดยไม่พึ่งUSD”
-
Comdoll_Cluster(AUDUSD / NZDUSD / AUDNZD)
→ ดู “ผลแพ้ชนะระหว่างสกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์ โดยตัดการเคลื่อนไหวของ USD ออก”
-
JPY_Triangle(EURUSD / USDJPY / EURJPY)
→ ดู “ความสัมพันธ์ EUR กับ JPY โดยมองเป็นโครงสร้างเดียวกับสกุลเงินดอลลาร์”
-
Gold_Yen_Triangle(XAUUSD / USDJPY / XAUJPY)
→ ดู “การเคลื่อนไหวของทองคำในเยน” โดยแยกทองกับคู่ USD/JPY
ถึงแม้จะมองแผนภูมิ USDJPY หรือ EURUSD เหมือนกัน
ดูว่าอยู่ใน Triad ชุดไหนจะทำให้ความหมายของ “ความบิดเบี้ยว” เปลี่ยนไปอย่างมาก
7. ความแตกต่างสำคัญจากการวิเคราะห์ 1 คู่สกุลเงิน
หากสรุปเรื่องนี้เทียบกับการวิเคราะห์ 1 คู่สกุลเงิน
1 คู่สกุลเงิน
-
ดูได้เฉพาะ“การเคลื่อนไหวที่มากเกินไป/กลับคืน” ในคู่นั้น
-
โครงสร้างตลาดต้องพึ่งพาธรณีวิทยาจากหลายกราฟด้วยภาพรวม
-
“ใครเป็นพระเอก?” “ทำไมถึงบิดเบี้ยว?” มักจะไม่ชัดเจน
Triad-based การวิเคราะห์ parity ของสามสกุลเงิน
-
ตั้งแต่แรก“มีความสัมพันธ์หนึ่งชุดของ 3 สกุลเงิน”เป็นแนวคิด
-
วัดความต่างระหว่างค่าในทฤษฎีกับของจริงได้เชิงปริมาณ
-
รู้ได้ว่าแต่ละคู่มีส่วนทำให้ความบิดเบี้ยวมากน้อยแค่ไหน (คู่ที่นำ)
-
สามารถตัดสินใจได้ว่า“คู่ไหนเหมาะสมที่จะสร้างโครงสร้างมากที่สุด”
ดังนั้น
“เมื่อใส่การมองเห็นเป็นชุด Triad ทำให้เรา
reorganize การตัดสินใจที่เคยทำจากความรู้สึกเป็นพื้นฐาน
ให้เป็นการใช้สูตรและสถิติเป็นพื้นฐานแทน””
นั่นคือจุดสำคัญสูงสุดในการอธิบาย parity ของสามสกุลเงินด้วยภาพประกอบ
8. ติดตามข่าวต่อไป — Parity Gap และ Z-score ที่ทำให้เห็นความบิดเบี้ยวเป็นตัวเลข
ตอนนี้เราได้ทำการ
-
สร้าง Triad ด้วย 3 สกุลเงิน
-
ดูว่า“ความบิดเบี้ยวควรขบกันได้” ตามความสัมพันธ์ parity
-
ติดตามส่วนที่บิดเบี้ยวที่นั้น
-
และถอดรหัสว่า คู่ไหนบิดเบื้อมากที่สุดได้
เรียบร้อยแล้ว
ครั้งหน้าจะวิเคราะห์ Parity Gap ในมุมมอง
“ดูจากสถิติในอดีตว่าว่าบิดเบี้ยวผิดปกติแค่ไหน”
เพื่อประเมินด้วย
Z-score (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานกี่ตัวจากค่าเฉลี่ย)จะถูกนำมาอธิบายเป็นกรอบการประเมิน
จากนี้ไปเป็น
“การเชื่อมโยงระหว่างความบิดเบี้ยวไปสู่กลยุททธิ์การเทรดจริง” ซึ่งจะเป็นส่วนของการใช้งานจริงในตอนต่อไป ดังนั้น โปรดติดตามด้วยนะครับ/ค่ะ
※ข้อความในซีรีส์นี้เป็นมุมมองส่วนบุคคลของผู้เขียน ไม่ได้แนะนำการซื้อขายคู่สกุลเงินใดๆ
การตัดสินใจลงทุนสุดท้ายอยู่ที่คุณเองด้วยความรับผิดชอบของคุณเอง
สรุปวิดีโอ (ภาษาไทย)
สรุปวิดีโอ (ภาษาอังกฤษ)