[วิธีการที่เคยใช้ในอดีต] ⑥วิธีทำกำไรจากการเบรกและสูงขึ้น
สวัสดีครับ/ค่ะ จาก 2pay!
วันนี้เป็นการแนะนำเกี่ยวกับวิธี Break ด้วยปริมาณการซื้อขาย (Volume) ที่ใช้ในการวิเคราะห์
เมื่อผมเริ่มต้นใช้อำนาจการตัดสินใจในปีที่สอง สิ่งที่ให้ความรู้สึกสัมผัสได้เป็นครั้งแรกคือการเข้าหาโดยใช้ปริมาณการซื้อขาย
ปริมาณการซื้อขายถือเป็นหนึ่งในดัชนีเทคนิคที่บางครั้งถูกเรียกว่าเป็นตัวชี้นำล่วงหน้า
ปริมาณการซื้อขายมีการใช้งานหลากหลายขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งาน และการอ่านก็จะเปลี่ยนไปตามนั้น
ที่นี่เราจะจำกัดการแนะนำเฉพาะพื้นฐานของปริมาณการซื้อขายและวิธีที่เกี่ยวข้องกับวิธีการใช้งาน
ปริมาณการซื้อขายคืออะไร?
ปริมาณการซื้อขายคือการนับได้จากการแมทช์คำสั่งซื้อที่ร้องขอในราคาซื้อ (Ask) และราคาขาย (Bid) คู่สั่งซื้อนั้นๆ ซึ่งเป็นการใช้งานครบถ้วน (executed)
คำร้องขอคือการส่งความตั้งใจซื้อจำนวนหลายๆ หน่วยในราคาที่ระบุไปยังโบรกเกอร์ (ตลาด) โดยเมื่อคำร้องขอได้รับการยอมรับ (แมทช์) โบรกเกอร์จะมอบสถานะให้กับผู้เทรดเดอร์
นี่คือเหตุการณ์ที่ทำให้การเทรดเสร็จสิ้น=การทำธุรกรรมสำเร็จ
คำร้องขอมีทั้งแบบตลาด (Market) และแบบรอรับคำสั่ง (Limit, Stop) โดยนอกเหนือจากการ Enter และ Close ยังมีการยกเลิก (Cancel) และปรับเปลี่ยน (Modify)
(ตัวอย่างที่ 1) คำร้องขอซื้อ 1 รายการ + คำร้องขาย 1 รายการ → แมทช์ (ทำธุรกรรมสำเร็จ) และมีปริมาณการซื้อขาย 1
(ตัวอย่างที่ 2) คำร้องขอซื้อ 150 รายการ + คำร้องขอขาย 200 รายการ → ปริมาณการซื้อขาย 150
(ในขณะนั้น คำร้องขายที่เหลืออยู่ 50 รายการจะอยู่ในระดับราคาที่ต่ำกว่าราคา ณ ปัจจุบันและเมื่อคำร้องขาย 50 รายการถูกแมทช์ออกไป ราคาจะลดลง)
ปริมาณของคำร้องจะถูกแสดงในหนังสือบอร์ด (Order book) ในรูปแบบออเดอร์ (Limit/Stop) ส่วนตลาดจะไม่ได้สะท้อนบนแผ่นบอร์ด แต่ลำดับความสำคัญในการแมทช์ก็จะลดลง
(เพราะต้องจัดการบอร์ดก่อนจึงแมทช์แบบตลาด ทำให้ราคาสามารถผันผวนเมื่อการแมทช์เสร็จสิ้น)
นอกจากนี้ในการแมทช์ ไม่ได้แยกว่า In (Enter) หรือ Out (Close)
สรุปง่ายๆ ปริมาณการซื้อขายคือดัชนีที่ดูจำนวนแมทช์ที่สำเร็จ (จำนวนการทำธุรกรรม)
วิธีใช้งานที่ตรงกับวิธีการเทรด
ปริมาณการซื้อขายคือค่าความแน่นอนของจำนวนการทำธุรกรรม ปริมาณมากหมายถึงการทำธุรกรรมมาก
ไม่ว่ากระบวนการเป็นอย่างไร ผลลัพธ์คือเงินทุนจำนวนมากที่เคลื่อนตัวในการเทรด
ถ้าเกิดขึ้นจากคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ของนักลงทุนบางกลุ่ม จะมีแนวโน้มที่แนวโน้มจะดำเนินต่อไปเป็นระยะ
จุดสำคัญคือการดูว่ามีคำสั่งขนาดใหญ่เข้ามาหรือไม่ และควรมองร่วมกับลักษณะการเคลื่อนไหวนั้น
ปริมาณการซื้อขาย + วิธี Breakout
日経225 M5~M15
ตรวจสอบกรอบแนวราบก่อนหน้า (แม้จะเป็นกรอบหลายวันที่ก็ได้)
ระหว่าง JST 9:00 ~ 10:00 จะมีปริมาณการซื้อขายหลายเท่าของช่วงปกติ เพื่อ Break BOX Range และเมื่อปิดราคาปิดอยู่เกินขอบกรอบจะเข้าซื้อ-ล่วงหน้า
ระดับปริมาณการซื้อขายที่แน่นอนขึ้นอยู่กับตลาดและช่วงเวลาจึงไม่สามารถระบุเป็นค่าเดียวได้
ย้อนดูกราฟย้อนหลังประมาณ 3 เดือน แล้วดูว่าในช่วง Break มีการเคลื่อนไหวมากเท่าไร เพื่อใช้อ้างอิง
การหยุดขาดทุนคือย้อนกลับจากกรอบ BOX (สูงสุด/ต่ำสุด)
ระยะทำกำไรคือ 1~3 เท่าของกรอบ BOX
ความยาวที่เกิดขึ้นมากหรือน้อย จะอาศัยจุดเป้าหมายล่าสุด (แนวรับ-แนวต้าน, เลขกลม) มาช่วยพิจารณา
ไม่ว่าจะไปถึงหรือไม่ ก็ยังถือว่าเป็นการตัดสินใจภายในวันทำการ

ความถี่ในการเทรดย่อมต่ำ แต่สามารถทำกำไรได้หลายร้อยถึงหลักพันเยนต่อครั้ง
“ความถี่ต่ำ” คือเงื่อนไขที่สำคัญต่อความมั่นคงของกำไร
อ้างอิง: วันเปิดตลาด日経225 ของดัชนีภายในวันเปิดทำการที่ 8:45 (Pre-open)
แต่ตลาดหลักของ TSE (ตลาดหุ้น) เปิดที่ 9:00 ดังนั้นช่วง 9:00 ถึง 9:15 จะเป็นเวลาปรับสถานะจากการถือคืนของรอบไนต์เซสชั่น และแนวโน้มหลักจะเริ่มตั้งแต่ 9:00
หากมีการเปิดล่วงหน้าในช่วง Pre-open ก็ควรตรวจสอบแนวโน้มหลัง 9:00 ก่อนเคลื่อนตัว
บันทึกสัปดาห์ล่าสุดเกี่ยวกับการจ่ายมอบหมาย
ไม่ใช่เฉพาะวันที่ทำกำไรได้เท่านั้น ยังมีรูปแบบที่ไม่สำเร็จหรือต้องรอคอยด้วย
ไม่ทราบว่า MT5 brokers ที่รับปริมาณการซื้อขายของ日経225 ให้ใช้ TradingView ในการดู TickVolume เนื่องจาก TickVolume ทำงานต่างไปจากเดิม ควรดูปริมาณการซื้อขายจะดีกว่า





สรุป
ครั้งนี้เราได้แนะนำเกี่ยวกับปริมาณการซื้อขาย + วิธี Break
วิธีนี้สอดคล้องกับแก่นแท้ของตลาด และช่วยสร้างพื้นฐานที่มั่นคง
การ Break ใน FX คยาก็ทำได้ง่ายกว่าในการติดตาม日経
การ Break ต้องดูว่าผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังใครบ้าง จึงควรติดตามการลดลงของปริมาณการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยตัดสินใจว่าจะเพิ่มกำไรหรือไม่
เนื้อหานี้มีเพียงเท่านี้
ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ/ค่ะ