【FX】เหตุผล 3 ประการที่เส้นแนวนอนและแนวโน้มถูกจดจำและเข้าใจง่าย
【FX】เหตุผล 3 ประการที่เส้นแนวราบและแนวโน้มถูกจดจำอย่างง่าย
ชิโระจังครับ/ค่ะ!
สำหรับผู้เทรด FX เส้นแนวราบและแนวโน้มมักถูกจดจำได้ง่าย

เหตุผลที่เส้นแนวราบถูกจดจำจริงๆ คืออะไร?

อยากรู้ทำไมจึงมีความเป็นจุดสังเกตตรงนั้น
บทความนี้
อธิบายเหตุผลที่เส้นแนวราบและแนวโน้มถูกจดจำตั้งแต่ต้น
ด้วยมุมมองของตัวเอง
【FX】เหตุผลที่เส้นแนวราบและแนวโน้มถูกจดจำ
เส้นแนวราบและแนวโน้มถูกจดจำได้ง่าย และช่วยให้นักเทรด FX มองภาพรวมตลาดได้
ตัวอย่างหนึ่ง

กราฟรายวัน USD/JPY
เส้น Neck ของ Double Bottom ถูกจดจำด้วยจุดสีเขียว
แล้วทำไมจึงถูกจดจำ?
คำตอบคือ เหตุผลหลักที่เส้นแนวราบถูกจดจำคือ
เพราะออร์เดอร์มีแนวโน้มสะสมสูง
นั่นเอง
หากพูดง่ายๆ เส้นแนวราบคือสิ่งที่บนกราฟ「ที่นั่งจองที่หลักที่ทุกคนให้ความสนใจ」เหมือนกับสิ่งนั้น
จะอธิบายอย่างเห็นภาพมากขึ้นด้วยสามจุด
1. ออร์เดอร์ที่อยากทำอะไรสักอย่างเมื่อราคามาถึงจุดนั้นสะสมอยู่มาก
บนกราฟหุ้นหรือ FX ราคาที่เคยโดนสกัดหลายครั้ง (เส้นแนวราบ) กลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนอยากเดิมพันมาก“สถานที่ที่อยากเดิมพัน”จึงเกิดขึ้น
กราฟ AUDCAD รายวัน

- ผู้ที่อยากซื้อ
- 「เพราะราคาที่นี่เคยเด้งขึ้นก่อน (เด้งหลายรอบ!) หากลงมาถึงตรงนี้จะซื้ออีก」 (ซื้อเมื่อย่อตามแนวรับ)
- ผู้ที่อยากขาย
- 「เพราะครั้งก่อนที่นี่มีการหยุดที่นี่ (เด้งหลายรอบ!) หากราคาทะลุผ่านตรงนี้ ขายหยุดขาดทุน」
- 「เพราะครั้งก่อนที่นี่มีการหยุดที่นี่ (เด้งหลายรอบ!) หากราคาทะลุผ่านตรงนี้ ขายหยุดขาดทุน」
ด้วยเหตุนี้ รอบๆ เส้นแนวราบจึงมีออร์เดอร์จำนวนมากรออยู่ที่จึงมีปริมาณออร์เดอร์จำนวนมากรออยู่เมื่อราคามาใกล้ ก็จะเกิดปฏิกิริยรุนแรง
ถ้ามีคนที่อยากซื้อถือโพสิชันลองกลับขึ้น จะทำให้ตลาดเคลื่อนไหวขึ้นมีแนวโน้มจะขึ้น
คนที่อยากขายจะต้องCut lossก็จะขายออกไปจนทำให้เกิดการซื้อคืน จึงเรียกว่าคำสั่งซื้อเข้า
ดังนั้น หากคนที่อยากซื้อซื้อ แล้วคนที่อยากขายตัดขาดทุน จะเกิดผลร่วมแบบ W และทำให้ตลาดขึ้น
นั่นคือเหตุผล
2. กติกาของตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย “มติของผู้คน”
ตลาดจะขึ้นถ้ามีคนอยากซื้อมากกว่า ขายถ้ามีคนอยากขายมากกว่า
ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก ทั้งมือโปร มือสมัครเล่น และ AI ก็ล้วนดูกราฟเดียวกัน แล้วคิดว่า “เส้นนี้ดูแรง” ก็จะทำการกระทำพร้อมๆ กัน
“เพราะทุกคนให้ความสนใจ จึงสุดท้ายเคลื่อนไหวไปในทิศทางนั้น”เป็นจิตวิทยาแบบมติส่วนใหญ่ (Self-fulfilling) ที่ทำงานอยู่
3. จิตวิทยาแห่ง “เสียดาย” และ “ความมั่นใจ”
ตัวอย่างเช่น หากราคากำหนดไว้ที่จุดหนึ่งแล้วคนคิดจะซื้อแต่ไม่ได้ซื้อ ก็เมื่อราคากลับไปถึงจุดนั้นในครั้งถัดไป ผู้คนจะรีบซื้ออย่างสุดพลังเพื่อไม่พลาด (Long)
ในทางกลับกัน ผู้ที่ขายไปแล้วแต่ราคากลับมาสู่จุดนั้น ผู้ที่ขาดทุนจะทำการปิดสถานะ (Buying back) เพื่อไม่ให้ขาดทุน (Long)
หรือในกรณีที่ผู้ขายราคาไปได้และราคากลับมาบรรเทาขาดทุน ก็มีรูปแบบการ Cut loss (ซื้อคืน) ที่เป็นไปได้ด้วย
ความรู้สึกของมนุษย์ที่ว่า “เสียดาย” หรือ “โล่งใจ” เป็นพลังงานที่ทำให้เกิดการซื้อขายที่ราคานั้นๆ
ความแตกต่างระหว่างเส้นแนวราบกับแนวโน้ม และวิธีที่ถูกจดจำ
แล้วเส้นแนวราบกับเส้นแนวโน้มมีวิธีจดจำที่ต่างกันหรือไม่?
นี่เป็นเพราะเส้นแนวราบมีความแข็งแกร่งมากกว่า
แนวโน้มเส้นเป็นเรื่องที่มุมมองของแต่ละคนเปลี่ยนไป จึงมีลักษณะเปลี่ยนแปลงได้ง่าย


ในทางตรงกันข้ามเส้นแนวราบมีการเห็นร่วมกันง่ายขึ้นจึงมีออร์เดอร์สะสมง่ายขึ้นเป็นกลไกนี้

สรุป

เข้าสู่บทสรุป
เหตุผลที่เส้นแนวราบถูกจดจำง่ายโดยพื้นฐานคือ
ออร์เดอร์สะสมง่าย
และ
เมื่อเสริมด้วยการเด้งจากระดับแนวรับบ่อยครั้ง ผู้ซื้อจะเข้าไปที่แนวรับ และผู้ขายจะปิดสถานะการขาย (เพื่อซื้อกลับ) แล้ว
ด้วยพลังร่วมกัน ทำให้เด้งจากแนวรับง่ายขึ้น
นั่นคือรูปแบบ