เพื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้ที่มีอัตราชนะต่ำในการเทรดเดย์เทรด ต้องกำหนดจุดเข้าซื้อช่วงเช้าอย่างไรเพื่อสร้างความสม่ำเสมอในการทำซ้ำ
การเทรดเดย์หุ้นเป็นสิ่งที่ยากลำบาก
นักลงทุนรายบุคคลจำนวนไม่น้อยอาจรู้สึกเช่นนี้ใช่ไหม
ในความเป็นจริง การเทรดเดย์มีเป้าหมายเพื่อทำกำไรในระยะสั้น แต่ต้องการความรวดเร็วในการตัดสินใจ และมีแนวโน้มที่จะถูกอารมณ์นำทางในการซื้อขาย โดยเฉพาะในช่วงเช้าของหุ้นญี่ปุ่นที่มวลการซื้อขายจะขยายตัวในช่วงสั้นๆ และการเคลื่อนไหวในราคาจะเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในสถานการณ์เช่นนี้ นักลงทุนรายบุคคลหลายคนมักแพ้ไม่ใช่เพราะขาดความรู้ แต่เป็นเพราะ“จะซื้อที่ไหน อะไร และอย่างไร” ยังไม่ชัดเจนเมื่อเข้าสู่ตลาด
เมื่อดูหุ้นที่ขึ้นอยู่แล้วจะหงุดหงิดและคว้าเข้าไป
เมื่อดูหุ้นที่ลงอยู่ก็คิดว่าเดี๋ยวจะเด้ง จึงทำการกลับทิศทางอย่างง่ายดาย
การกำไรและขาดทุนถูกตัดสินตามบรรยากาศของสถานที่นั้น
สิ่งที่สำคัญในการเทรดเดย์ไม่ใช่การไล่ตามหุ้นที่เคลื่อนไหวมากๆ ตามสัญชาติจังหวะ ณ ตอนนั้น แต่หลีกเลี่ยงการต่อสู้ที่มีอัตราชนะต่ำและจำกัดเฉพาะสถานการณ์ที่คุณมีความได้เปรียบ
เพื่อให้สิ่งนี้เป็นไปได้ จำเป็นต้องเรียบเรียงว่าควรเลือกหุ้นชนิดไหน และคิดว่าในรูปแบบใดจึงถือเป็นจุดซื้อที่เหมาะสม
【ตัวอย่าง】Advance Test (6857)
ผู้ที่แพ้ง่ายต่อการเทรดเดย์มักมี“การซื้อขายที่คลุมเครือ”
คนที่มักมีปัญหาในการเทรดเดย์มักมีจุดร่วมบางอย่าง
ข้อหนึ่งคือการกระโดดเข้าใส่หุ้นที่กำลังขึ้นไปอย่างเร่งด่วน
เมื่อเข้าร่วมในช่วงที่การซื้อขายมีการหมุนเวียนแล้ว ผู้เข้าร่วมจะถูกดันจากการย่อตัวในทันทีและมักไม่สามารถทนได้จนขายออก
อีกข้อหนึ่งคือการหยิบหุ้นที่กำลังลดลงอย่างง่ายๆ เพราะคิดว่าหุ้นเหล่านั้นถูกลงแล้ว
หากเข้าในช่วงที่ราคาลดลงโดยไม่มีการยืนยันการหยุดลง จะกลายเป็นการซื้อขายที่ตรงข้ามกับแนวโน้มลง
ยิ่งไปกว่านั้น หากเกณฑ์กำไรและจุดขาดทุนไม่ชัดเจนเมื่อเข้าช่องทาง จะทำให้ทางออกยิ่งคลุมเครือ
กำไรนิดเดียวก็ยืนยันทันที แต่ขาดทุนมักยืดเยื้อเพราะหวังว่าสักวันจะกลับตัว นี่เป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยในการเทรดเดย์
สรุปก็คือ คนที่แพ้บ่อยกว่ามักจะเทรดในลักษณะที่ทำตามความรู้สึก
ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้ที่มีอัตราชนะต่ำในการเทรดเดย์ จำเป็นต้องมี“รูปแบบที่ทำซ้ำได้”
การเทรดเดย์ที่สำคัญไม่ใช่เรื่อง “ช่วงราคา” แต่คือ “ความสามารถในการทำซ้ำได้”
เมื่อพูดถึงการเทรดเดย์ มักมีจิตสำนึกไปที่ “หุ้นใดจะเคลื่อนไหวมากที่สุดในวันนี้” แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวของราคาเป็นสิ่งสำคัญ แต่การมีช่วงราคากว้างและทำกำไรได้ง่ายไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
สิ่งที่แท้จริงสำคัญคือการเก็บข้อมูลในเงื่อนไขเดียวกันหลายครั้งได้
ถึงแม้จะได้กำไรอย่างน่าเสียดายครั้งหนึ่งโดยบังเอิญ หากไม่สามารถทำซ้ำได้ในการซื้อขายถัดไป จะเกิดความสับสนอีกครั้ง
ในทางกลับกัน หากเข้าเฉพาะเมื่อเงื่อนไขตรงกัน ก็จะสามารถตรวจสอบได้ไม่ว่าจะได้กำไรหรือขาดทุน
หุ้นแบบไหนที่ควรมอง
ช่วงเวลาไหนถึงจะให้ความสำคัญ
ควรถือเป็นจุดซื้อเมื่อใด
ที่ไหนควรคิดกำไรออกหรือลดทุน
เมื่อทั้งสี่ด้านนี้ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระบบ การเทรดเดย์จะเปลี่ยนจาก“การพึ่งพาโชค”เป็น“กลยุทธ์”
【ตัวอย่าง】Koga Denko (5801)
หุ้นประเภทใดที่ควรเทรดเดย์ — ไม่พียงแค่ปริมาณการซื้อขาย
สิ่งที่มักถูกมองข้ามในการเทรดเดย์คือเหตุผลว่าควรจะเลือกหุ้นใดเป็นสินค้าซื้อขาย
ไม่ว่าจะพยายามปรับจังหวะการซื้อขายแค่ไหน หากเลือกหุ้นผิด โอกาสในการต่อสู้จะลดลงมาก
พื้นฐานสำคัญที่ควรเน้นคือหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูง
หุ้นที่มูลค่าการซื้อขายสูงมีผู้เข้าร่วมตลาดมาก หุ้นมีสภาพคล่องหนา และทุนระยะสั้นมักรวมตัว
ในการเทรดเดย์ ความสะดวกคือเข้าเมื่ออยากเข้าและออกเมื่ออยากออก ซึ่งหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำจะทำให้สัญญาณดีๆ ใช้งานจริงได้ยาก ดังนั้น การมุ่งดูหุ้นที่มูลค่าการซื้อขายสูงเป็นแนวคิดที่มีเหตุผลมาก
แต่ไม่เพียงแค่มูลค่าการซื้อขายสูงเท่านั้น
แม้จะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มูลค่าการซื้อขายสูง แต่หากมูลค่าตลาดรวมสูงมาก อาจทำให้กรอบเงินทุนในวันนั้นไม่สูงมาก
ดังนั้น สิ่งที่ควรสังเกตคืออัตราส่วนมูลค่าการซื้อขายต่อมูลค่าตลาด
นี่คือ
มูลค่าการซื้อขาย ÷ มูลค่าตลาด
เป็นตัวบ่งชี้ที่บอกว่าในวันนั้นเงินทุนหมุนเวียนไปกับมูลค่าโดยรวมมากน้อยเพียงใด
พูดให้ชัดขึ้น คือหุ้นที่มีอัตราส่วนนี้สูงหมายถึงเงินทุนระยะสั้นที่มุ่งไปที่หุ้นนั้นมากเพียงใด
หุ้นที่ติดอันดับสูงในการซื้อขายและยังมีอัตราส่วนมูลค่าการซื้อขายต่อมูลค่าตลาดสูง จะไม่ใช่แค่“มีการซื้อขายมาก” แต่มีแนวโน้มที่จะอยู่ใกล้ศูนย์กลางของตลาดในวันนั้น
หุ้นเหล่านี้มักมีความสนใจของทุนระยะสั้นสูง และการเคลื่อนไหวมีความชัดเจน จึงเป็นหุ้นที่สามารถพิจารณาเทรดเดย์ได้ง่ายขึ้น
แน่นอนว่า ค่ารส่วนสูงไม่ใช่ทุกกรณีที่ดีเสมอไป มีวัตถุปัจจัยที่ทำให้ราคาขึ้นลงอย่างรุนแรงหรือตามความผันผวนมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยที่สุด การเข้าใจ“หุ้นที่มีเงินทุนมุ่งไปที่หุ้นนั้นๆ” โดยใช้ทั้งมูลค่าการซื้อขายและอัตราส่วนมูลค่าการซื้อขายต่อมูลค่าตลาดสูงร่วมกัน ถือเป็นวิธีที่ทำให้ความแม่นยำในการคัดเลือหุ้นเดย์เทรดสูงขึ้น
ทำไมช่วงเช้าถึงสำคัญ
มีเหตุผลที่หุ้นญี่ปุ่นในการเทรดเดย์ให้ความสำคัญกับเช้า
ตั้งแต่เปิดตลาดถึงช่วงเช้า ตลาดจะรวมเอาข่าวจากตลาดต่างประเทศในคืนก่อน ข่าวเช้า ความต้องการซื้อขายก่อนเปิด และความคาดหวังของนักลงทุนรายบุคคลและทุนระยะสั้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ปริมาณการซื้อขายขยายตัวและทิศทางของวันจะชัดเจนที่สุดในช่วงนี้
ในระหว่างนี้ ความสำคัญพิเศษจะอยู่ที่ราคาต่ำช่วงเช้า
ราคาต่ำช่วงเช้าคือระดับราคาที่วันที่มีความกดดันและขวัญกำลังใจชนะรวมกัน
หากร่วงลงแล้วไม่สามารถกลับขึ้นมา หรือถูกตั้งรับแล้วฟื้นตัว ความเคลื่อนไหวในราคาต่อไปจะเปลี่ยนไป
ทุนระยะสั้นไม่ซื้อทุกที่
โดยทั่วไป จะเดิมพันในระดับราคาที่ผู้เข้าร่วมตลาดสนใจมาก
ในแง่นี้ ราคาต่ำช่วงเช้าจะถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนของความต้องการและอุปทานในวันนั้น
หากต้องการลดการเข้าเทรดแบบไม่จำเป็นในช่วงเช้า ควรไม่เพียงติดตามหุ้นที่เคลื่อนไหวเท่านั้น แต่ควรคิดในแง่มาตรฐานที่ตลาดผู้เข้าร่วมให้ความสำคัญ
ความหมายของแบบนี้: “ราคาต่ำช่วงเช้า × การฟื้นตัวของ RSI”
ไม่ใช่การซื้อโดยทันทีเพราะราคาต่ำช่วงเช้าเท่านั้น
เพราะเพียงแค่มีเกณฑ์ราคาก็ยังไม่พอที่จะเห็นคุณภาพของการฟื้นตัว
ดังนั้น เครื่องมือที่ช่วยคือ Oscillator อย่าง RSI
RSI เป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนความแรงของการเคลื่อนไหวราคาในระยะเวลาหนึ่ง แน่นอนว่าการตัดสินใจซื้อขายด้วย RSI เพียงอย่างเดียวอาจไม่ปลอดภัย แต่เมื่อรวมกับเกณฑ์ราคาจะช่วยให้ตัดสินใจได้ชัดเจนมากขึ้นว่า “ฟื้นตัวมีแนวโน้มจริงหรือไม่”
ราคาต่ำช่วงเช้าเป็นฐานราคาของราคา
RSI ฟื้นตัวเป็นการยืนยันเบื้องต้นที่เริ่มกลับตัวจากกระแสขายมากเกินไป
แนวคิดสำคัญของการรวมสองอย่างคือ ไม่ใช่การซื้อมากๆ ตามอารมณ์ แต่ซื้อเฉพาะเมื่อเงื่อนไขตรงกันเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น หากราคาต่ำช่วงเช้าชนแนวรับแล้ว RSI ก็มีสัญญาณฟื้นตัว
ในกรณีเช่นนี้ อย่างน้อยก็จะชัดเจนว่า“อะไรเป็นสิ่งที่ดูอยู่”
ตรงกันข้าม หากเงื่อนไขไม่ตรงกัน ให้ผ่าน นี่ก็เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมเช่นกัน
ในการเทรดเดย์ การเข้าและไม่เข้าเทรดมีความสำคัญเท่าเทียมกัน
แบบที่รวมราคาต่ำช่วงเช้าและ RSI ฟื้นตัวเป็นการสนับสนุนทั้งสองด้าน
DaytreNAVI: เครื่องมือช่วยเติมจุดอ่อนของการตัดสินใจด้วยการอ้างอิง
ในตลาดระหว่างการเคลื่อนไหว ทุกคนสามารถสับสนได้
ดูกราฟเดียวกัน บางคนรู้สึกอ่อนแอ บางคนรู้สึกว่าจุดเข้าซื้อเป็นจุดที่ดี บทตัดสินใจอย่างมีเหตุผลจึงมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้น
ดังนั้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำซ้ำ จำเป็นต้องจัดระเบียบจุดควรดูไว้ล่วงหน้า
การมองเห็นเส้นราคาต่ำช่วงเช้าให้ชัดเจนขึ้น ทำให้เข้าใจฐานความต้องการและอุปทานในวันนั้นง่ายขึ้น
การตรวจหาระบบ RSI ฟื้นตัวเป็นสัญญาณซื้อช่วยให้เห็นแนวโน้มการฟื้นตัวในเงื่อนไขที่กำหนดชัดเจนขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น การช่วยตัดสินใจออกและการแจ้งเตือนทำให้ภาระการเฝ้าระวังและความคลาดเคลื่อนในการตัดสินใจลดลง
สิ่งสำคัญคือ อย่าใช้สิ่งนี้เป็น“เครื่องมือเทรดแบบมอบให้ทั้งหมด” แต่ให้มองว่าเป็นเส้นนำเพื่อปรับกฎการซื้อขายของคุณเอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะกับ
ผู้ที่ต้องการจัดระบบการเทรดเดย์หุ้นญี่ปุ่น
ผู้ที่ต้องการมองเห็นการกดดันและฟื้นตัวช่วงเช้าให้客观มากขึ้น
ผู้ที่ต้องการลดการเทรดแบบอาศัยสัญชาตญาณ
ผู้ที่กำลังมองหาเครื่องมือช่วยใช้งานง่ายบน TradingView
สรุป
เพื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้ด้วยอัตราชนะต่ำในการเทรดเดย์ ก่อนอื่นควรทบทวน“จะซื้อที่ไหน”มากกว่าการ“จะซื้ออะไร”
ต้องเป็นหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูง
นอกจากนี้ อัตราส่วนการซื้อขายต่อมูลค่าตลาดสูงและเงินทุนระยะสั้นที่มาระหว่างวันต้องมีกลุ่มเงินเข้ามา
หุ้นเช่นนี้มีพื้นฐานที่ดีต่อการพิจารณาเป็นการเทรดเดย์
จากนั้น ให้โฟกัสที่ช่วงเช้าซึ่งเป็นช่วงที่ข้อมูลมากที่สุดของตลาดหุ้นญี่ปุ่น และใช้จุดต่ำช่วงเช้าเป็นฐาน กำหนดเงื่อนไขเช่น RSI ฟื้นตัวเพื่อจำกัดจุดเข้าซื้อ
ด้วยวิธีนี้ การรวมการคัดเลือหุ้นกับรูปแบบการเข้าสู่ตลาดเป็นสิ่งจำเป็นในการเพิ่มความสามารถในการทำซ้ำ
สิ่งสำคัญในการเทรดเดย์คือความสามารถในการสร้างรูปแบบมากกว่าพรสวรรค์
หากทราบหุ้นที่ควรดูและจุดซื้อที่ควรดู ก็จะลดการซื้อขายที่ไม่จำเป็นลง
หากคุณต้องการเรียบเรียงจุดซื้อช่วงเช้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้นและต้องการตัดสินใจด้วยเงื่อนไข ไม่ใช่ความรู้สึก DaytreNAVI เป็นอีกหนึ่งวิธีที่คุณสามารถนำมาใช้งานได้
โปรดตรวจสอบรายละเอียดได้ในหน้าผลิตภัณฑ์?
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่รับประกันการซื้อขายหุ้นใดๆ หรือผลการลงทุน โปรดตัดสินใจลงทุนด้วยความรับผิดชอบและด้วยการพิจารณาเอง