อย่างไรก็ดีออกจากสนาม
ถ้าบอกทิศทางของแนวโน้มไม่ได้แม้แต่ทิศทางเดียว ให้ปิดกราฟ
ถ้าตลาดในตอนนี้ขึ้นหรือลงไม่ได้ ตามจะตอบได้หรือไม่ คุณยังไม่มีสิทธิในการเข้าเทรด
เมื่อถามผู้ที่เริ่มเทรดมาได้ไม่นานว่า “ XAUUSD ในตอนนี้เป็นแนวโน้มแบบใด” อาจได้คำตอบแบบนี้กลับมา “น่าจะขึ้นนะ แต่ก็อาจลง… ยากจริงๆ”
นี่ไม่ใช่ความถ่อมตัวหมายถึงยังไม่สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมได้
ทิศทางของแนวโน้มไม่ได้ตัดสินด้วยความรู้สึก ตามหลักทฤษฎีดาวน์ (Dow) โดยการยืนยันจุดสูงสุดและต่ำสุดที่สูงขึ้นหรือต่ำลง จะได้คำตอบแน่นอน เป็นสามตัวเลือก: “แนวโน้มขึ้น” “แนวโน้มลง” “กรอบแนวโน้ม” ไม่มีคำว่า “ไม่แน่ใจ” หากไม่แน่ใจก็คงเป็นเพราะไม่รู้วิธีมอง
และการเข้าเทรดในสภาวะที่ไม่รู้ทิศทางของแนวโน้มเปรียบเสมือนการทอยเหรียญเพื่อเดาว่าจะออกหัวหรือก้อยไม่ใช่วิธีการที่เกี่ยวข้องกับวิธีการหรือการวิเคราะห์อะไรเลย เป็นเพียงการพนันธรรมดาไม่ใช่การใช้งานกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์
“ขึ้นๆ ลงๆ โดยให้เหตุผลจากความรู้สึก” ไม่ใช่แนวโน้มขึ้น
นักเทรดหลายคนตัดสินแนวโน้มด้วยความคิด “เห็นเมื่อวานขึ้นมาก็คิดว่าแนวโน้มขึ้น” หรือ “ลงมาก็คิดว่าแนวโน้มลง” ซึ่งนี่ไม่ใช่การยืนยันแนวโน้ม แต่เป็นความประทับใจ
นิยามแนวโน้มตามทฤษฎีดาวน์นั้นเรียบง่าย
- แนวโน้มขึ้น: ราคาสูงสุดและราคาต่ำสุดทั้งคู่สูงขึ้น
- แนวโน้มลง: ราคาสูงสุดและราคาต่ำสุดทั้งคู่ต่ำลง
- กรอบแนวโน้ม: ราคาสูงสุดและต่ำสุดเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่กำหนด
จากนิยามนี้ให้ตรวจสอบราคาสูงสุดและต่ำสุดล่าสุดบนกราฟให้แน่ใจว่า สูงขึ้นกว่าราคาก่อนหน้าและต่ำลงกว่าราคาก่อนหน้า เพียงสองข้อนี้ท่านจะสามารถระบุทิศทางของแนวโน้มได้
“รู้สึกว่าราคาขึ้นอยู่บ้าง” กับ “ราคาสูงสุด/ต่ำสุดขึ้นทั้งหมด และแนวโน้มขึ้นยังคงต่อเนื่อง” มีหลักฐานต่างกันโดยสิ้นเชิงหลักฐานแรกเป็นความรู้สึก หลักฐานหลังเป็นข้อเท็จจริงก่อนหน้าเป็นความประทับใจ ส่วนหลังเป็นข้อเท็จจริง
ปัญหาของแนวโน้มที่ต่างกันตามกรอบเวลา
ความสับสนในการตัดสินแนวโน้มบ่อยครั้งมาจาก “กรอบเวลาที่ต่างกันทำให้แนวโน้มดูต่างไป” เช่น รายวันขึ้น ในขณะที่ H1 ดูเหมือนแนวโน้มลง ควรเชื่ออะไร
คำตอบชัดเจน: แนวโน้มในกรอบเวลสูงกว่าต้องมาก่อนถ้ารายวันเป็นแนวโน้มขึ้น การลงของ H1 ถือเป็นการย่อตัว (pullback) เพื่อรอจังหวะการดูว่า H1 ลดลงเพียงอย่างเดียวเพื่อขายโดยไม่พิจารณารายวันเป็นการเทรดสวนทิศทางของกรอบวัน
แต่ละกรอบเวลมีบทบาทของตนเอง รายวันและ H4 เป็นกรอบเวลที่ใช้“กำหนดทิศทาง” ส่วน H1 และ M15 เป็นกรอบเวลาที่ใช้“วัดจังหวะเวลา” หากไม่เข้าใจภาระหน้าที่นี้จะทำให้การตัดสินใจในแต่ละกรอบเวลสับสนและทำให้สับสนต่อไป
・รายวัน: ตรวจสอบทิศทางแนวโน้มขนาดใหญ่ และติดตามแนวโน้มสัปดาห์
・H4: ตรวจสอบแนวโน้มระยะกลางและสถานการณ์ปัจจุบัน (การย่อตัว กลับตัว และกรอบแนวโน้ม)
・H1: ตรวจสอบการเปลี่ยนทิศทางในการเข้าเทรด และยืนยันการกลับตัวจากการย่อตัว
・M15〜M5: จำกัดจังหวะเข้าเทรด ค้นหาจุดเริ่มต้นของ N-wave
สิ่งที่ควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้
ทุกเช้าเมื่อเปิดกราฟ ให้กำหนดสิ่งหนึ่งที่ต้องทำก่อน ก่อนคือ“การระบุทิศทางแนวโน้มประจำวันและ H4 เป็นข้อความออกมาเป็นคำพูด”นั่นคือ
ไม่จำกัดแอปโน้ตหรือสมุดบันทึก ใส่ข้อความหนึ่งบรรทัดว่า “รายวัน: แนวโน้มขึ้นต่อเนื่อง H4: อยู่ในช่วงย่อตัว วันนี้เป็นมุมมองซื้อ” เพียงเท่านี้
เพียงการสร้างนิสัยนี้จะทำให้การตัดสินใจเข้าเทรดเปลี่ยนไปอย่างมาก เมื่อทิศทางแน่วแนอยู่แล้วจะไม่สนใจสัญญาณตรงข้าม ไม่รีบร้อนในช่วงย่อตัว และไม่สับสนหลังจากเข้าเทรด
ถ้าบอกทิศทางของแนวโน้มไม่ได้แม้แต่ทิศทางเดียว ให้ปิดกราฟได้ ท่ีเปิดใช้งานได้คือทิศทางวันนี้ที่ถูกกำหนดไว้แล้วเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิในการหาการเข้าเทรด